นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 1405
ความเห็น: 2

สิงหาพาเพลิน - DAR - AAR - BAR ปัญหามีไว้ให้เผชิญ: ก้าวย่างทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป [C]

เรื่องเล่าชวนหัว ช่วงสิงหาพาเพลิน

ปัญหาเดิม ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก วิธีการคิดแบบเดิม ๆ คนคิดคนเดิม ๆการแก้ไขปัญหายังใช้วิธีการเดิม ๆ ไม่เปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่การซุกปัญหาเอาไว้ใต้พรม ไม่ใช่เป็นวิธีการแก้ปัญหา ที่ถูกต้อง

 

ปัญหาบางอย่างอาจจะเกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง บางทีผู้ที่คิดแบบเดิม ๆ ก็อาจจะแก้ปัญหาด้วยการ "ทำเฉย" ปล่อยให้ปัญหานั้นคลี่คลายไปเองด้วยเงื่อนของเวลาและเหตุของปัญหาที่ดับไป

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายที่จะบริหารจัดการกับปัญหาเหล่านี้ เป็นการบริหารที่ท้าทาย

 

สมมติยกตัวอย่างการบริหารองค์กร

 

องค์กรจะเลือกผู้บริหารองค์กรแบบไหนระหว่างคนที่ทำงานแต่อาจจะไม่เป็นที่รักของคนในองค์กรกับคนที่ไม่โดดเด่นในองค์กรแต่คนในองค์กรไม่รักไม่ชัง

 

การเลือกคนที่คนในองค์กรไม่รักไม่ชังมาทำหน้าที่บริหารนั้นก็อาจจะเป็นแนวคิดของการ "รอมชอม" แต่ไม่ได้คิดถึงประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก

 

แน่ล่ะว่าคนที่ทำงาน คนที่คิดพัฒนาองค์กร สนใจใส่ใจต่อปัญหาย่อมต้องมีการกระทบกระเทือน กระทั่ง กับคนรอบข้างบ้าง อาจจะไม่เป็นที่รักของคนรอบข้างแต่องค์กรได้ประโยชน์ในแง่ของการพัฒนา หรือได้คนที่ทำงานเพื่อองค์กร ได้เปลี่ยนแนวคิด มุมมองของการพัฒนาองค์กร

 

ทัศนคติเรื่องนี้สำคัญ

 

หลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรายังใช้คนเดิม วิธีการเดิมแก้ไขปัญหา บางครั้งการแก้ไขปัญหาก็ใช้วิธีการ "ไม่รับรู้ปัญหา" ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ได้ลงมารับทราบปัญหาที่แท้จริง การแก้ปัญหาเกิดขึ้นจากการจุดเทียนวาดฝันในอากาศ

 

คิดเอาเองว่าดี

 

ผมยกตัวอย่างปัญหาคลาสสิกในขณะนี้นะครับ

 

การจัดการจราจรในช่วงเทศกาลสิงหาพาเพลิน วันแรก ๆ ของเทศกาลสิงหาพาเพลินเริ่มด้วยงานเกษตรภาคใต้ครั้งที่ ๒๒ ที่ถือว่าเป็นงานใหญ่อีกงานที่ผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลกันเข้ามาใช้พื้นที่ในรอบรั้ว ม.อ. โชคดีที่ ๔ วันแรกตรงกับวันหยุดยาวพอดี แต่เริ่มวันทำงานหลังหยุดยาว (พุธ ๑๓ สิงหาคม) นี้เริ่มเห็นผลงาน

 

ในภาวะปกติแล้วการจราจรบริเวณประตูร้อยเก้าหรือประตูศรีทรัพย์นั้นในช่วงเวลาเช้า (ก่อนและหลัง ๘ โมงเช้า +- ๑ ชั่วโมง) ค่อนข้างจะแน่นอยู่แล้วยิ่งช่วงเวลานี้เปิดเทอมแล้ว ทั้งนักศึกษา บุคคลากร บุคลภายนอกที่ใช้เส้นทางเลี่ยงไฟแดงและเข้ามาใน ม.อ.

 

รถจะมาจากทั้งสองทางคือเลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้ายเข้า ม.อ. จำเป็นต้องเปิดช่องสำหรับให้รถเข้า ๒ ช่องจราจรสำหรับรถยนต์ และ ๒ ช่องจราจรสำหรับรถมอเตอร์ไซต์

 

ช่วงก่อนหน้านี้ที่มีเหตุกระเบิดในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ ม.อ. ทางประตูร้อยเก้าถูกกำหนดให้รถยนต์ใช้เลนขวาเลนเดียว มอเตอร์ไซด์ให้ใช้เลนเดียวและทุกคันต้องหยุดทำท่าเปิดเบาะทุกคัน

 

ช่วงนั้นจะเห็นว่ามีเสียงบ่นกันพอสมควรแต่ทุกคนก็ทำตามกฎที่นำมาใช้ แม้ว่าช่วงเช้า ๆ แถวจะยาวไปบ้าง ขัดอกขัดใจกับบางคันที่ขี่มาเบียนคันที่จอดในแถวบ้าง

 

ปัญหานี้เริ่มเบาบางเมื่อใกล้ถึงวันเปิดเทอม นักศึกษามารายงานตัวประตูร้อยเก้าก็เปิดให้ใช้ ๒ ช่องจราจรทั้งรถยนต์รถมอเตอร์ไซด์

 

กรณีนี้น่าจะเป็นตัวอย่างสำหรับการคิดวางแผนรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นใขช่วงสิงหาพาเพลินได้เป็นอย่างดี

 

ช่วงเวลาสิงหาพาเพลินกำหนดให้ผู้ที่เข้าพื้นที่ ม.อ. ทางประตูร้อยเก้าใช้เส้นทางเบี่ยงขวาเมื่อเลี้ยวเข้าประตูร้อยเก้า เบี่ยงไปตามทางดินลูกรังที่แคบแค่พอให้รถยนต์สวนกันได้ ๒ คัน จากนั้นจะถูกบังคับให้เลี้ยวซ้ายหักศอกเข้าถนนเลียบแปลงผักคณะทรัพย์ ตรงจุดนี้แถวจะถูกบีบให้เหลือแค่ช่องจราจรเดียวเพราะอีกครึ่งแบ่งไว้สำหรับเป็นเลนขาออก หรือรถขาออกที่มาจากหน้าคณะอุตสาหกรรมเกษตรวิ่งสวนมาเลี้ยวซ้ายเพื่อไปประตูทางออกที่ศูนย์ประชุม

 

 

ถ้าเดินไปดูตรงจุดเลี้ยวหักศอกก็จะเห็นว่าขอบทางเป็นเทือกดำนาได้แล้ว เนื่องจากพอรถถูกบีบให้เลี้ยวซ้ายตรงจุดหักศอก ต้องเบียดต้องแย่งกัน ต้องไม่กินเลนฝั่งขาออก ส่วนมอเตอร์ไซด์ที่ขี่ด้านซ้ายสุดจะเลี้ยวก็ไม่ได้เพราะรถยนต์ใช้พื้นที่ถนนเต็มแล้วก็เลยต้องลงไปใช้ขอบทางที่เป็นดินฉ่ำน้ำ (เนื่องจากฝนตก) แทน

 

ฝนตกดินไม่แน่นก็เป็นเทือก เป็นจุดเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดการลื่นล้มได้

 

ทั้งรถยนต์รถมอเตอร์ไซต์จะถูกบีบให้เหลือประเภทละเลน สภาพจึงเป็นเหมือนงูหางยาว คันที่ควรจะผ่านโดยไม่ต้องเปิดเบาะเปิดกระโปงก็ต้องรอเข้าคิว เกิดปริมาณรถสะสมยาวไปถึงในถนนปุณณกัณฑ์

 

การแก้ไขปัญหาปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วอีกนิดคือการเปิดถนนเพิ่ม ๑ สายคือเส้นที่ผ่านฟาร์ม/ แปลงทดลองของคณะทรัพย์ไปออกตรงที่จอดรถด้านหลังศูนย์ประชุมฯ เพื่อระบายรถไม่ให้ไปอัดกันตรงทางออกหน้าคณะอุตสาหกรรมเกษตร

 

 

แต่วิธีการยังเป็นวิธีการเดิม ๆ แนวคิดเดิม ๆ ไม่เปลี่ยนแปลง

 

แต่ก็มีคำถามขึ้นมาว่าแล้วทำไมต้องให้รถที่วิ่งออกจากพื้นที่ ม.อ. (ลูกศรสีน้ำเงิน) วิ่งมาสวนกับรถขาเข้า (ลูกศรสีแดง) แทนที่จะใช้พื้นที่เส้นเลียบแปลงผัก (ลูกศีสีเขียว) เป็นเส้นระบายรถขาเข้าจากประตูร้อยเก้า เพราะยังไงรถที่วิ่งสวนมาก็ถูกบีบให้เลี้ยวซ้ายไปออกที่ศูนย์ประชุมฯ อยู่ดี

 

 

วันแรกของการทำงานหลังวันแม่แห่งชาติ (๑๓ สิงหาคม) หน่วยดับเพลิงฯ ก็ขยันทำงาน เอารถดับเพลิงวิ่งสวนทางเบี่ยงขาเข้าตรงประตูร้อยเก้าในตอน ๘ โมงเช้า ทำให้สภาพการจราจรตรงนั้นหนึบยิ่งกว่าเดิมจากที่เคยวิ่งคู่กันตรงทางเบี่ยงได้ ๒ คันกลับถูกบีบให้เหลือแค่แถวเดียวเพราะรถดับเพลิงจอดอยู่อีกเลนหนึ่งซะแล้ว การจราจรช่วงเช้าวันทำงานวันแรกหลังหยุดยาว ๔ วันจึงจราจลโกลาหล

ผมอาศัยมอเตอร์ไซด์ฮ่างเลียบ ๆ มาได้ แต่กว่าจะผ่านจากประตูร้อยเก้าไปถึงหน้าคณะอุตสาหกรรมเกษตรแล้วเลี้ยวซ้ายผ่านไปทางวงเวียนคณะทรัพย์ได้ (ช่วงเช้าถนนผ่านหน้าโรงเพาะฟักวาริชเปิดให้รถวิ่งได้) ก็ใช้เวลาไปเป็นสิบนาทีเหมือนกัน เมื่อเทียบกับระยะทางประมาณ ๒๕๐ เมตร (จากประตูร้อยเก้า - ทางเบี่ยง - หน้าคณะอุตสาหกรรมเกษตร)

 

ก็สนุกสนานบานใจในช่วงสิงหาพาเพลิน

 

แต่ก็ต้องชมการจัดการที่ดีขึ้นในวันถัดมาอีก ๒ วันซึ่งเป็นวันทำงานปกติ (พฤหัส - ศุกร์ ที่ ๑๔ และ ๑๕ สิงหาคม) ที่มีการจัดการให้เส้นทางเบี่ยงผ่านแปลงผักของคณะทรัพย์เป็นเส้นที่ระบายรถขาเข้ามหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว ทำให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น รถยนต์สามารถวิ่งได้ ๒ เลน ไม่มีรถวิ่งสวนมา

 

 

ถือว่าเยี่ยมครับสำหรับการจัดการกับปัญหาที่รวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ผู้ใช้เส้นทางร่วมกันเผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง

 

แต่ที่ว่ามานั่นยังไม่วิกฤติเท่าวันที่รอคอยครับ

ถัดมาอีก ๒ วันเป็นวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ จำนวนรถ/ คนที่เข้าพื้นที่มหาวิทยาลัยพร้อม ๆ กันในช่วงเช้าลดจำนวนลงมาก จะมีก็ค่อย ๆ ทะยอยเข้ามาเที่ยวงานเกษตรภาคใต้ซึ่งกำหนดเริ่มในช่วง ๑๐ โมงเช้า รถและคนค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเมื่อถึงเวลาเย็นย่ำค่ำ

 

ปัญหาแม้จะไม่เทียบเท่ากับวันทำงาน ๓ วันก่อนหน้านี้แต่ก็แน่นขนัดเหมือนกันในช่วงเย็น เพราะการจัดการจราจรยังจัดแบบเดิมคือ ทางเบี่ยงปล่อยให้รถวิ่งสวนทางกันทั้งขาเข้า - ขาออก รถจึงไปออกันตรงจุดตรวจ มิหนำซ้ำการจัดการจราจรภายในยังไม่ชัดเจนพอที่จะช่วยให้ระบายรถให้ดี

จุดอ่อนของการจัดการที่ไม่ว่าจะเป็นปีไหน ๆ ในช่วงสิงหาพาเพลินก็คือการขาดการประชาสัมพันธ์ หรือมีการประชาสัมพันธ์แต่การประชาสัมพันธ์ทำได้ไม่ทั่วถึง ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง บุคคลภายในมหาวิทยาลัยและบุคคลภายนอกที่เข้ามาร่วมงานได้รับทราบถึงการบริหารจัดการ

การออกประกาศ แขวนตามเวปไซด์นั้น มีใครสักกี่คนที่ได้เปิดอ่านเปิดดู โดยเฉพาะบุคคลภายนอกที่หลั่งไหลกันเข้ามาจำนวนมาก

 

การประชาสัมพันธ์ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ถึงลูกถึงคน

 

เพราะกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงไม่ได้รับข่าวสารจากการประชาสัมพันธ์

 

วันนี้ที่รอคอย

 

จันทร์ที่ ๑๘ สิงหาคม เป็นวันของการจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ งาน ม.อ. วิชาการ ส่วนงานเกษตรภาคใต้ได้ยุติลงไปแล้วในคืนวันอาทิตย์ แต่ยังไม่มีการเปิดประตูร้อยเก้า เนื่องจากยังข้าวของต่าง ๆ ยังไม่ถูกจัดเก็บให้เรียบร้อย ส่วนงานวิศวะแฟร์นั้นยังจัดอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

คนทำงานก็ต้องมาทำงาน

 

คนมาเที่ยวงานก็มาเที่ยวงาน

 

การจัดการจราจรตรงประตูร้อยเก้ายังเหมือนเดิมคือ ให้รถวิ่งสวนกันตรงทางเบี่ยง ขาเข้าวิ่งได้เลนเดียว เพื่อแบ่งให้ขาออกวิ่งสวนมาได้

 

ช่วงวันนี้คงไม่ต้องพูดถึงนะครับ เพราะนอกจากภายในแล้ว การจราจรภายนอกที่มุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยก็แน่นขนัด บางคนโฟสท์ใน social media ว่าอยู่บนถนนจะไปส่งลูกไปโรงเรียน ๙ โมงเช้าแล้วยังไปไม่ถึงไหน

 

สิงหาพาเพลินจริง ๆ ครับ

 

ผมอาศัยมอเตอร์ไซด์ฮ่างคันเดิม เบียด ๆ แทรก ๆ ไปตลอดทาง วันนั้นผมใช้เส้นทางประตูร้อยเก้า - ทางเบี่ยง - เลี้ยวขวาเพื่อจะใช้เส้นทางขึ้นเนิน อ.ก. - อ่างเก็บน้ำ - วงเวียนวิศวะ - ตึกฟักทอง - วงเวียนประตูใหญ่ - คณะแพทย์ ตลอดเส้นทางมีแต่รถที่ค่อย ๆ คลานจ่อท้ายกันตลอดทาง

ระยะทางจากประตูร้อยเก้าถึงตึกทำงานประมาณ ๑.๘ กิโลเมตร  หากใช้เส้นทางปกติจากประตูร้อยเก้าถึงตึกทำงานระยะทางประมาณ ๙๑๓ เมตร

 

 

เรื่องเล่านี้เป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการที่ท้าทายครับ ซึ่งจะสามารถสะท้อนความคิด วิธีการคิด กรอบของการคิด ที่นำไปสู่การปฏิบัติของผู้ทำหน้าที่บริหารและจัดการได้เป็นอย่างดี

 

ปัญหามีไว้เผชิญครับ แต่ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีกเราต้องใช้ปัญหาที่พบเจอไปใช้ในการคิด วางแผน การบริหารจัดการกับปัญหา (เดิม) ที่จะเกิดขึ้นมาอีกในอนาคต

 

สิงหาพาเพลินจริง ๆ

 

อิอิอิ

 

เราเอง

 

ปล. ผมเขียนบันทึกนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๗

 

เพลง: Hightway to Hell
ศิลปิน: AC/DC

 

AC/DC performing Highway To Hell. (Live At River Plate 2009)(C) 2011 Leidseplein Presse B.V.

acdcVEVO

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 28 สิงหาคม 2557 17:44 แก้ไข: 28 เมษายน 2563 17:25 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 MK, Ico24 Teddy, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เชื่อครับ ว่าน้าฯเขียนมาตั้งแต่ 13 ส.ค.57 เพราะเขียนได้ไม่น้อยทีเดียว กว่าจะอาจจบ แถมยังต้องกลับไปอ่านทวนใหม่อีก อิอิ น้าฯ มาอยู่วิทยาเขตปัตตานีต่ะ รถไม่ติดที

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

น้า มอ ที่จอดรถเยอะจริง ๆ น้า

แต่เป็นที่วิทยาเขตวุราษฎร์ น้า เพียบ

แก้ไม่ถูกหน่วยคัน น้าว่าไม่

แต่ว่าเรามีนักวิชาการที่เก่งเรื่องระบบจราจรนี้น้า

ตนนั้นคือน้า ที่น้าเขียนนิ ได้ใจ จริง ๆ น้า

กับคนอื่นเราไม่กล้า เดียวเขาจะเตะ เอา 5555

คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น