นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Network
Members · Following: 0 · Followed: 16

อ่าน: 3071
ความเห็น: 2

ก้าวย่าง ทางเดิน หมายเลข ๙๓: บันทึกจับฉ่าย ไร้สาระ

ถ้าโลกนี้มีเพียง ๒ วัน คือวันฝนตก กับวันฝนไม่ตก ไม่ว่าวันไหน ทุกวันก็เหมือนกัน

๒๑๕๐๒๓๑๐๒๕๕๑

อีก ๑๐ นาที ๔ ทุ่ม ฝนยังคงตกปรอยๆ ช่วงนี้ฝน ตกเกือบทุกๆ วัน ตอนหัวค่ำบ้าง ดึกๆ บ้าง แม้กระทั่งเช้ามืด วันนี้ช่วงเย็น ถึงตอนค่ำ

ฝ่าสายฝน คงไม่เปียกเท่าไหร่ กะจากระยะทางกับปริมาณสายฝนที่โปรยลง ใช้เวลาไม่นานนักหาก ไม่ติดไฟแดงที่แยกนาน

เปียกมะล่อกมะแล่ก เมื่อมาถึงที่หมาย

ฝนตกไม่ทั่วฟ้า ใช่ฝนตกไม่ทั่วทุกแห่งพร้อมๆ กัน แต่ในรัศมี ๒ - ๓ กิโลเมตรคงตกเหมือนกัน

หลายปีก่อนเพลงๆ หนึ่งได้รับความนิยมมาก 

*"... ฝนที่ตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้
ยังอยากได้ยินทุกเรื่องราว
ยังนอนดึกอยู่ใช่ไหม
เธอผอมไปหรือเปล่า
อย่าลืมเล่าสู่กันฟัง .."

*เบิร์ด ธงไชย: เล่าสู่กันฟัง

มันก็เป็นเพียงเรื่องราวในบทเพลงเท่านั้น ในความเป็นจริงเล่า

๒๓๑๐๒๕๕๑ เป็นวันหยุดอีกวันหนึ่ง หลายๆ คนคงหยุดพักผ่อนอยู่กับบ้าน หรือหลายๆ คนคงใช้เวลาวันหยุด ออกท่องเที่ยว พักผ่อนนอกบ้าน สำหรับผมวันหยุดวันนี้คงเป็นวันที่ ได้นอนหลับยาวอีกวันหนึ่ง

แน่นอนครับ

ก่อนฝนตกช่วงเย็นผมมานั่งก๊อกๆ แก๊กๆ อยู่ที่ทำงาน วันหยุด สำนักงานหลายแห่งคงเงียบ ไม่มีใครมาทำงาน แต่สำหรับชั้นบนสุดของตึกนี้ กลับคึกคักไปด้วยผู้คน ตามห้องต่างๆ เกือบทุกห้อง

ทุ่มนึงท้องฟ้ามืดแล้ว ข้างนอกฝนปรอยลงมาเบาๆ ก่อนหน้านี้คงตกหนัก พอดู ฉับพลันทันใดนั้นทุกอย่างรอบตัว มืดสนิทลง

ครับไฟฟ้าดับ ไฟส่องสว่างดับลง เสียงร้องของเครื่องสำรองไฟดังขรมไปทั่วบริเวณ ที่โต๊ะ มี ๔ ตัวที่ร้องระงมอยู่ อีกตัวใกล้ๆ กัน ไม่รวมห้องอื่นๆ อีก

จอเครื่องคอมฯ ก็ดับ ผมไม่ได้ต่อมอนิเตอร์ เข้ากับเครื่องสำรองไฟ ดังนั้นหากไฟฟ้าดับ จอก็จะดับมืดสนิท แต่เครื่องคอมฯ มีไฟฟ้าสำรองไฟอยู่ ไม่นานจะปิดเครื่องคอมฯ อย่างไรล่ะคราวนี้ จอก็มืด

โชคดีอย่างหนึ่งสำหรับเครื่องคอมฯ รุ่นใหม่ ที่เป็น ATX หรือแบบใหม่ ผมตั้งค่าเอาไว้ใน Bios (ค่าปกติน่าจะตั้งไว้แบบนี้) ให้ shutdown หรือปิดระบบเมื่อกดปุ่ม Power (กดแค่ ๑ ครั้ง ไม่.ใช่การกดปุ่ม power ค้างประมาณ ๑๐ วินาที) เลยจัดแจงเอามือจิ้มปุ่ม power ของเครื่องคอมฯ ไป เครื่องคอมฯ ก็เข้าสู่กระบวนการ shutdown ตัวเอง นั่นหมายความว่า งานที่ทำหากไม่บันทึกไว้ก็หายเกลี้ยง

ถ้าเป็นงานเอกสาร หรือโปรแกรมอื่นๆ โดยทั่วไปปุ่มคำสั่งที่ใช้ในการบันทึก (Save) งานก็คือ ปุ่ม Ctrl+S ดังนั้นถ้าเราทำงานค้างอยู่ยังไม่บันทึก ก็ให้กดปุ่ม Ctrl+s เพื่อบันทึกงานก่อนที่จะเอามือไปจิ้มปุ่ม power ยกเว้นงานที่ยังไม่ได้บันทึกที่ต้องผ่านกระบวนการ ตั้งชื่อ เลือกโฟลเดอร์ที่จะเก็บไฟล์ก่อน ถ้าเป็นโปรแกรมพวก office ก็งายหน่อย เมื่อกดปุ่ม Ctrl+s แล้ว กดคงกดแป้น Enter อีกครั้งเพื่อบันทึก

ชื่อของแฟ้มข้อมูลจะถูกตั้งให้โดยอัตโนมัติ และบันทึกไปยังโฟลเดอร์ My documents โดยปริยาย ค่อยไปตามหาเอาครับ ส่วนโปรแกรมอื่นๆ กระบวนการบันทึกอาจจะมีขั้นตอนอื่นหลายขั้นตอน ก็ลองสังเกตกันดูเอาเองนะครับ จำๆ เอาไว้ก็ดีครับ ได้ใช้ประโยชน์เวลาจวนตัว

เมื่อเป็นเช่นนี้ เมื่อสร้างงาน/ เอกสารใหม่ ทางที่ดีก็ควนบันทึกเอาไว้เลยตั้งแต่เริ่ม เผื่อฉุกเฉินครับ แต่ถ้าใครต่อมอนอเตอร์เข้ากับเครื่องสำรองไฟด้วย ก็ยังมีเวลาให้บันทึกแฟ้มข้มูลอยู่ แต่อย่าวางใจนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีเครื่องสำรองไฟ เมื่อเกิดไฟฟ้าดับ ก็ควรที่จะบันทึกงาน แล้วหยุดทำงานก่อน บางทีเห็นว่ามีไฟสำรอง ทำงานไปเรื่อยๆ จนเพลินลืมไป สุดท้ายถ้าไฟดับนานๆ เครื่องสำรองไฟ ก็น่าจะสำรองไฟอยู่ที่ ๑๐- ๑๕ นาทีก็จะหมดแล้ว อย่าวางใจครับ

โชคดีอีกอย่างครับ ผมวางไฟแช๊คเอาไว้ใกล้ๆ ตัว ผมไม่สูบบุหรี่หรอกครับ แต่ก็มีไฟแช๊คไว้ใกล้ๆ เผื่อฉุกเฉิน เทียนอีกชุดหนึ่ง เมื่อก่อนจะมีไฟฉายอันเล็กๆ ตั้งไว้ ตอนนี้พังไปหมดแล้ว ไม่ได้หามาสำรองไว้ ไม่เป็นไรยังพอมีเทียนไข ให้ใช้ได้อยู่

หลังจากตรวจดูความเรียบร้อยในห้องทำงานแล้ว ประจวบกับ ทุ่มนึงแล้ว ก็เลยเก็บข้าวของจะออกไปหาข้าเย็นกิน ออกไปนอกห้อง ก็เดินๆ ดูตามห้องต่างๆ นิดหนึ่ง เผื่อมีเหตุอะไรเกิดขึ้น พอเดินๆ ดูเสร็จแล้ว แว๊บ สว่างจ้า ไฟมาแล้ว

ฝนตกพรำๆ ตลอดทางที่ขี่รถมา ปัญหาใหญ่อีกอันหนึ่งคือ ที่กินข้าว ผมมักจะคิดไม่ออกว่า วันนี้จะกินอะไรดี แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็มาจอดเอาร้านเดิมๆ ทุกที คิดไม่ออกก็ร้านเดิมนี่แหละ ด้วยความคุ้นชินว่าถ้าออกข้างนอกก็ไปเอง เลี้ยวไปเอง ยกเว้นว่า วันนั้น วันนี้จะมีความอยากเป็นพิเศษ คิดไว้ก่อนว่าจะไปไหน

วันนี้งดข้าวเย็นสักวันแล้วกัน เลยแวะกินราดหน้าซะเลย

ที่ขาดไม่ได้ก็คือ ชาร้อน ที่ตอนนี้เหมือนกับว่าต้องมากินเกือบทุกวัน ออกมาได้ ฝนไม่ตกหนัก ไม่มีภาระกิจเร่งด่วนที่ต้องทำ หรือติดงานอะไรก็ต้องแวะมานั่งซดชาร้อนซะก่อน ที่จะทำอย่างอื่นต่อไป

ผมกำลังคิดว่าผมจะเขียนบันทึกเรื่องอะไรดี เพราะเวลาที่จะเขียน มันคิดไม่ออก แต่เวลาไม่เขียนนี่ ความคิดมันวิ่งจู๊ดๆๆ มาเลย คิดเรื่องออก

ผมอ่านบันทึกนี้ ของท่าน คนธรรมดา ที่ตั้งหัวเรื่องเอาไว้ว่า ค้นหา........ตัวเอง ทำให้ผมมีความอยากที่จะเขียนขึ้นมาอีกโข เขียนในสิ่งที่อยากเขียน เพราะว่าอย่างไรเสีย ผมก็เขียนจับฉ่าย ไร้สาระไปเรื่อยเปื่อย เอาล่ะนะ บันทึกนี้ก็ขอจับฉ่ายอีกสักรอบ สักหนละกัน

๒ ทุ่มแล้ว กินข้าวก็แล้ว ซดน้ำชาก็แล้ว ฝนก็ยังปรอยๆ อยู่อีก ผมเริ่มคิดแล้วว่าจุดหมายต่อไปจะเป็นที่ไหน ปืนใหญ่โจรสลัด ห้องแคบๆ เตียงนอน ทีวี ร้านหนังสือ ร้านซีดี มีที่ไหนอีกที่พอจะไปได้บ้าง ผมคงวนๆ อยู่เพียงนี้ ในวงแคบๆ  โลกที่แสนคับแคบ

พอพูดถึงโลกแคบๆ ผมก็นึกถึง จุรีขึ้นมาทันใด จุรี นี่เพื่อนรุ่นเดียวกัน เรียน ป. ตรีมาด้วยกัน ตอนนี้คงเดินเล่นอยู่แถวๆ อุตสาหกรรมเกษตร คนในวงแชร์นี่ มีใครมาจาก อุตสาหกรรมเกษตรบ้าง ยกมือให้ดูหน่อยครับ

มีช่วงหนึ่งผมจะเจอจุรีบ่อย ที่โรงช้างตอนกินข้าวเที่ยง แต่หลังๆ นี่ชักจะนานที่ไม่ได้เจอะเจอหน้า เจอตากันเลย เมื่อสามสี่วันก่อน ผมเดินกลับจากกินข้าวเที่ยง ก็บ่ายกว่าแล้ว ผ่านเข้ามาทาง สนอ. เจอจุรี เดินสวนทางมาพอดี ทักทายกันนิดหน่อย  ก่อนแยกย้ายกันไปตามทาง จุรีก็บ่นว่า ไม่ค่อยได้เจอกันเลย ผมก็บอกว่า ม.อ. มันกว้างเกินไป

จุรีก็ถามถึงเพื่อนอีกคนว่าเจอกันบ้างไหม

ผมก็บอกว่า สิมหรือ อ๋อ อยู่ไกลกันเกินไป เลยไม่ค่อยได้เจอกัน

บางทีโลกมันก็กว้างเกินไป บางทีโลกมันก็แคบเกินไปเช่นกัน

ผมรู้สึกว่าโลกมันแคบไปจริงๆ วันนี้ ผมจะไปไหนดี 

ร้านหนังสือ ในที่สุดผมก็พาตัวเองฝ่าสายฝน มาที่ร้านหนังสือ มันเป็นเหมือนที่ที่คุ้นเคย เดินเข้ามาดูหนังสือ จับโน่นหยิบนี่ เปิดๆ อ่าน ลูบๆ คลำๆ เจอพนักงานในร้าน ก็แว๊บมายืนคุยกันพักหนึ่ง พนักงานในร้านบอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นผมมาที่ร้านเลย ปกติจะมาเกือบทุกๆ วัน

ผมน่ะไปบ่อยเหมือนกัน แต่บางทีก็แว๊บๆ ไปยืนแอบๆ ดู แล้วรีบเดินออกมา กลัวครับ กลัวว่าอยู่นาน เดี๋ยวผมจะหยิบหนังสือ ติดไม้ติดมือกลับมาอีก หยิบไม่เท่าไหร่ครับ หยิบแล้วต้องจ่ายตังค์นี่ซิ

อีกอย่าง หนังสือที่หยิบมาวันก่อนๆ ยังตั้งกองสุมๆ กัน อ่านยังไม่หมดทุกเล่มเลย เลยได้แต่เดินๆ ดู แล้วรีบเดินออกจากร้าน

ความตั้งใจของผมที่เขียนบันทึกนี้ คงมีแรงบันดาลใจจากบันทึก ของท่านคนธรรมดา อย่างที่บอกในข้างต้น และกับบันทึกอีก บันทึก ๒ บันทึก แต่ทำท่าว่าคืนนี้คงจะไม่ไหวแล้ว เอาเป็นว่าไว้ บันทึกหน้าละกันครับ ค่อยมาต่อเรื่อง ความตั้งใจที่จะเขียน

อยู่ดีๆ ผมก็นึกถึงเพลงนี้ของวง U2 ขึ้นมา ที่จริง U2 มีเพลงและ album ชื่อเดียวกับเดือนนี้ คือเพลง/album October 

"October
And the trees are stripped bare
Of all they wear
What do I care
October
And kingdoms rise
And kingdoms fall
But you go on"

เกือบๆ จะ ๒ นาทีครึ่งกับเพลงนี้ เริ่มต้นด้วยเสียง piano เศร้าๆ เสียงร้องแผ่วเบาของ Bono เนื้อร้องสั้นๆ

U2 เป็นวงดนตรีร๊อคเชื้อสายไอริช ผมเคยพูดถึงไปบ้างแล้ว ในบันทึกก่อนหน้านี้ U2 เป็นวงที่มาจากเมือง Dublin ใน Irelandจากส่วนที่มีปัญหาเรื่องการต่อสู้ แบ่งแยกดินแดนของ สหราชอาณาจักร

U2 เป็นวงดนตรีที่เขียนเพลงเกี่ยวกับการต่อสู้ของภาคประชาชน สิทธิมนุษยชน (Human Rights) การนิรโทษกรรมสากล ( Amnesty International) การต่อต้านสงคราม และอื่นๆ หรือถ้าบ้านเราก็คงเรียกว่า วงร๊อคเพื่อชีวิต ประมาณนั้นครับ

U2 เป็นวงที่ประสบ ความสำเร็จมากมาย ผลงานเพลงของพวกเขาขายได้กว่า ๑๔๐ ล้านแผ่นทั่วโลก (ไม่นับ เทปผี ซีดีเถื่อน ในช่วงนั้นราคาปกของแผ่นในบ้านเราน่าจะเฉลี่ย อยู่ที่ ๕๐๐ บาท คอดง่ายๆ ว่า ๔๐๐ x ๑๔๐ ล้านบาท) กวาดรางวัล แกรมมี่อวอร์ด (Grammy Awards) ไป กว่า ๒๒ รางวัลและอยู่ในลำดับที่ ๒๒ ในรายการของ ๑๐๐ ศิลปินยอดเยี่ยมตลอดกาล (the 100 greatest artists of all time) ของ the Rock and Roll Hall of Fame จากการคัดเลือกของนิตยสารโรลลิ่งสโตน (Rolling Stone magazine)

 

 

ภาพจาก Rolling Stone

October เป็น album ที่ ๒ ของพวกเขาในปี ๑๙๘๑

เพลงที่ผมนึกถึงคือเพลงนี้ครับ

  "Sunday Bloody Sunday"

Sunday Bloody Sunday อยู่ใน album "Wars" ซึ่งเป็น Album ที่ ๓ ของพวกเขา (๑๙๘๓) วารสารโรลลิงสโตนได้เขียนไว้ว่า Bono เขียนเพลงนี้ให้ตรงข้ามกับ Easter Sunday  เนื้อเพลงข้างล่างนี้เป็นเนื้อเพลงที่ใช้ในการแสดงคอนเสิร์ต ส่วนเนื้อเพลงเวอร์ชั่นที่เป็นทางการนั้น แตกต่างออกไปนิดหน่อย ในท่อนกลางครับ

เนื้อเพลงที่เพิ่มเข้ามาที่เห็นชัดๆ คือ รายชื่อของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ที่ Bogside,  Derry, Ireland

 

 

The Bogside, looking down from the entrance to the city walls.: ภาพจาก Wikipedia
 
Westland Road in the Bogside, viewed from the city wall (July 31, 2007): ภาพจาก Wikipedia
 

วันที่ ๓๐ มกราคม ปี ๑๙๗๒ ทหารอากาศอังกฤษจากหน่วยพลร่มที่ ๑ (มั๊ง)  (parachute Regiment) ได้เปิดฉากยิงประชาชนผู้ปราศจากอาวุธ ประชาชนผู้ที่เรียกร้องสันติภาพ ที่ Bogside,  Derry ใน Ireland ใกล้ๆกับแฟลต Rossville เหตุการณ์ในครั้งนั้นได้สังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ไป ๑๔ คน และมีผู้บาดเจ็บมากมาย

 

 
ภาพจาก Remembering Bloody Sunday
 

 

เหตุการณ์ในครั้งนั้น เป็นที่มาของคำว่า Sunday Bloody Sunday

Bloody Sunday Memorial: ภาพจาก Wikipedia

 

 

Wall mural in the Bogside. February 2008.:  ภาพจาก Wikipedia

ในท่อนท้ายๆ ของเพลง หากตั้งใจฟังดีๆ ก็จะได้สัมผัสกับความเศร้า Bono ตะโกนก้อง 

Put your hands in the sky
Put your hands in the air
If you're the praying kind
'Cause we're not going back there

No more
No more

.......

Wipe your tears away
Wipe your tears away

และตอนท้ายของเพลง ก่อนที่เพลงจะจบลง

"29 people too many" คงไม่ต้องแปลเป็นไทยนะครับ

ในบ้านเมืองของเรา เหตุการณ์ในเดือนตุลาคม ได้พรากประชาชนผู้บริสุทธิ์ ประชาชนที่มีแต่มือเปล่า ประชาชนที่มาเรียกร้อง ใช้สิทธิทางการเมือง ตามระบบอประชาธิปไตย ไม่นับปี ๑๖ ปี ๑๙ แค่ ๗ ตุลา ๒๕๕๑ มีผู้คนบาดเจ็บมากกมาย และเสียชีวิต ๒ คน

ในวิดีโอตอนจบของเพลง มีข้อความว่า 

"Peace I leave with you,
my peace I give unto you...
Let not your heart be troubled,
neither let it be afraid."

John 14:27

เป็นข้อ ความจากพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ฉบับ King James Bible

ผมก็ไม่ถนัดเรื่องนี้ครับ เอาเฉพาะพระไตรปิฎก ที่มี ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ (คงราวๆ หนังสือ ๕๐ เล่ม) ผมก็ไม่ได้สักแอะหนึ่งแล้วครับ

ผมทิ้งท้ายเพลงนี้ไว้ครับ ถือเสียว่าบันทึกนี้เป็นบันทึกไร้สาระอีกบันทึกหนึ่งของผมละกันครับ

เราเอง

๐๒๑๗ ๒๔๑๐๒๕๕๑ ค่อนคืนกับความรู้สึกเดิมๆ ที่มี

U2: Sunday Bloody Sunday

I can't believe the news today
I can't close my eyes and make it go away

How long, how long must we sing this song
How long, how long

Tonight we can be as one, tonight
Broken bottles under children's feet
And bodies strewn across the dead end street
But I won't heed the battle call
Puts my back up
My back up against the wall

Sunday bloody Sunday
Sunday bloody Sunday
Sunday bloody Sunday
Sunday bloody Sunday

Alright, go

And it's true, we are immune
When fact is fiction, TV reality
And today the soldiers ride
We eat and drink while tomorrow they die

Sunday bloody Sunday
Sunday bloody Sunday

How long, how long must we sing this song
How long, how long
'Cause tonight we can be as one
Tonight, tonight
Tonight, tonight, tonight

Lift yourselves up
Don't need anymore
Put your hands in the sky
Put your hands in the air
If you're the praying kind
Turn this song into a prayer
Put your hands in the sky
Put your hands in the air
If you're the praying kind
'Cause we're not going back there

No more
No more
No more
No more
No more
No more
No more
No more
No more
No more
No paratroopers
No petrol bombs
No Sarasin
No UDA
No IRA
We're not going back there
We put our hands in the sky
We put our hands in the air
We thank the brave man
Who made a brave choice

Wipe your tears away
Wipe your tears away

Three years after Omagh
We turn a song into a prayer
Three years after Omagh

Wipe your tears away
Wipe your tears away
Sunday bloody Sunday
Wipe your blood
Sunday bloody Sunday
Wipe your tears away
Sunday bloody Sunday
Sunday bloody Sunday
Sunday bloody Sunday
Sunday bloody Sunday


We're so sick of it
We've had enough
We've had enough

This battle's yet begun
There's many lost, tell me who has won
Though the battle's yet begun
To claim the victory Jesus made
Sunday bloody Sunday


Sunday bloody Sunday

Give it up
Compromise is not a dirty word
Compromise

Sunday bloody Sunday
Breda
Sunday bloody Sunday
Sean
Sunday bloody
Julie
Sunday bloody Sunday
Gareth
Sunday bloody Sunday
Sean
Sunday bloody Sunday
Geraldine
SBS
Jolene
Philomena Skelton
Gareth Conway
Breda Devine
Lorraine Wilson
Samantha McFaraland
Julia Hughes
Elizabeth Rush
Rico Abad-Amos
Fernando Blasco Baselga
Esther Gibson
Ann McCombe
Veda Short
Adrian Gallagher
Alan Rudford
Fred White
His son Brian White
Brian CcCrory
Sean McGrath
29 people too many

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
คำสำคัญ (keywords): ข้าวยำ  เฉาก๊วย  sunday bloody sunday
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 23 ตุลาคม 2551 23:00 แก้ไข: 24 ตุลาคม 2551 12:43 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Drew Drew [IP: 27.5.199.207]
06 พฤศจิกายน 2562 11:41
#110182

JavaScript is a lightweight, interpreted programming language <a href="http://ronaldochris.inube.com/blog/8507825/arrays-and-entities/">java tutorial geeksforgeeks</a>

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.204.48.199
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ