นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

เอ็ม คณะการแพทย์แผนไทย
Ico64
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
Network
Members · Following: 0 · Followed: 0

อ่าน: 3590
ความเห็น: 5

การลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ราชกิจจานุเบกษา

หากคณะ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายในของมหาวิทยาลัยฯ ต้องการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ทราบว่าต้องติดต่อหน่วยงานกลางหน่วยไหนครับ หรือมีขั้นตอน รายละเอียดที่ต้องเตรียมการอย่างไรบ้าง หรือคณะ ต้องติดต่อเองโดยตรงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบราชกิจจานุเบกษา

 รบกวนท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วยครับ

 ขอบคุณค้าบ   

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 30 มิถุนายน 2551 15:05 แก้ไข: 30 มิถุนายน 2551 15:05 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ปัจจุบัน การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัย จะไม่ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเษกษา 
เพราะ สกอ. ไม่อนุมัติการจัดตั้งหน่วยงานใหม่เหมือนในอดีตที่ผ่านมา
แต่มหาวิทยาลัยสามารถจัดตั้งหน่วยงานใหม่ โดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย 

ในการจัดตั้งหน่วยงานใหม่นั้น  โครงการจัดตั้งจะต้องเสนอเอกสารจัดตั้งมายังมหาวิทยาลัย 
และกองแผนงานจะวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน และเสนอต่อที่ประชุมคณบดี และสภา
พิจารณาให้ความเห็นชอบ

เมื่อสภาฯ ให้ความเห็นชอบการจัดตั้งหน่วยงานใหม่แล้ว 
กองแผนงานจะดำเนินการ จัดทำประกาศการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ให้โดยอัตโนมัติ
แต่ทั้งนี้ยังไม่รวมการแบ่งส่วนราชการภายในหน่วยงาน

ในการแบ่งส่วนราชการภายในหน่วยงาน  หน่วยงาน จะต้องเสนอเอกสารขอแบ่งส่วนมายังมหาวิทยาลัย
ซึ่งการแบ่งส่วนที่หน่วยงานเสนอมา จะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการคณะเสียก่อน

หลังจากนั้นก็เสนอมหาวิทยาลัยพิจารณา ซึ่งจะมีขั้นตอนเหมือนการเสนอขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่
และกองแผนงานจะดำเนินการจัดทำประกาศการแบ่งส่วนให้อีกครั้งหนึ่ง

ซึ่งเมื่อทุกอย่างครบทุกขั้นตอน  หน่วยงานนั้นก็จะมีฐานะเป็น "หน่วยงานภายในโดยการจัดตั้งของสภา"
ซึ่งมีฐานะเทียบเท่า หน่วยงานเก่าๆ ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาทุกประการ

ไม่แน่ใจว่า คุณมดเอ็กซ์ไรเดอร์ จะถามในกรณีของคณะการแพทย์แผนไทยหรือไม่
เพราะขณะนี้ผ่านขั้นตอนการจัดตั้งเป็นคณะเรียบร้อยแล้ว 
แต่ในส่วนของ การแบ่งส่วนราชการ หากผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการคณะ 
ก็สามารถนำเสนอมหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาการแบ่งส่วนต่อไป

ประกาศที่ว่านี้  หมายถึง ประกาศมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ที่ลงนามโดย นายกสภามหาวิทยาลัย

 

Ico48
ยุทธ [IP: 203.113.20.137]
05 กุมภาพันธ์ 2552 14:10
#40797
อยากทราบถึงขั้นตอนการส่งข้อบัญญัติไปประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา  ว่าส่งอย่างไร  ส่งถึงหน่วยงานใด เอกสารต้องใช้อะไรบ้าง หากตอบจะเป็นพระคุณอย่างสูง
Ico48
ฺB [IP: 125.24.126.103]
20 มิถุนายน 2553 15:28
#58059

การลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ลักษณะของเรื่องที่จะนำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา

                เรื่องที่จะนำลงประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาได้  จะต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

                ๑.  เรื่องที่กฎหมายเฉพาะบัญญัติให้ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา

๒. ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องส่งไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา  ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

                ๓. เรื่องที่กฎหมายมิได้บัญญัติให้ต้องประกาศหรือส่งพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา แต่เป็นเรื่องสำคัญที่สมควรเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการส่งเรื่องไปประกาศ หรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

                เนื่องจากในปัจจุบันส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรต่างๆ ส่งเรื่องไปประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเป็นจำนวนมาก และหลากหลายประเภทส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพตลอดจนความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างกว้างขวาง การนำลงประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ออกสู่สาธารณะจำเป็นต้องคำนึงถึงความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์ของเรื่องนั้นๆ เป็นประการสำคัญ ด้วยเหตุนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาแจ้งเวียนกระทรวงทบวง กรม และหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรต่างๆ เพื่อถือปฏิบัติต่อเนื่องมาเป็นลำดับ หลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาที่ถือปฏิบัติอยู่ในเวลานี้ ได้แก่ หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๒๐๔/ว ๑๔ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๕ "ดูภาพหนังสือเวียน"  และ "ดูภาพตัวอย่างแนบท้ายหนังสือเวียน" โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้

การจัดทำหนังสือนำส่งเรื่อง การจัดทำ จัดส่งเรื่องและเอกสารประกอบที่ประสงค์จะขอให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และระยะเวลาในการจัดส่ง  หน่วยงานเจ้าของเรื่องจะต้องมีหนังสือนำส่งเรื่องพร้อมเรื่องและเอกสารประกอบที่จะขอให้นำลงประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดย

                ๑.  หนังสือ เรื่อง และเอกสารที่ต้องจัดทำและจัดส่ง

                ๒. ระยะเวลาในการจัดส่งเรื่องไปลงในราชกิจจานุเบกษา

หนังสือ เรื่อง และเอกสารที่ต้องจัดทำและจัดส่ง

๑. การจัดทำ/จัดส่งหนังสือนำส่งเรื่อง  ให้จัดทำเป็นหนังสือราชการภายนอก (กรุณาหลีกเลี่ยงการใช้หนังสือประทับตรา) ลงนามโดยผู้ดำรงตำแหน่งแล้วแต่กรณีดังต่อไปนี้

- ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่าขึ้นไป

- ผู้ว่าราชการจังหวัด

- ผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

- ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

๒. การจัดทำเรื่องที่จะขอให้นำลงประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา  ให้จัดทำเรื่องที่จะขอให้ลงประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เป็นหนังสือตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และรูปแบบที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือตามรูปแบบหนังสือสั่งการหรือหนังสือประชาสัมพันธ์ตาม

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยอนุโลม ลงนามโดยผู้มีอำนาจหน้าที่สำหรับการนั้น โดยจะต้องจัดส่งต้นฉบับหรือสำเนาคู่ฉบับของเรื่องซึ่งปรากฏลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนามในเรื่องนั้น จำนวน ๑ ชุด พร้อมสำเนาหรือสำเนาภาพถ่ายจากต้นฉบับที่มีข้อความชัดเจนและรับรองสำเนาถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ระดับ ๕ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ระบุชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผู้รับรองความถูกต้องให้ชัดเจน จำนวน ๔ ชุด

๓. การจัดทำ/จัดส่งเอกสารประกอบเรื่องส่วนที่จะขอให้นำลง ประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาพร้อมกับเรื่อง เอกสารประกอบเรื่องเช่น แผนที่ แผนผัง แบบแปลน แบบพิมพ์ คำอธิบาย หรือรายละเอียดเพิ่มเติม ภาคผนวก คำแปล เป็นต้น รวมเรียกว่า "เอกสารแนบท้าย" หน่วยงานเจ้าของเรื่องจะต้อง

๓.๑ จัดพิมพ์บนกระดาษพิมพ์ (กระดาษปอนด์หรือกระดาษอาร์ต) ชนิดฟอกขาว ๖๐ แกรม และพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์แท่น โดยขอให้จัดเรียงตามลำดับหน้าของเอกสารแยกเป็นชุดโดยไม่ต้องเย็บชุด

๓.๒ กรณีเอกสารแนบท้ายเป็นแผนที่ ขอให้จัดทำโดย

(๑) ใช้มาตราส่วนขนาดใดขนาดหนึ่ง ดังนี้

- มาตราส่วน ๑ : ๔,๐๐๐ (ตามมาตรฐานของกรมที่ดิน)

- มาตราส่วน ๑ : ๕๐,๐๐๐ หรือ

- มาตราส่วน ๑ : ๒๕๐,๐๐๐ (ตามมาตรฐานของกรมแผนที่ทหาร)

(๒) จัดให้มีรายละเอียด พิกัด และเครื่องหมายที่เป็นสากล ตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ ไว้ในแผนที่ และให้มีรายชื่อของหมุดหลักฐานตามแนวเขตเป็นค่าพิกัดและระดับตามความจำเป็นของงานนั้นๆ แนบไว้ด้วย

(๓) ใช้พิกัดและระดับระบบ ระบบค่าภูมิศาสตร์ (ละติจูด ลองติจูด) หรือระบบ ยู ที เอ็ม

(๔) ใช้แผนที่ของกรมแผนที่ทหารเป็นหลักในการจัดทำ

๓.๓ ขนาด การวางแบบ และการพับเอกสารแนบท้าย

(๑) เอกสารแนบท้ายของเรื่องที่ตามปกติจะนำลงในราชกิจจานุเบกษา ประเภท ก ฉบับกฤษฎีกา ขอให้ใช้กระดาษขนาด ๒๒.๘ ซ.ม. x ๓๒.๒ ซ.ม. จัดวางข้อความที่พิมพ์เว้นจากขอบกระดาษด้านบน ล่าง และขวา ด้านละไม่น้อยกว่า ๑.๗ ซ.ม. และเว้นจากขอบด้านซ้ายไม่น้อยกว่า ๒ ซ.ม. โดยไม่ต้องพับเอกสาร หากเอกสารแนบท้ายมีขนาดใหญ่กว่าขนาดที่กำหนดดังกล่าว ขอให้พับเอกสารนั้นลงให้มีขนาด ๒๐ ซ.ม. x ๒๘.๕ ซ.ม. ตามตัวอย่าง ๓ ท้ายหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๒๐๔/ว ๑๔ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๕ "ดูภาพวิธีพับ"

(๒) เอกสารแนบท้ายของเรื่องที่ตามปกติจะนำลงในราชกิจจานุเบกษา ประเภท ง ฉบับประกาศทั่วไป ขอให้ใช้กระดาษขนาด ๑๕.๕ ซ.ม. x  ๒๓ ซ.ม. จัดวางข้อความที่พิมพ์เว้นจากขอบกระดาษด้านบน ล่าง และขวา ด้านละไม่น้อยกว่า ๑.๕ ซ.ม.  และเว้นจากขอบด้านซ้ายไม่น้อยกว่า ๑.๗ ซ.ม. โดยไม่ต้องพับเอกสาร หากเอกสารแนบท้ายมีขนาดใหญ่กว่าขนาดที่กำหนดดังกล่าว ขอให้พับเอกสารนั้นลงให้มีขนาด ๑๔ ซ.ม. x  ๒๑ ซ.ม. ตามตัวอย่าง ๔ ท้ายหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๒๐๔/ว ๑๔ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๕ "ดูภาพวิธีพับ"

๓.๔ จัดส่งเอกสารแนบท้ายทั้งหมดไปพร้อมกับหนังสือนำส่งเรื่อง ตามจำนวน ดังนี้

(๑)  จำนวน ๕,๒๐๐ ชุด สำหรับเรื่องที่ตามปกติ จะนำลงในราชกิจจานุเบกษา ประเภท ก ฉบับกฤษฎีกา

(๒) จำนวน ๓,๐๐๐ ชุด สำหรับเรื่องที่ตามปกติ จะนำลงในราชกิจจานุเบกษา ประเภท ง ฉบับประกาศทั่วไป

หมายเหตุ

*กรณีที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องได้จ้างโรงพิมพ์สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิมพ์เอกสารแนบท้าย หน่วยงานเจ้าของเรื่องจะต้องส่งสำเนาใบสั่งจ้างพิมพ์ไปพร้อมกับหนังสือนำส่งเรื่อง รวมทั้งยังคงต้องจัดส่งเอกสารแนบท้าย จำนวน ๕ ชุด (แนบต้นฉบับหรือสำเนาจากต้นฉบับ

ของเรื่อง จำนวน ๑ ชุด และแนบสำเนาหรือสำเนาภาพถ่ายจากต้นฉบับ ของเรื่อง จำนวน ๔ ชุด) ไปพร้อมกันด้วย

*กรณีที่หน่วยงานเจ้าของเรื่องประสงค์จะจ้างโรงพิมพ์สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิมพ์เอกสารแนบท้าย โดยวิธีให้เรียกเก็บเงินค่าจ้างพิมพ์ภายหลังการจัดพิมพ์แล้วเสร็จ นั้น ขอให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องทำความตกลงกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และขอให้แจ้งความประสงค์

ดังกล่าวแก่ฝ่ายคลังหรือฝ่ายพัสดุภายในหน่วยงานของตนทราบ เพื่อขออนุมัติหรือเตรียมการให้สามารถเบิกจ่ายเงินค่าจ้างพิมพ์ได้ เมื่อโรงพิมพ์สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีขอเรียกเก็บเงินให้เรียบร้อยก่อนด้วย

*จำนวนเอกสารแนบท้ายที่ต้องจัดส่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงในทุกปีปฏิทินตามจำนวนสมาชิกบอกรับหนังสือราชกิจจานุเบกษาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะมีหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ทราบเป็นคราวไป

               อนึ่ง หากหน่วยงานใดไม่มีโรงพิมพ์ในสังกัด หรือมีแต่ไม่สะดวกที่จะดำเนินการจัดพิมพ์เอกสารแนบท้าย สามารถติดต่อสั่งจ้างโดยตรงที่กองโรงพิมพ์สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๔๓ ๐๖๑๑ เพื่อดำเนินการแทนได้

 

ระยะเวลาในการจัดส่งเรื่องไปลงในราชกิจจานุเบกษา

๑. ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องมีหนังสือส่งเรื่องและเอกสารแนบท้าย (ถ้ามี) ไปถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนวันที่ประสงค์จะให้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำเรื่องนั้นประกาศหรือลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาอย่างน้อย ๒ สัปดาห์

๒. กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนหรือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ขอให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องติดต่อประสานงานโดยตรงกับส่วนงานราชกิจจานุเบกษาเป็นรายกรณี

 

Ico48
แพรว [IP: 1.10.217.50]
24 พฤศจิกายน 2557 14:53
#100776

บริษัทมิตรแท้ประกันภัย

สินค้าขายดี ประกันภัยชั้น 3+พรบ ของมิตรแท้ทวีคูณ ราคาประหยัด ซื้อ ป.3 เหมือนได้ พรบ. ฟรีๆ

1. เก๋ง ในราคา 2,600 บาท

2. กระบะ ในราคา 3,600 บาท

3. ตู้ ในราคา 3,800 บาท

ประกันแนะนำ ชั้น 3 พิเศษใหม่ มี 7 แบบ 4 ราคา (ไม่รวมค่า พรบ.) ดังนี้

1. ราคา 6,500บาท ซ่อมรถให้ 150,000 บาท เสียค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท

2. ราคา 7,600 บาท ซ่อมรถให้ 150,000 บาท(***พิเศษ***)

3. ราคา 7,000 บาท ซ่อมรถให้ 250,000 บาท เสียค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท

4. ราคา 8,200บาท ซ่อมรถให้ 200,000 บาท (***พิเศษ***)

5. ราคา 9,600 บาท ซ่อมรถให้ 250,000 บาท รถหาย/ไฟไหม้ 250,000 บาท (***พิเศษ***)

6. ราคา 7,800 บาท ซ่อมรถให้ 200,000 บาท รถหาย/ไฟไหม้ 200,000 บาท เสียค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาท

7. ราคา 9,800 บาท ซ่อมรถให้ 300,000 บาท รถหาย/ไฟไหม้ 300,000 บาท (***พิเศษ***)

***พิเศษ**** กรณีเชียวชนเป็นฝ่ายผิดไม่ต้องเสีย 2,000 บาท

ความคุ้มครองหลัก

1.ความรับผิดต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต บุคคลภายนอก 300,000 บาทต่อคน

2.ส่วนเกิน พรบ. 10,000,000 บาทต่อครั้ง

3.ความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก 1,000,000 บาทต่อครั้ง

4.อุบัติเหตุส่วนบุคคล คุ้มครองสูงสุดถึง 5 ท่านๆล่ะ100,000 บาทต่อคน รวม 500,000 บาทต่อครั้ง

5.ค่ารักษาพยาบาล คุ้มครองสูงสุดถึง 5 ท่านๆหล่ะ 50,000 บาทต่อคน รวม 250,000 บาทต่อครั้ง

6.การประกันตัวผู้ขับขี่คดีอาญา 300,000 บาทต่อครั้ง

ข้อเสนอพิเศษ

1. ไม่ต้องถ่ายรูปรถ,ไม่ต้องตรวจสภาพรถ,ไม่จำกัดอายุรถ

2. คุ้มครองทันทีที่คุณโทรแจ้งประกัน

**รับสมัครตัวแทนขายด้วยนะค่ะ**

ถ้าสนใจข้อเสนอนี้ ติดต่อ สุนทรี (แพรว) ทะเบียนเลขที่ 5102006780

โทร 081-7786141,02-5855588 E-mail: taw-d@msn.com

ลิ้งค์ เข้ากรอกข้อมูล http://www.nv-insure.com

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.234.255.5
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ