นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1530
ความเห็น: 1

พ่อค้าประท้วง

ในการจัดงานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 11  ปี 2547  เป็นปีที่ 3 สำหรับการทำงานอย่างเต็มตัวของเรา พ่อค้าแม่ค้าในโซนผ้าพื้นเมือง รวมตัวกันมาประท้วง 

   

เนื่องจากในงานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 10 ปี 2546  เราเปิดขายล็อคโซนผ้าพื้นเมืองเพียงแค่ 35 ล็อค เพราะมีคนมาสมัครเท่านี้

 

แต่พองานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 11  มีคนมาสมัครขายผ้าพื้นเมืองเยอะมาก  เจ้านายจึงบอกให้เรา ลองทำผังใหม่ เพื่อขยายพื้นที่โซนผ้าพื้นเมืองให้เยอะขึ้น เพราะคนใต้สนใจซื้อกันมาก เราจึงเพิ่มจำนวนล็อคขึ้นเป็น 97 ล็อค

 

การเพิ่มจำนวนล็อคอย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดปัญหา แม่ค้าพ่อค้าบางโซนที่อยู่ตรงถนนใหญ่ขายได้  แต่บางรายที่ขายตรงหน้าคณะฯ หลังป้ายงานเกษตรไม่มีคนเดินเข้าไปซื้อ

 

พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นจึง รวมตัวกันมาประท้วง เรียกร้องขอย้ายที่ขาย  หรือให้ปิดถนนตั้งแต่หน้าคณะฯ ตรงต้นยางลงไป เพื่อดึงให้คนเดินไปทางหลังป้ายคณะบ้าง

   

วันนั้นเป็นวันเสาร์  ประมาณสิบโมงในห้องทำงานของเรา พ่อค้า แม่ค้านัดกันมาพบเกือบ 40 คน ต่างรุมด่า แย่งกันพูด จนเกิดจลาจลในห้องทำงาน  ที่มีเราเพียงคนเดียว 


ฝ่ายที่ขายไม่ดีอยากขอให้เอาแผงเหล็กมากั้นเพื่อให้คนเดินเข้าไปตรงป้ายหน้าคณะบ้าง  อีกฝ่ายคือฝ่ายที่อยู่ติดถนนที่ขายดี เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายจะขอปิดถนน ก็มาประท้วงไม่ให้ปิดถนน จึงเป็นจลาจลซ้อนจลาจล


   

เราจำได้ไม่ลืม ว่าเรานั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน ด้วยทีท่าน่าสงสารมากกกกกก   มีพ่อค้า แม่ค้า ยืนล้อมรอบ เป็นวงกว้างแน่นขนัดกว่า 40 คน  ทุกคนรุมด่าตระโกน เสียงดัง


คนนั้นจะเอาอย่างนี้ คนนี้จะเอาอย่างนั้น เราพยายามนึกว่าจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร  พยายามโทรขอให้ใครมาช่วย ก็ไม่มีใครว่าง ทุกคนไม่สามารถมาแก้ไขเหตุการณ์ที่ทำท่าจะรุกลามใหญ่โตได้  และปล่อยให้เราจัดการปัญหานี้เพียงลำพัง

   

ในใจไม่มีเวลาคิดเจ็บแค้น  ทั้งที่คับแค้นแทบกระอักเลือด  ผู้หญิงคนเดียวต้องแบกรับภาระทั้งงานไว้ลำพัง


 เราพยายามเจรจาด้วยท่าทีอ่อนโยนก็ไม่มีใครยอมฟัง สั่งให้เราหุบปาก สถานการณ์กำลังย่ำแย่ ผู้คนโมโห (หรือแกล้งโมโหก็ไม่รู้) กดดันให้เราหาที่ใหม่ให้  ให้เราปิดถนน ให้เราต้องทำโน่นทำนี่ เราอดทน อดทน นั่งฟังแม่ค้ารุมด่าว่า ดูถูกเป็นชั่วโมง


 ความอดทนก็สิ้นสุด เมื่อพ่อค้าเริ่มชี้หน้าว่าจะเอายังไง “อีโง่ คิดจะจัดงานใหญ่ แต่ทำไม่เป็น ไม่ไปดูงานที่มหาลัยอื่นดูบ้าง”

 

เราลุกขึ้นยืน เอามือตบโต๊ะเสียงดังสนั่น  อย่างโมโห สุดจะทน ด้วยแววตาก้าวร้าว   กวาดตาไปมองแต่ละคนช้าๆ ทีละคน ทุกเสียงเงียบกริบ คาดไม่ถึงว่าลูกแมวตัวน้อย จะกลายเป็นแม่เสือได้ในพริบตา


 

เราลุกเดินออกจากโต๊ะ ไล่คนที่รุมล้อมให้หลีกทาง  แล้วเดินไปนั่งลงกับพื้นกลางห้อง  ทุกคนมองเรางงๆ  เราบอกตัวเองว่าวันนี้ฉันสู้ตาย เป็นคนดีไม่ได้ เป็นคนบ้าก็แล้วกัน

 

เราตะคอกสุดเสียง เหมือนตอนเป็นว๊าก “ยืนทำไม มานั่งตรงนี้” พ่อค้า แม่ค้าเดินตามมานั่งพื้นล้อมรอบเราลงกับพื้นห้องแบบงงกว่าเดิม  “เราตระคอกถามจะเอาไง” 


พ่อค้าแม่ค้าหลายคนตอบพร้อมกัน เราชี้หน้า แล้วตะคอกสุดเสียงเหมือนคนบ้าคลั่ง “หยุด พูดทีละคน”  แต่ละคนจึงพูดสิ่งที่ต้องการ  เราฟัง จด ด้วยหน้าตาดุดัน เหมือนตอนเป็นว๊าก ที่ทำท่าก้าวร้าวสุดๆ  เมื่อทุกคนพูดสิ่งที่ต้องการจบ เราก็สรุป  “จะไปแจ้งผู้ใหญ่ให้ทราบ วันนี้ไม่มีใครอยู่ ถ้าใครมีปัญหาก็จะคืนเงินให้ ไม่ต้องขาย”  ทุกคนจึงยอมเลิกรากลับไปด้วยดี


   

เมื่อทุกคนออกไปหมด เราล็อคประตู ปิดไฟในห้อง นั่งซุกตัวลงใต้โต๊ะทำงาน  ด้วยความตกใจมึนงง เราจำได้ไม่เคยลืม เราตกใจกับการได้ใช้อำนาจบ้าคลั่งเป็นครั้งแรกกับคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่า และตกใจกว่า ที่มันได้ผล  เหมือนคนที่ใช้พลังงานไปสุดแรง เรานั่งเหมือนคนหมดสิ้นเรี่ยวแรงอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ด้วยกลัวมีใครจะเห็นว่าเราอยู่ในห้องนี้ แล้วจะมาด่าอีก เราซุกตัวอยู่ใต้โต๊ะ ขดนอนเนิ่นนาน


 

กระทั่งตอนบ่ายๆ มีโทรศัพท์จากแม่ค้าในงาน แจ้งเรื่องน้ำไม่ไหล  คงเพราะเสียงหมดแรง หรือเพราะข่าวประท้วงดังไปทั้งงาน แม่ค้าถามเราว่า “ทานข้าวแล้วยัง”  เราตอบว่ายัง จึงเอ่ยปากฝากซื้อข้าวห่อสักห่อ เพราะไม่กล้าออกไปเดินในงาน

 

เราจำความทุเรศของตัวเองที่ต้องหมอบคลานในห้องทำงาน เพราะห้องเราเป็นกระจกหน้าต่างรอบห้อง ถ้าลุกยืนคนข้างนอกจะมองเห็น เราคลานไปตามมุมห้องเพื่อหลบไม่ให้หัวโผล่พ้นกระจกให้คนเห็น  ต้องทำสัญญาน เปิดประตู รับอาหาร จนเป็นที่เวทนาแก่ผู้พบเห็น


 

หลังจากวันนั้น เราเรียนรู้ว่า ผู้เข้มแข็ง ก้าวร้าว ปราศจากความกลัวเท่านั้นที่จะอยู่รอดได้

 


เมื่อใดที่อ่อนโยน เค้าก็คิดว่าเราอ่อนแอ  เมื่อเราสุภาพเค้าคิดว่าเราหงอ  เมื่อเรากลัวก็จะถูกรุกราน 


   

ทุกครั้งที่ได้ข่าวว่า มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่พึ่งเริ่มจัดงานกันเอง ถูกพ่อค้าแม่ค้าประท้วง เราย้อนนึกถึงตัวเองในวันนั้น วันที่ถูกทุกๆ คน กดดัน ประท้วง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะผ่านปัญหาเหล่านี้ไปได้  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำไม่ได้


   

เรานึกขอบคุณทุกๆ สิ่งที่ผ่านเข้ามา เพราะเธอมา และเพราะเธอไม่มา  ฉันจึงได้รับโอกาสเรียนรู้  โอกาสเดียวที่ไม่มีใครมีโอกาสเรียนรู้  



หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 01 มิถุนายน 2559 20:44 แก้ไข: 17 มิถุนายน 2559 10:53 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 คนธรรมดา, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • เหตุการณ์ในปีนั้น ยังจำได้ดี กรรมการที่อยู่ในฝ่ายฯ ไม่กล้าที่จะไปไหนคนเดียว ต้องไปเป็นกลุ่ม เช่น ไปซื้อข้าว หรือไปเดินตรวจร้านค้า ว่า เป็นคน ๆ เดียวกันไหม กับคนที่มาจองล็อค  เนื่องจากมีการขายล็อคต่อให้กับบุคคลภายนอก  (ต้องมียามคณะฯ เดินไปด้วย) 
  • ป้ายชื่อที่แสดง ว่าเป็นกรรมการในงานเกษตรฯ ฝ่ายจองล็อคงานเกษตร  ที่ทุกคนต้องติดเมื่อต้องไปปฏิบัติงาน ไม่กล้าจะที่แขวน  เนื่องจากกลัวพ่อค้าแม่ค้า จะจำได้  
  • โซนล็อคที่น่ากลัวในปีนั้น คือ โซนขายผ้าพื้นเมือง   
  • ในระยะหลัง ๆ การจองล็อคเพื่อจำหน่ายสินค้าในงานเกษตรฯ เป็นระบบ  ทำให้เข้าใจร่วมกัน  ไม่เกิดปัญหาดั่งเช่นในอดีต

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ