นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 3374
ความเห็น: 16

มุมมองภาคเอกชนต่อมหาวิทยาลัยและระบบการศึกษาไทย องค์กรเรียนรู้ และการบริหารความรู้ (วิดีโอคลิป)

เราทุกคนในองค์กรต้องปรับตัว เปลี่ยนก่อนจะสาย

องค์กรเรียนรู้ และการบริหารความรู้

Learning Organization and Knowledge Management

ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ

วันที่ 28 สิงหาคม 2552

ห้องประชุม 1 สำนักงานอธิการบดี

ขอขอบคุณท่านน้อง สมหมาย คณะเภสัชศาสตร์ ที่ได้กรุณาให้ใช้ notebook PC อีกหนึ่งเครื่องช่วยทดสอบหาสาเหตุของอาการเสียงหาย จนแก้ไขได้เสียงในที่สุดและใช้ส่ง e-mail ส่งข่าวให้ชาวศูนย์คอมพิวเตอร์ได้ทดสอบ และกระจายข่าวต่อ ๆ กันไปจนถึงคณะวิทยาศาสตร์

และขอบคุณท่านเต๋า สมชาย ศูนย์คอมพิวเตอร์ ที่ได้ให้คำแนะนำการตั้งค่าเพื่ออนุญาตให้สาธารณชนทั่วไปเข้าถึงไฟล์วิดีโอคลิปที่บันทึกเก็บไว้บนเครื่อง elearning.psu.ac.th ครับ

ตอนที่ 1 ความยาว 21 นาที (40MB)

(ขออภัยมือใหม่หัดถ่ายวิดีโอจาก webcam บน notebook PC ยังตัดต่อไม่เป็น

กรุณาข้าม 7 นาทีแรกที่มีแต่ความว่างเปล่า คลิกเม้าส์บนแถบแสดงเวลาให้ไปเริ่มต้นที่ 0:07:01)

http://elearning.psu.ac.th/p11476158/

ตอนที่ 2 ความยาว 46 นาที (70MB)

(ยังไม่ชำนาญนาทีที่ 0:07:30 ภาพหาย

0:08:47 หายทั้งภาพและเสียง

ตั้งแต่ 0:15:40 ภาพมาแต่เสียงไม่มีตลอด ตอนที่ 2 ยังไม่คุ้นเคยกับวิธีการปรับตั้งระบบเสียงบน notebook PC ถ้าไม่สนใจดูภาพก็กรุณาข้าม ตอนที่ 2 ไปเลย เพราะผมเรียนรู้ และปรับให้ใช้งานได้แล้วในตอนที่ 3 และ 4)

http://elearning.psu.ac.th/p94345445/

ตอนที่ 3 ความยาว 1 ชั่วโมง 6 นาที (รับชมได้ทั้งภาพและเสียงโดยตลอด) (180MB)

http://elearning.psu.ac.th/p29667977/

ตอนที่ 4 ความยาว 2 ชั่วโมง 47 นาที (รับชมได้ทั้งภาพและเสียงโดยตลอด) (386MB)

http://elearning.psu.ac.th/p54701481/

นอกจากได้รับฟังคำบรรยายดี ๆ ข้างบนนี้แล้ว ผมก็ได้เรียนรู้ช่องทางเผยแพร่การบรรยายผ่านระบบ elearning.psu.ac.th ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยใช้ notebook PC ซึ่งทำได้ง่าย ณ เวลาที่กำลังบันทึกรายการสด ๆ ก็มีผู้ให้ความสนใจจากศูนย์คอมพิวเตอร์ และคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งแม้จะอยู่นอกห้องประชุม 1 ก็สามารถเรียนรู้ไปได้ผ่าน elearning.psu

 

ม.อ. เรามีความพร้อมมากครับในด้านระบบที่สนันสนุนการเรียนรู้ แต่ผมเห็นว่าต้องจัดกิจกรรมกระตุ้นต่อมเรียนรู้ ต่อมใฝ่รู้ ให้ใช้ทรัพยากรการเรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยมีพร้อมสนับสนุนบุคคลทั้งหลายในองค์กร และขยายต่อไปยังชุมชน ท้องถิ่น ภูมิภาค และชาติไทย

 

เปิดจิต เพียงแค่รับรู้ แต่ไม่พิพากษาตัดสิน

เปิดใจ เพียงแค่รับรู้ โดยไร้เงื่อนไข

เปิดมุมมอง ด้วยความกล้า ปราศจากความกลัว...ที่จะทำ หลังจากคิดถี่ถ้วนแล้ว...

ไม่มีใครทำสิ่งใด ๆ ผิด ในองค์กร(คนไม่เคยผิด ก็เพราะไม่ทำ)

ให้ลืมอดีต แล้วเริ่มต้นใหม่ คิดว่าจะทำอะไรต่อไป แล้วก็ลงมือทำ ธรรม ทำ ธรรม ทำ ธรรม ทำ ธรรม ทำ ธรรม ... ด้วยความกล้าอย่างมีสติ อย่าไปกล้าแบบโง่ ๆ เชียวนะ!!!

เมื่อได้ฟังบรรยายแนะนำจากกัลยาณมิตรที่กระตุกต่อมเรียนรู้อย่างรุนแรงเช่น ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ ข้างบนนี้แล้ว ก็ขอให้มองเช่นกระจกสะท้อนสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แล้วเปลี่ยนแปลงพัฒนา อย่ามามัวเสียเวลาตามทุบกระจกบานนี้อยู่เลย

เอกสารประกอบคำบรรยาย

http://share.psu.ac.th/file/songkrant.m/Worapat_LO%26KM_PSU.pdf

 

ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ ... คนวางหมากบนกระดานชีวิต


แต่ละ ย่างก้าวในชีวิตที่ไม่รู้แน่ว่าจะชักพาไปสู่ความสำเร็จหรือล้มเหลว
เชื่อแน่ว่าแต่ละคนให้ความสำคัญกับมันแตกต่างกัน
ในขณะที่หลายคนปล่อยปละชีวิตตามโชคชะตา
กลับมีบางคนมุ่งมั่นที่จะเดินไปข้างหน้าให้ได้ตามเส้นทางที่ตนกำหนด

ดร. วรภัทร์ ภู่เจริญ
คนไทยที่มีคุณสมบัติอย่างที่องค์การนาซ่าต้องตามหาอยู่ถึง 3
ปีจึงจะพบและมอบทุนให้เขาเรียนจนจบด็อกเตอร์ ตลอด 7 ปีที่ทำงานอยู่กับนาซ่า
หรือรวมแล้ว 10 ปีที่อยู่อเมริกาทำให้เขาได้สั่งสมประสบการณ์มากมาย
จนถึงวันหนึ่งเขาก็หิ้วกระเป๋ากลับมาเมืองไทย เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่

ปัจจุบันเขาตั้งบริษัทชื่อ อริยชน
ตัวเขาเองทำหน้าที่เป็นวิศวกรที่ปรึกษาเน้นในด้านการบริหารองค์กรและระบบ
บริหารจัดการให้กับองค์กรขนาดใหญ่และกลางหลายแห่ง เช่น ปูนซิเมนต์ไทย ,
แบตเตอรี่ 3K , บริษัทไทยเทพรส
และทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินและตรวจยุทธศาสตร์ให้กับกระทรวงวิทยาศาสตร์และ
กระทรวงแรงงาน และนอกเหนือจากเวลาเหล่านี้
เขายังเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐานให้กับพนักงานบริษัทและบุคคลทั่วไป

ในวัยที่ย่าง 46 ปี
หากถามเขาถึงหลักกิโลและเส้นทางชีวิตที่ผ่านมาว่าเป็นเพราะความบังเอิญชักพา
ให้เป็นไปหรือเปล่า เขาจะตอบว่า "ไม่" และจะสำทับอย่างอารมณ์ดีว่า
"เรื่องอย่างนี้ไม่มีฟลุ๊ค" ฉะนั้นเมื่อบวกทั้งมุมมองวิธีคิด
หยาดเหงื่อแรงงาน และมันสมองที่เขาคอยลับให้แหลมคมอยู่เสมอ
คำหนึ่งที่หลุดออกมาระหว่างสนทนาบ่อยครั้งคือ ผมเป็นนักวางยุทธศาสตร์...

"วิธีคิดของผมไม่ค่อยเหมือนใครตั้งแต่เล็กแล้ว ผมมองอย่างที่ฝรั่งเรียกว่า
"what if" หรือ "ถ้า" ถ้าเป็นอย่างนี้จะทำยังไง แล้วถ้าไม่ใช่ละจะทำยังไง
จะมอง what if ตลอด มองทางแยก ผมคิดนะว่าเวลายืนอยู่หน้าประตู
แค่เลือกจะเลี้ยวซ้ายกับเลี้ยวขวาชีวิตผมเปลี่ยนได้เหมือนกัน
ซึ่งในเมื่อทางเลือกเป็นสิ่งสำคัญทำไมเราไม่เลือกวางแผนตั้งแต่ต้นว่าเราจะ
ไปทางไหน"

หลังจากจบปริญญาตรีทางด้านเคมีเทคนิคจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดร.วรภัทร์ตัดสินใจไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา
โดยขอทางบ้านเฉพาะเงินค่าตั๋วเครื่องบินก่อนจะไปตายเอาดาบหน้าด้วยการหางาน
ประเภทล้างจานหรือแม้กระทั่งเป็นโชเฟอร์ขับรถแท็กซี่ในนิวยอร์กหาเงินส่ง
ตัวเองเรียน โดยมีคุณปู่เป็นแรงบันดาลใจอย่างที่เขาพร่ำบอก
กับตัวเองในยามลำบากว่าขนาดปู่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากไหหลำยังสามารถเติบโต
ร่ำรวยขึ้นมาได้เลย เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องทำได้

ซึ่งแม้จะออกตัวว่าไม่ใช่คนเรียนเก่ง
แต่ไม่นานเขาก็หาทุนเรียนได้จนจบปริญญาโททางด้านวิศวกรรมวัสดุศาสตร์

"ผมโง่มาตั้งนานตอนอยู่จุฬาฯ ผมได้ 2.6 เอง แต่พอไปอเมริกาแล้วผมไปจับหลัก
how to learn หรือ วิธีเรียนรู้ ไปเจออาจารย์พูดไม่เก่ง
สุดยอดพูดคือไม่ต้องพูด ในเมื่อเขาพูดไม่เก่งเราก็ต้องตั้งคำถามเก่ง
คือผมไปแหย่แกถามแกว่าอันนี้อะไร ๆ มันอยู่ที่การตั้งคำถามของเราต่างหาก"

เรียนปริญญาโทอยู่ 2 ปี
พอจบก็เกือบที่จะต้องเก็บกระเป๋ากลับเมืองไทยอยู่แล้วหากไม่ได้อาจารย์
ที่ปรึกษาชาวอินเดียที่ดร.วรภัทร์ฝากตัวใกล้ชิดพาไปรู้จักกับองค์การด้าน
อวกาศที่ชื่อว่านาซ่า


"จบโททำงานที่นาซ่า เผอิญเขาต้องการคนอย่างผมอยู่พอดี คือหนึ่ง
จบตรีวิศวะเคมี สอง ปริญญาโทด้านโลหะ สาม มีความรู้ด้านชีววิทยา
ซึ่งตอนเรียนปริญญาโทผมศึกษาเรื่องเหล็กดามในกระดูกคน แล้วตอน มศ. 5
ผมก็เป็นประธานชมรมชีวะของเซนต์คาเบรียล ได้ชีวะ A หมดเลย
อีกข้ออย่างคือต้องพร้อมที่จะเปลี่ยนสาขามาเป็นวิศวกรเครื่องกล
เขาจะให้เรียนต่อเอกทางนี้"

"กลางวันทำงาน ตอนเย็นก็ไปเรียน เรียนด็อกเตอร์อยู่ 7 ปี
ที่นานเพราะเปลี่ยนสาขาเลยต้องปรับพื้นฐานเยอะ ต้องเรียนเซรามิกด้วย
เขาเรียกผมจับฉ่ายวิศวกร เพราะคนที่จะเป็นดีไซเนอร์ออกแบบอะไรใหม่ ๆ
ได้มันต้องรู้วิศวกรครบทุกสาขา เขาต้องการคนที่รู้รอบพุง อย่างผมนี่เขาหามา 3
ปี"

การ เป็นแค่นักศึกษาปริญญาโทที่ทำงานท่ามกลางคนระดับด็อกเตอร์ในองค์การนาซ่า
เป็นเรื่องกดดันสำหรับเขา แต่เขาก็ฟันฝ่ามาจนได้
ยิ่งไปกว่านั้นช่วงอยู่ที่นาซ่า 7 ปี
เขาก็ยังไปคว้าได้รางวัลจากงานวิจัยเรื่องเครื่องยนต์ไอพ่น
จึงทำให้เขากลายเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

เหตุการณ์ที่ดำเนินมาถึงจุดนี้ก็เปลี่ยนบทบาทเขาจากโรบินฮู้ดสัญชาติไทยที่
ดิ้นรนหาส่งเงินตัวเองเรียน มาเป็นวิศวกรมือรางวัลขององค์การนาซ่า
เมื่อเป็นดังนั้นเรื่องฐานะความเป็นอยู่ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
เรียกว่าเข้าขั้นอยู่ได้อย่างสบาย ณ ตรงนั้น

...แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ตัดสินใจกลับเมืองไทย
ด้วยเหตุผลที่ต้องดูแลพ่อแม่ที่ชราลงทุกวัน อีกทั้งก็ตามคนรักกลับมาเมืองไทย
นอกจากนี้คือไม่อยากอยู่ใช้ชีวิตบั้นปลายเป็นคนแก่เหงา ๆ ที่อเมริกา

" กลับมาอยู่เมืองไทยรายได้เปลี่ยนเลย แต่ผมคิดอย่างนี้ว่าคนจน ๆ
งี่เง่าอย่างกูไปเหยียบอเมริกาโดยเริ่มต้นจากศูนย์ ภายใน 10
ปีกูสามารถสร้างฐานะที่อเมริกาได้ ด้วยสมองอย่างกู
อยู่เมืองไทยสิบปีกูก็ต้องมีได้"

ส่วนลู่ทางที่จะพาไปให้ถึงเป้าหมาย
เขาวางไว้แล้วว่าจะต้องเริ่มต้นจากการเป็นอาจารย์ก่อนอื่น

"ผมมองอย่างนี้ว่าที่สูงเท่านั้นจึงจะเห็นรอบตัว
เพราะฉะนั้นถ้าผมเข้าไปทำงานในโรงงานใดโรงงานหนึ่งเท่ากับผมเข้าหุบเขาไปเลย
ชีวิตผมอับเฉาทันที ยกตัวอย่างคุณไปอยู่โรงงาน A
คุณก็ต้องไปอยู่กับเขาจันทร์ถึงเสาร์ คุณจะไม่เห็นอะไรเลยนอกจากโรงงาน A
แล้วคุณจะวุ่นวาย เหมือนหนูเข้าไปปั่นอยู่ในถัง
และเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนอายุ 40 กว่า คุณก็พบว่าคุณไปไหนไม่ได้
คุณก็กลายเป็นขี้ข้าให้กับคนตระกูลหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท
อย่างนั้นคุณเสร็จเลย"

ดังนั้น
ดร.วรภัทร์จึงเริ่มจากวางยุทธศาสตร์ชีวิตของตัวเองเมื่อย้ายกลับมาอยู่เมือง
ไทยด้วยการยอมรับเงินเดือน 7,000 บาทสำหรับตำแหน่งอาจารย์ที่จุฬาฯ


"จากนั้นก็วางแผน วางมาร์เก็ตติ้งว่าทำยังไงคนอย่างผมจะได้เป็นที่ปรึกษาใหญ่
ตะกายดาวแต่ต้องตะกายดาวอย่างมียุทธศาสตร์
ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าสันดานตัวเองเป็นยังไง จากนั้นผมนั่งเช็คคนในวงการ
อาจารย์ที่ดัง ๆ ในประเทศไทยมีกี่คน คนไหนใกล้เกษียณ
แล้วเขามีลูกศิษย์ไว้กี่คน นั่นคือผมคำนวณแล้ว"

การวางแผนที่ชีวิตอย่างเป็นระบบของดร.วรภัทร์
ทำให้เขาก้าวหน้าไปอย่างเป็นขั้นตอนตามแผนที่วางไว้

"พอวิชา Quality กำลังจะบูม คนเก่งวิชานี้ในเมืองไทยเด่น ๆ มีไม่เกิน 5 คน
แต่เนื่องจากมาร์เก็ตมันใหญ่ ทำไมเราไม่เป็นคนที่หก
แล้วผมก็มานั่งดูจุดอ่อนของทั้ง 5 คน เขาเรียนจบทางด้านวิศวะอุตสาหการ
ไม่รู้ทางด้านเคมี ไม่รู้ทางด้านเครื่องกล รอบรู้สู้ผมไม่ได้ ในขณะเดียวกัน
พอทำตรงนี้ได้ที่ปั๊ปก็อย่าประมาท ศาสตร์ทางด้าน Management ตัวใหม่ ๆ
มาเรื่อย ๆ คอยเปิดหูเปิดตา และคบเด็กเสมอ อย่างเกม Raknarok ผมยังเล่นเลย
ต้องอย่าสร้างแก๊ป"

ซึ่งไม่เพียงเป็นนักเล่นเกมคอมพิวเตอร์ตัวยงเท่านั้น
สมัยก่อนหากมีเวลาว่างเขาชอบเล่นบริดจ์ หมากรุก อ่านนิยายกำลังภายใน
ศึกษาประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังคลั่งไคล้ในการดูฟุตบอลด้วย

" เวลาดูฟุตบอลผมไม่ได้เชียร์ข้างไหน ผมดูว่าถ้าผมเป็นโค้ชผมจะแก้เกมส์ยังไง
อย่าลืมนะนักยุทธศาสตร์ต้องดูเรื่องการแก้เกม เรื่อง Management ถ้าผมเป็น
อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผมจะทำยังไง ถ้าเป็นโรนินโญ่ช็อตนี้จะทำยังไง
แล้วในนัดต่อไปผมจะทำยังไงต่อ ผมจะมองในแง่ Strategy"

ซึ่งในแง่นี้เกมกับชีวิตก็ไม่ต่างกันที่
ดร.วรภัทร์ให้ความสำคัญอย่างมากกับการวางแผนว่าจะทำอะไรต่อไป
และเขามักจะมองอะไรข้ามช็อตเสมอ

"เหมือนเวลาสอนลูกศิษย์ อาจารย์บางคนชอบด่าลูกศิษย์แหลกลาญ แต่ผมไม่ใช่นะ
ผมไม่รังแกลูกศิษย์ ผมสอนเต็มที่และก็แทบจะรู้ก่อนสอบแล้วใครเกรด A เกรด B
ใครที่ B ผมก็ช่วยให้เขาได้ A ลองคิดดูสิว่ามันจะรักคุณมั้ย
แล้วเดี๋ยวนี้พวกนี้ไปนั่งในบริษัทใหญ่ ๆ 15 ปีผ่านไป ลูกศิษย์ผมตอนนี้ก็อายุ
35 อายุขนาดนี้จะไปอยู่ตำแหน่งไหนล่ะ คือเป็นตัวชงเรื่องแล้วไง
กำลังเป็นผู้กุมอำนาจตัดสินใจว่าจะเชิญใครเป็นที่ปรึกษา
ซึ่งอย่างนั้นแล้วมันจะบอกบอสให้เชิญใครล่ะ"

ดร.วรภัทร์ยืนยันว่าเรื่องพวกนี้เขาคำนวณไว้แต่แรก
ซึ่งในแต่ละจังหวะชีวิตเขาจะมองไปข้างหน้าในระยะ 5 ปี 10 ปีตลอด
และสำหรับตอนนี้เขามองยาวไปถึงบั้นปลายชีวิตทีเดียว
โดยหาที่ทางให้ตัวเองเสร็จสรรพ...ว่าเขาจะไปอยู่ "วัด"

" ปณิธานผมอยู่ที่นิพพาน ผมมองว่าไม่ต้องถึงกับจนแต่ก็ไม่ถึงกับรวย
มีเวลาส่วนหนึ่งไปปฏิบัติธรรม เพราะการปฏิบัติธรรมเป็นการลงทุนข้ามชาติ
นักวางกลยุทธ์อย่างผมมองข้ามช็อตเลย โลกหน้ามีไม่มีไม่รู้
แต่ในแง่การบริหารความเสี่ยง ถ้าเกิดมีแล้วไม่ทำอะไรเลย...ซวย หรือ
ถ้าไม่มีก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย กูกับมึงก็เท่ากันคือไปอยู่ในหลุม
แต่โอกาสที่มันมีมันสูง ยิ่งมานั่งกรรมฐาน
ความเชื่อมั่นผมร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าชาติหน้ามีแน่นอน"

แม้จะวางแผนข้ามชาติข้ามภพไปแล้ว แต่เมื่อได้สัมผัสกับการปฏิบัติธรรม
ดร.วรภัทร์ ยอมรับว่าสิ่งที่ได้รับตอนนี้คือ...ความสุข

ทุกวันนี้ ดร. วรภัทร์
ยังคงไปทำงานตามบริษัทที่รับให้คำปรึกษาตั้งแต่วันอังคารถึงวันศุกร์และนับ
ไปถึงวันเสาร์ในบางสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติภาวนาและดูแลเว็บไซต์
http://www.managerroom.com/ ส่วนเวลานอกเหนือจากนั้นคือเวลาที่เขามอบให้กับครอบครัว
โดยเฉพาะกับลูกสาวทั้งสองคนที่อยู่ในวัยร่าเริง

สำหรับมุมมองที่มีต่อชีวิต หากถามนักยุทธศาสตร์เช่นเขา เขาให้ความเห็นว่า

" นักยุทธศาสตร์จะมองชีวิตในแง่ Effective ในแง่ Efficiency จะมองชีวิตคล้าย
ๆ จะ think out the best จากมันให้ได้ ทำอย่างไรให้ดีที่สุด
ทำอย่างไรจะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แต่ละชั่วโมงที่ผ่านไป
ผมต้องถามตัวเองตลอดว่าวันนี้ได้อะไร"
2005-02-14 01:33:05


ที่มา
http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9480000020910


--

 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 28 สิงหาคม 2552 16:18 แก้ไข: 05 กันยายน 2552 09:01 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ติดพาสเวิร์ดน่ะครับ

เลยไม่ได้ดู

ขอบคุณท่านไทยมุง ครับที่บอกให้รู้ว่ามีปัญหาติดพาสเวิร์ด ท่านเต๋า สมชาย ศูนย์คอมพิวเตอร์ได้ให้คำแนะนำการตั้งค่าเพื่ออนุญาตให้สาธารณชนทั่วไปเข้าถึงไฟล์วิดีโอคลิปที่บันทึกเก็บไว้บนเครื่อง elearning.psu.ac.th ได้แล้ว

(^_^)

 สงกรานต์

ดูได้แล้วครับ

ต้องชื่นชม ว่าเป็นคุณสงกรานต์และศูนย์คอมฯ นี่ยอดฝีมือจริงๆ

ตอนนั่งมองคุณสงกรานต์ทำ ผมยังคิดตาม ... ว่าคุณสงกรานต์คิดเร็ว ทำเร็ว ใช้ทรัพยากรเท่าที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์จนได้

ผมเองยังมัวแต่ตั้งอกตั้งใจฟัง โดยแทบจะไม่ได้จดบันทึกเลย วีดีโอชุดนี้จะมีประโยชน์มากจริงๆ

 

บันทึกแนะนำประจำสัปดาห์ สุดยอดท่านพี่

(^_^)

สุดยอดไปเลยครับท่านพี่ 13 เมษาฯ  555+++

Ico48
วันทนา [IP: 192.168.100.112]
30 สิงหาคม 2552 11:07
#47790

 

     ขอบคุณมากค่ะ ไม่ผิดหวังเลย  ตอนแรกว่าจะขอยืมไปให้บุคคลากรที่ภาคดู  แต่คงไม่ต้องแล้ว บอกให้เข้ามาดูใน share ก็ok เลย  เป็นที่พึ่งได้จริงๆค่ะ สุดยอด  

 

 

ขอบคุณหลายๆคะ

ได้ประโยชน์มาก

ขอบคุณครับ  :-)

Ico48
อำนาจ [IP: 192.168.100.112]
31 สิงหาคม 2552 10:46
#47825
ขอบคุณมากครับพี่สงกรานต์ ที่นำสิ่งดีๆ มาสู่เราชาวมอ.มาเสมอ

พี่สงกรานต์เนี่ยเจ้าแห่งสเคี้ยนด้านนี้จริงๆ

 

ขอบคุณที่อัดไว้ครับ

Ico48
บาดือรี [IP: 192.168.100.112]
31 สิงหาคม 2552 13:08
#47833

ดูแรกๆ นึกว่าเป็นตลกคาเฟ่ซะอีก อิอิ

เคยส่งคลิปเสียง ดร.วรภัทร ที่ไปอบรมให้พวกวิศวกร ให้เพื่อนฟังครับ

เพื่อนบอกว่า ถ้ามีอาจารย์อย่างนี้สักสิบคน ประเทศหายนะ แน่.....

พอเพื่อนบอกอย่างนั้น
ผมเลยเชื่อว่าแกเก่งจริง เพราะคนอย่าง ดร.วรภัทร แค่สิบคน ก็ทำให้ประเทศที่เหลืองขย้ำแดงขย่มเป็นล้านคนยังไม่พัง ล่มจมได้ (ฮา)

ขอบคุณครับ
Ico48
chay [IP: 192.168.100.112]
03 กันยายน 2552 15:06
#47964

ทำไมไม่มาพูดที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วิทยาเขตภูเก็ตกันบ้างนะ ท่าน ดร.วรภัทร ละ?

Ico48
สมถวิล [IP: 58.147.23.149]
07 กันยายน 2552 23:42
#48117
ขอขอบคุณกัลยาณมิตรของเรา  ยังอยากฟังอาจารย์พูดอีก

ขอบคุณค่ะ เยี่ยมจริง ๆค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.201.3.10
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ