นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 1531
ความเห็น: 2

สิงหาพาเพลิน - DAR - AAR - BAR ปัญหามีไว้ให้เผชิญ: ก้าวย่างทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป [C]

เรื่องเล่าชวนหัว ช่วงสิงหาพาเพลิน

ปัญหาเดิม ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตยังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก วิธีการคิดแบบเดิม ๆ คนคิดคนเดิม ๆการแก้ไขปัญหายังใช้วิธีการเดิม ๆ ไม่เปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่การซุกปัญหาเอาไว้ใต้พรม ไม่ใช่เป็นวิธีการแก้ปัญหา ที่ถูกต้อง

 

ปัญหาบางอย่างอาจจะเกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง บางทีผู้ที่คิดแบบเดิม ๆ ก็อาจจะแก้ปัญหาด้วยการ "ทำเฉย" ปล่อยให้ปัญหานั้นคลี่คลายไปเองด้วยเงื่อนของเวลาและเหตุของปัญหาที่ดับไป

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายที่จะบริหารจัดการกับปัญหาเหล่านี้ เป็นการบริหารที่ท้าทาย

 

สมมติยกตัวอย่างการบริหารองค์กร

 

องค์กรจะเลือกผู้บริหารองค์กรแบบไหนระหว่างคนที่ทำงานแต่อาจจะไม่เป็นที่รักของคนในองค์กรกับคนที่ไม่โดดเด่นในองค์กรแต่คนในองค์กรไม่รักไม่ชัง

 

การเลือกคนที่คนในองค์กรไม่รักไม่ชังมาทำหน้าที่บริหารนั้นก็อาจจะเป็นแนวคิดของการ "รอมชอม" แต่ไม่ได้คิดถึงประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก

 

แน่ล่ะว่าคนที่ทำงาน คนที่คิดพัฒนาองค์กร สนใจใส่ใจต่อปัญหาย่อมต้องมีการกระทบกระเทือน กระทั่ง กับคนรอบข้างบ้าง อาจจะไม่เป็นที่รักของคนรอบข้างแต่องค์กรได้ประโยชน์ในแง่ของการพัฒนา หรือได้คนที่ทำงานเพื่อองค์กร ได้เปลี่ยนแนวคิด มุมมองของการพัฒนาองค์กร

 

ทัศนคติเรื่องนี้สำคัญ

 

หลาย ๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรายังใช้คนเดิม วิธีการเดิมแก้ไขปัญหา บางครั้งการแก้ไขปัญหาก็ใช้วิธีการ "ไม่รับรู้ปัญหา" ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่ได้ลงมารับทราบปัญหาที่แท้จริง การแก้ปัญหาเกิดขึ้นจากการจุดเทียนวาดฝันในอากาศ

 

คิดเอาเองว่าดี

 

ผมยกตัวอย่างปัญหาคลาสสิกในขณะนี้นะครับ

 

การจัดการจราจรในช่วงเทศกาลสิงหาพาเพลิน วันแรก ๆ ของเทศกาลสิงหาพาเพลินเริ่มด้วยงานเกษตรภาคใต้ครั้งที่ ๒๒ ที่ถือว่าเป็นงานใหญ่อีกงานที่ผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลกันเข้ามาใช้พื้นที่ในรอบรั้ว ม.อ. โชคดีที่ ๔ วันแรกตรงกับวันหยุดยาวพอดี แต่เริ่มวันทำงานหลังหยุดยาว (พุธ ๑๓ สิงหาคม) นี้เริ่มเห็นผลงาน

 

ในภาวะปกติแล้วการจราจรบริเวณประตูร้อยเก้าหรือประตูศรีทรัพย์นั้นในช่วงเวลาเช้า (ก่อนและหลัง ๘ โมงเช้า +- ๑ ชั่วโมง) ค่อนข้างจะแน่นอยู่แล้วยิ่งช่วงเวลานี้เปิดเทอมแล้ว ทั้งนักศึกษา บุคคลากร บุคลภายนอกที่ใช้เส้นทางเลี่ยงไฟแดงและเข้ามาใน ม.อ.

 

รถจะมาจากทั้งสองทางคือเลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้ายเข้า ม.อ. จำเป็นต้องเปิดช่องสำหรับให้รถเข้า ๒ ช่องจราจรสำหรับรถยนต์ และ ๒ ช่องจราจรสำหรับรถมอเตอร์ไซต์

 

ช่วงก่อนหน้านี้ที่มีเหตุกระเบิดในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ การเดินทางเข้าสู่พื้นที่ ม.อ. ทางประตูร้อยเก้าถูกกำหนดให้รถยนต์ใช้เลนขวาเลนเดียว มอเตอร์ไซด์ให้ใช้เลนเดียวและทุกคันต้องหยุดทำท่าเปิดเบาะทุกคัน

 

ช่วงนั้นจะเห็นว่ามีเสียงบ่นกันพอสมควรแต่ทุกคนก็ทำตามกฎที่นำมาใช้ แม้ว่าช่วงเช้า ๆ แถวจะยาวไปบ้าง ขัดอกขัดใจกับบางคันที่ขี่มาเบียนคันที่จอดในแถวบ้าง

 

ปัญหานี้เริ่มเบาบางเมื่อใกล้ถึงวันเปิดเทอม นักศึกษามารายงานตัวประตูร้อยเก้าก็เปิดให้ใช้ ๒ ช่องจราจรทั้งรถยนต์รถมอเตอร์ไซด์

 

กรณีนี้น่าจะเป็นตัวอย่างสำหรับการคิดวางแผนรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นใขช่วงสิงหาพาเพลินได้เป็นอย่างดี

 

ช่วงเวลาสิงหาพาเพลินกำหนดให้ผู้ที่เข้าพื้นที่ ม.อ. ทางประตูร้อยเก้าใช้เส้นทางเบี่ยงขวาเมื่อเลี้ยวเข้าประตูร้อยเก้า เบี่ยงไปตามทางดินลูกรังที่แคบแค่พอให้รถยนต์สวนกันได้ ๒ คัน จากนั้นจะถูกบังคับให้เลี้ยวซ้ายหักศอกเข้าถนนเลียบแปลงผักคณะทรัพย์ ตรงจุดนี้แถวจะถูกบีบให้เหลือแค่ช่องจราจรเดียวเพราะอีกครึ่งแบ่งไว้สำหรับเป็นเลนขาออก หรือรถขาออกที่มาจากหน้าคณะอุตสาหกรรมเกษตรวิ่งสวนมาเลี้ยวซ้ายเพื่อไปประตูทางออกที่ศูนย์ประชุม

 

 

ถ้าเดินไปดูตรงจุดเลี้ยวหักศอกก็จะเห็นว่าขอบทางเป็นเทือกดำนาได้แล้ว เนื่องจากพอรถถูกบีบให้เลี้ยวซ้ายตรงจุดหักศอก ต้องเบียดต้องแย่งกัน ต้องไม่กินเลนฝั่งขาออก ส่วนมอเตอร์ไซด์ที่ขี่ด้านซ้ายสุดจะเลี้ยวก็ไม่ได้เพราะรถยนต์ใช้พื้นที่ถนนเต็มแล้วก็เลยต้องลงไปใช้ขอบทางที่เป็นดินฉ่ำน้ำ (เนื่องจากฝนตก) แทน

 

ฝนตกดินไม่แน่นก็เป็นเทือก เป็นจุดเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดการลื่นล้มได้

 

ทั้งรถยนต์รถมอเตอร์ไซต์จะถูกบีบให้เหลือประเภทละเลน สภาพจึงเป็นเหมือนงูหางยาว คันที่ควรจะผ่านโดยไม่ต้องเปิดเบาะเปิดกระโปงก็ต้องรอเข้าคิว เกิดปริมาณรถสะสมยาวไปถึงในถนนปุณณกัณฑ์

 

การแก้ไขปัญหาปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วอีกนิดคือการเปิดถนนเพิ่ม ๑ สายคือเส้นที่ผ่านฟาร์ม/ แปลงทดลองของคณะทรัพย์ไปออกตรงที่จอดรถด้านหลังศูนย์ประชุมฯ เพื่อระบายรถไม่ให้ไปอัดกันตรงทางออกหน้าคณะอุตสาหกรรมเกษตร

 

 

แต่วิธีการยังเป็นวิธีการเดิม ๆ แนวคิดเดิม ๆ ไม่เปลี่ยนแปลง

 

แต่ก็มีคำถามขึ้นมาว่าแล้วทำไมต้องให้รถที่วิ่งออกจากพื้นที่ ม.อ. (ลูกศรสีน้ำเงิน) วิ่งมาสวนกับรถขาเข้า (ลูกศรสีแดง) แทนที่จะใช้พื้นที่เส้นเลียบแปลงผัก (ลูกศีสีเขียว) เป็นเส้นระบายรถขาเข้าจากประตูร้อยเก้า เพราะยังไงรถที่วิ่งสวนมาก็ถูกบีบให้เลี้ยวซ้ายไปออกที่ศูนย์ประชุมฯ อยู่ดี

 

 

วันแรกของการทำงานหลังวันแม่แห่งชาติ (๑๓ สิงหาคม) หน่วยดับเพลิงฯ ก็ขยันทำงาน เอารถดับเพลิงวิ่งสวนทางเบี่ยงขาเข้าตรงประตูร้อยเก้าในตอน ๘ โมงเช้า ทำให้สภาพการจราจรตรงนั้นหนึบยิ่งกว่าเดิมจากที่เคยวิ่งคู่กันตรงทางเบี่ยงได้ ๒ คันกลับถูกบีบให้เหลือแค่แถวเดียวเพราะรถดับเพลิงจอดอยู่อีกเลนหนึ่งซะแล้ว การจราจรช่วงเช้าวันทำงานวันแรกหลังหยุดยาว ๔ วันจึงจราจลโกลาหล

ผมอาศัยมอเตอร์ไซด์ฮ่างเลียบ ๆ มาได้ แต่กว่าจะผ่านจากประตูร้อยเก้าไปถึงหน้าคณะอุตสาหกรรมเกษตรแล้วเลี้ยวซ้ายผ่านไปทางวงเวียนคณะทรัพย์ได้ (ช่วงเช้าถนนผ่านหน้าโรงเพาะฟักวาริชเปิดให้รถวิ่งได้) ก็ใช้เวลาไปเป็นสิบนาทีเหมือนกัน เมื่อเทียบกับระยะทางประมาณ ๒๕๐ เมตร (จากประตูร้อยเก้า - ทางเบี่ยง - หน้าคณะอุตสาหกรรมเกษตร)

 

ก็สนุกสนานบานใจในช่วงสิงหาพาเพลิน

 

แต่ก็ต้องชมการจัดการที่ดีขึ้นในวันถัดมาอีก ๒ วันซึ่งเป็นวันทำงานปกติ (พฤหัส - ศุกร์ ที่ ๑๔ และ ๑๕ สิงหาคม) ที่มีการจัดการให้เส้นทางเบี่ยงผ่านแปลงผักของคณะทรัพย์เป็นเส้นที่ระบายรถขาเข้ามหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว ทำให้การจราจรคล่องตัวมากขึ้น รถยนต์สามารถวิ่งได้ ๒ เลน ไม่มีรถวิ่งสวนมา

 

 

ถือว่าเยี่ยมครับสำหรับการจัดการกับปัญหาที่รวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ผู้ใช้เส้นทางร่วมกันเผชิญปัญหาอยู่เพียงลำพัง

 

แต่ที่ว่ามานั่นยังไม่วิกฤติเท่าวันที่รอคอยครับ

ถัดมาอีก ๒ วันเป็นวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ จำนวนรถ/ คนที่เข้าพื้นที่มหาวิทยาลัยพร้อม ๆ กันในช่วงเช้าลดจำนวนลงมาก จะมีก็ค่อย ๆ ทะยอยเข้ามาเที่ยวงานเกษตรภาคใต้ซึ่งกำหนดเริ่มในช่วง ๑๐ โมงเช้า รถและคนค่อย ๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเมื่อถึงเวลาเย็นย่ำค่ำ

 

ปัญหาแม้จะไม่เทียบเท่ากับวันทำงาน ๓ วันก่อนหน้านี้แต่ก็แน่นขนัดเหมือนกันในช่วงเย็น เพราะการจัดการจราจรยังจัดแบบเดิมคือ ทางเบี่ยงปล่อยให้รถวิ่งสวนทางกันทั้งขาเข้า - ขาออก รถจึงไปออกันตรงจุดตรวจ มิหนำซ้ำการจัดการจราจรภายในยังไม่ชัดเจนพอที่จะช่วยให้ระบายรถให้ดี

จุดอ่อนของการจัดการที่ไม่ว่าจะเป็นปีไหน ๆ ในช่วงสิงหาพาเพลินก็คือการขาดการประชาสัมพันธ์ หรือมีการประชาสัมพันธ์แต่การประชาสัมพันธ์ทำได้ไม่ทั่วถึง ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง บุคคลภายในมหาวิทยาลัยและบุคคลภายนอกที่เข้ามาร่วมงานได้รับทราบถึงการบริหารจัดการ

การออกประกาศ แขวนตามเวปไซด์นั้น มีใครสักกี่คนที่ได้เปิดอ่านเปิดดู โดยเฉพาะบุคคลภายนอกที่หลั่งไหลกันเข้ามาจำนวนมาก

 

การประชาสัมพันธ์ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ถึงลูกถึงคน

 

เพราะกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงไม่ได้รับข่าวสารจากการประชาสัมพันธ์

 

วันนี้ที่รอคอย

 

จันทร์ที่ ๑๘ สิงหาคม เป็นวันของการจัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ งาน ม.อ. วิชาการ ส่วนงานเกษตรภาคใต้ได้ยุติลงไปแล้วในคืนวันอาทิตย์ แต่ยังไม่มีการเปิดประตูร้อยเก้า เนื่องจากยังข้าวของต่าง ๆ ยังไม่ถูกจัดเก็บให้เรียบร้อย ส่วนงานวิศวะแฟร์นั้นยังจัดอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

คนทำงานก็ต้องมาทำงาน

 

คนมาเที่ยวงานก็มาเที่ยวงาน

 

การจัดการจราจรตรงประตูร้อยเก้ายังเหมือนเดิมคือ ให้รถวิ่งสวนกันตรงทางเบี่ยง ขาเข้าวิ่งได้เลนเดียว เพื่อแบ่งให้ขาออกวิ่งสวนมาได้

 

ช่วงวันนี้คงไม่ต้องพูดถึงนะครับ เพราะนอกจากภายในแล้ว การจราจรภายนอกที่มุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยก็แน่นขนัด บางคนโฟสท์ใน social media ว่าอยู่บนถนนจะไปส่งลูกไปโรงเรียน ๙ โมงเช้าแล้วยังไปไม่ถึงไหน

 

สิงหาพาเพลินจริง ๆ ครับ

 

ผมอาศัยมอเตอร์ไซด์ฮ่างคันเดิม เบียด ๆ แทรก ๆ ไปตลอดทาง วันนั้นผมใช้เส้นทางประตูร้อยเก้า - ทางเบี่ยง - เลี้ยวขวาเพื่อจะใช้เส้นทางขึ้นเนิน อ.ก. - อ่างเก็บน้ำ - วงเวียนวิศวะ - ตึกฟักทอง - วงเวียนประตูใหญ่ - คณะแพทย์ ตลอดเส้นทางมีแต่รถที่ค่อย ๆ คลานจ่อท้ายกันตลอดทาง

ระยะทางจากประตูร้อยเก้าถึงตึกทำงานประมาณ ๑.๘ กิโลเมตร  หากใช้เส้นทางปกติจากประตูร้อยเก้าถึงตึกทำงานระยะทางประมาณ ๙๑๓ เมตร

 

 

เรื่องเล่านี้เป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการที่ท้าทายครับ ซึ่งจะสามารถสะท้อนความคิด วิธีการคิด กรอบของการคิด ที่นำไปสู่การปฏิบัติของผู้ทำหน้าที่บริหารและจัดการได้เป็นอย่างดี

 

ปัญหามีไว้เผชิญครับ แต่ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีกเราต้องใช้ปัญหาที่พบเจอไปใช้ในการคิด วางแผน การบริหารจัดการกับปัญหา (เดิม) ที่จะเกิดขึ้นมาอีกในอนาคต

 

สิงหาพาเพลินจริง ๆ

 

อิอิอิ

 

เราเอง

 

ปล. ผมเขียนบันทึกนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๗

 

เพลง: Hightway to Hell
ศิลปิน: AC/DC

 

AC/DC performing Highway To Hell. (Live At River Plate 2009)(C) 2011 Leidseplein Presse B.V.

acdcVEVO

 

Sections: Miscellaneous
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 28 August 2014 17:44 Modified: 28 April 2020 17:25 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 MK, Ico24 Teddy, and 4 others.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

เชื่อครับ ว่าน้าฯเขียนมาตั้งแต่ 13 ส.ค.57 เพราะเขียนได้ไม่น้อยทีเดียว กว่าจะอาจจบ แถมยังต้องกลับไปอ่านทวนใหม่อีก อิอิ น้าฯ มาอยู่วิทยาเขตปัตตานีต่ะ รถไม่ติดที

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

Ico48
ทดแทน (Recent Activities)
31 August 2014 15:38
#99708

น้า มอ ที่จอดรถเยอะจริง ๆ น้า

แต่เป็นที่วิทยาเขตวุราษฎร์ น้า เพียบ

แก้ไม่ถูกหน่วยคัน น้าว่าไม่

แต่ว่าเรามีนักวิชาการที่เก่งเรื่องระบบจราจรนี้น้า

ตนนั้นคือน้า ที่น้าเขียนนิ ได้ใจ จริง ๆ น้า

กับคนอื่นเราไม่กล้า เดียวเขาจะเตะ เอา 5555

คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น