นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Kon1Kon
Ico64
เสาวลักษณ์ รุ่งตะวันเรืองศรี
อาจารย์ระดับ 7
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
  • ไม่มี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 2

อ่าน: 1998
ความเห็น: 4

แอ็มสตอรี่ [C]

การทำงานที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พี่แอ็มคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว

ในกลุ่มนศ.advisee ทั้ง 9 คนของปีที่ผ่านมา  มีผู้ที่อาวุโสโด่งออกไปสูงสุดอยู่ 2 คน คนแรกคือ บุษ อาวุโสสุด  และอีกคนคือ แอ็ม อาวุโสรองลงมา  เพื่อให้เข้าใจง่ายว่าใครรุ่นไหน  น้องๆ ก็เลยเรียกพี่ทั้งสองนี้ว่า ป้าบุษกะป้าแอ็ม (แต่แอ็มไม่ยอมให้เรียกป้า ก็เลยกลายเป็นพี่แอ็มแทน)

 

วันนี้จะเล่าเรื่องของ แอ็มสตอรี่

พี่แอ็มมีสิ่งดีๆ ที่น่าจะเป็นครูได้เหมือนกับที่คุณ “สิงห์ทอง” บอกไว้ว่า  นักเรียนทุกคนสามารถเป็นครูของเราได้ สิ่งดีๆ ที่ว่าของพี่แอ็ม ก็คือ ตั้งแต่แรกมาแล้ว พี่แอ็มจะมีความชัดเจนมาตลอดว่าอยากจะทำวิทยานิพนธ์แนวไหน  รู้มาตลอดว่าตัวเองชอบอะไร มีศักยภาพด้านไหน (ยกเว้นอย่างเดียวคือ ตอนแรกเข้ามาอยากทำงานเอกชน  พอตอนจะจบ บอกว่าอยากเป็นอาจารย์ซะแล้ว)  พี่แอ็มก็เลยเลือกหัวข้อวิทยานิพนธ์ได้ค่อนข้างเร็ว

 

สิ่งเหล่านี้มีผลต่อระยะเวลาการศึกษาของพี่แอ็ม  เมื่อพี่แอ็มได้หัวข้อแล้ว เธอก็ลุยพักเดียว  เป็นคนที่แทบจะไม่ต้องตามงาน  แต่จะมีงานมาส่งอาจารย์ตามเวลานัดหมายเสมอ ไม่เคยขาด เมื่อได้ comment อะไรไป ไม่นานก็มักจะกลับมาตอบหรืออธิบายอาจารย์ได้แล้ว  เรื่องอะไรที่ไม่มีความรู้มาก่อน ก็สามารถแสวงหาความรู้ด้วยตัวเองได้เป็นอย่างดี

 

การทำงานที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พี่แอ็มคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว  พี่แอ็มจะมีระเบียบวินัยกับเรื่องการแบ่งเวลาให้กับงาน  ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ค่อยเถลไถล ตั้งเวลาทำงานอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ งานก็เลยเดินได้ดี (หรือว่าจริงๆ เป็นเพราะมีกำลังใจใกล้ตัวดีด้วยก็ไม่รุ—เป็นที่รู้กันว่าพี่แอ็มต้องรีบจบ ก่อนวัยจะล่วงเลยไปมากกว่านี้ เดี๋ยวจะไม่เหมาะกับการสมรสน่ะ)

 

นอกจากนี้พี่แอ็มยังทำงานรอบคอบ รู้จักตรวจสอบงานของตัวเองก่อนส่งอาจารย์เป็นอย่างดี  เวลาต้องแก้ข้อมูลที่มัน link ไปยังตำแหน่งอื่นๆ ในวิทยานิพนธ์ พี่แอ็มก็จะตามไปเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน  บอกครั้งเดียวก็นำไปปฏิบัติได้หมดและครบถ้วน ไม่รู้มีความสามารถในการรำลึก comment ได้ยังไง ทำให้ไม่ต้องตามไปเก็บตก แก้ซ้ำแก้ซากอยู่หลายครั้ง

 

ขณะเดียวกันพี่แอ็มก็เป็นคนมีน้ำใจต่อเพื่อนๆ และน้องๆ  ตัวอย่างเช่น พี่แอ็มจะโดนพี่ขวัญเพื่อนสนิทซึ่งเข้ามาเรียนก่อนหน้าแอ็มและจบไปแล้ว ซึ่งไปทำงานอยู่ที่กรมทางหลวง กรุงเทพฯ โทรมาจิกใช้โน่นใช้นี่ (อย่าง ยืมหนังสือ คืนหนังสือ ติดต่อทะเบียนกลาง ไปหาคนโน้นคนนี้ ฯลฯ) อยู่เป็นประจำ ซึ่งพี่แอ็มก็ไม่เคยบ่นประการใด หรือน้องๆ จะรบกวนให้พี่แอ็มช่วยติวอะไร พี่แอ็มก็เต็มอกเต็มใจช่วยเหลือ จนเป็นที่รักที่นับถือของน้องๆ ในกลุ่มอย่างมากมาย Kon1Kon เองก็นับถือความมีน้ำใจของพี่แอ็มคนนี้

 

--เราเคยแชร์กันตอนทำกิจกรรมกลุ่มวันพฤหัสของเรา พี่แอ็มเล่าว่า แต่ก่อนไม่ใช่เป็นคนนึกถึงน้ำใจคนแบบนี้หรอก แต่เป็นเด็กร้ายมากเลย ขนาดครูเคยเรียกว่า ไอ้ฟ้าแลบ เพราะชอบแกล้งเพื่อนเสมอ  วันนึง คุณครูมีกลยุทธ์พิเศษ คือให้เด็กๆ ในห้องเขียนชื่อเพื่อนคนที่นิสัยดีที่สุด และนิสัยไม่ดีที่สุดว่าคือใคร  และแน่นอนปรากฏว่า ด.ญ.แอ็มของเรา ติดอันดับคนที่นิสัยไม่ดีที่สุด  ตั้งแต่วันนั้นมา ด.ญ.แอ็มของเราก็เลยรู้ตัวว่าแย่แล้ว และก็เปลี่ยนนิสัยจนมาเป็นพี่แอ็มที่น้องๆ รักอย่างในวันนี้เลย

 คิดว่าถ้านักศึกษาคนไหนอยากจบเร็วๆ อาจจะลองเรียนรู้ข้อดีของพี่แอ็มแล้วเอาไปปรับใช้กับตัวเองบ้างก็ได้นะคะ เพราะพี่แอ็มสำเร็จการศึกษาภายในเวลา 2 ปี พร้อม degree วิทยานิพนธ์ดีเด่นประจำปี 2550 เป็นประกัน.. เคยบอกให้พี่แอ็มเขียนเล่าประสบการณ์การเรียนรู้ ข้อคิดที่ได้เรียนรู้จากกระบวนการทำวิจัย และเทคนิคการทำงานไว้บ้างเหมือนกัน แต่พี่แอ็มก็ยังไม่ว่างทำให้ซักที  นี่ถ้าบังเอิ๊ญ แวะมาอ่านบันทึกนี่ ก็ถือโอกาสทวงเลยก็ละกันนะจ๊ะ  พี่แอ็ม....
หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 07 พฤศจิกายน 2550 21:09 แก้ไข: 18 กุมภาพันธ์ 2551 10:47 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

คุณครูของพี่แอ็มมีกลยุทธ์ที่ดีมากเลยนะครับ

ผมให้บุคลากรในหน่วยลองให้เกรด A B C และ D กันดู แบบบังคับว่าแต่ละกลุ่มต้องเท่า ๆ กัน น่าสนใจเหมือนกัน

Ico48
Kon1Kon (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
08 พฤศจิกายน 2550 19:20
#1242

อาจารย์ชาคริตคะ ช่วยอธิบายเพิ่มเติมวิธีการของอาจารย์หน่อยได้ไหมคะ สนใจค่ะ

 ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ

ต้องขอโทษที่ไม่ได้เข้ามาติดตามคำตอบจากคำบอกเล่าที่ post ไว้ครับ

ผมมีความรู้สึกว่าตัวเราเองมักจะรู้สึกว่าตัวเราได้ทำดีแล้วเสมอ อันเนื่องมาจากเราอาจรู้จุดเด่น ความสามารถของตัวเรา  อันเป็นที่มาของการไม่ต้องการเปลี่ยนตัวเอง เพราะมันดีอยู่แล้ว แต่ลืมไปว่าการแสดงออกของเรา อาจไม่ได้แสดงออกถึงความดี ความสามารถที่เรามีทั้งหมด หรือความดีในส่วนที่สังคมต้องการ ซึ่งคนอื่นอาจจะเห็นต่างได้

ดังนั้นผมเลยลองจัดให้มีการประเมิน โดยทุกคนมีส่วนร่วม กติกา มีอยู่ว่าต้องให้เกรดทุกเกรด ในจำนวนที่เท่า ๆ กัน แล้วค่อยสอบถามความนึกคิดว่ามีความยากลำบากในการประเมินอย่างไรบ้าง โดยทั่วไปการให้เกรด A B จะง่ายกว่าการให้เกรด C D เพราะไม่มีใครอยากให้เกรดเพื่อนอย่างนั้น อ้อ อีกอย่างหนึ่ง ผมให้ใส่ชื่อตัวเองว่าอยู่ในเกรดใดด้วย

ผมเอาผลจากทุกคนมาจัดลำดับ และสรุปได้ว่าใครควรได้ A B C D เปรียบเทียบกับผลที่ประเมินตนเองมา ก็พบว่ามีการประเมินตัวเองถูกเกือบครึ่ง ประเมินตัวเองสูงเกินไป 1 ขั้น และ 2 ขั้น ประมาณ 1/3 และประเมินตัวเองต่ำไปประมาณ 1/5 และผมได้แจ้งผลการประเมินให้เจ้าตัวรู้ด้วย

ผมหวังว่าผลการประเมินจะเป็นกระจกบานเล็ก ๆ ให้เขาได้รู้จักตัวเองดีขึ้น และนำไปสู่การปรับตัวเอง ในบางคน เพราะส่วนใหญ่อาจรู้จักตัวเองดีอยู่แล้ว

หลายคนมักคิดว่า ผู้บังคับบัญชาอคติ มองมุมเดียว และไม่รู้จริง ผมทดลองให้เห็นว่า บางทีอคติอาจอยู่ที่ใจตนเองที่ไม่ยอมให้ใครมาประเมินก็ได้

การประเมินแบบนี้ ต้องทำอย่างไม่รู้ตัว เพราะหากรู้ล่วงหน้าข้อมูลอาจเบี่ยงเบนได้ครับ

Ico48
Kon1Kon (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
18 พฤศจิกายน 2550 14:11
#1702

ขอบพระคุณ คุณ "คนธรรมดา" มากค่ะ ที่กรุณาสละเวลาอธิบายรายละเอียดเทคนิคการประเมินเพื่อมองตนเองให้ซะละเอียดเลย  ที่อาจารย์พูดไว้ก็จริงนะคะ คนเรามักจะรู้สึกว่าตัวเราทำดีแล้วเสมอ เพราะเรารู้จักตัวเองดี แต่เพื่อนร่วมงานอาจจะไม่รู้จักเรา เค้าก็ดูแต่เฉพาะที่เราแสดงออก ซึ่งบางทีมันก็ไม่สามารถแสดงออกได้หมดอย่างที่เราคิดว่าเรามี..

ฟังอาจารย์แล้ว ทำให้ต้องย้อนมามองตัวเองเลยค่ะ..

อือม..share นี้ มีประโยชน์จริงๆ

คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น