นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 1035
ความเห็น: 4

ก้าวย่างทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป: โพย [C]

จากรุ่นสู่รุ่น จากพี่สู่น้อง จากเพื่อนสู่เพื่อน

ไม่ต้องคิดถึงเรื่องโพยหวยกันนะครับ เพราะไม่ใช่โพยหวยแต่เป็นโพยอย่างอื่น และก็ไม่ใช่ตีโพยตีพายครับ

 

เราคงจะได้ยิน รับรู้กันอยู่เป็นเรื่องปกติเกี่ยวกับโพย โดยเฉพาะในแวดวงนักเรียนนักศึกษา โพยเป็นสิ่งที่ต้องการและมีแพร่หลายมาก โดยเฉพาะในช่วงใกล้สอบ

 

หนังสืออ่านน้อย ๆ ก็ได้ แต่อ่านโพยสักหลาย ๆ รอบ

 

โพยที่ว่านี้โดยส่วนมากคือ "ข้อสอบ" เก่า หรือข้อสอบของรุ่นพี่ที่รุ่นพี่ใช้เทคนิคหลากหลายในการให้ได้มาซึ่งข้อสอบหลังจากที่ตนเองสอบผ่านไปแล้ว

 

ภาระกิจอันยิ่งใหญ่นี้ก็เพื่อรุ่นน้องและผองเพื่อน

 

ถ้าเป็นการจัดการเรียนการสอนแบบปกติคงไม่มีปัญหามาก เพราะถ้ามีปัญหาเรื่องโพย ปีหน้าก็เปลี่ยนข้อสอบใหม่ ถ้าไม่กลัวเรื่องโพยก็ใช้ข้อสอบเดิม เด็ก ๆ ที่มีโพยก็สบายแฮไป

 

ในการจัดการเรียนการสอนของคณะแพทยศาสตร์ในชั้นคลินิกนั้นจะใช้การเรียนการสอนแบบกอง หรือสอนทีละรายวิชา โดยจัดแบ่งนักศึกษาออกเป็นกลุ่ม ๆ แล้วให้หมุนเวียนกันไปเรียนแต่ละรายวิชา ปีหนึ่ง ๆ จะมีประมาณ ๖ - ๘ กองขึ้นอยู่กับชั้นปี

 

นักศึกษาชั้นปีที่ ๕ มีประมาณ ๘ กลุ่มแต่ละกลุ่มจะมีประมาณ ๑๔ -๑๕ คน

 

นั่นหมายความว่าในแต่ละปี ในรายวิชาเดิมจะต้องสอนซ้ำถึง ๘ ครั้ง โดยทั่วไปจะไม่เรียกว่ารายวิชาแต่จะเรียกว่ากองแทน เช่นขึ้นเรียวิชาของภาควิยาอายุรศาสตร์ก็จะเรียกว่า กอง med

 

ในปีนี้มีการใช้มาตรฐานการเรียนการสอนมากขึ้น และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของข้อสอบ ที่ใช้เป็นเครื่องมือวัดผล/ ประเมินผลการเรียนรู้ของนักศึกษา

 

เดิมทีนั้นภาควิชาฯ ได้พยายามทำ pooled ข้อสอบ คือไปดูว่าในข้อกำหนด (มาตรฐาน) ของแพทยสภา ได้กำหนดหัวข้อการเรียนการสอนเอาไว้เรื่องไหน เรื่องไหนต้องมีการประเมินก็จะให้อาจารย์ออกข้อสอบในแต่ละหัวข้อมา pooled รวมกันไว้ เมื่อถึงกองที่จะสอบ ก็จะไปคัดเลือกข้อสอบจาก pooled นี้มาใช้ในแต่ละกอง หากหัวข้อใดมีข้อสอบ pooled เอาไว้มาก ในแต่ละกองก็ได้ข้อสอบที่ไม่ซ้ำกัน แต่หากหัวข้อไหนที่ยังไม่มีข้อสอบใหม่ หรือใน pooled ยังมีน้อยก็จะได้ข้อสอบที่ซ้ำ ๆ กันในแต่ละกอง แต่อาจจะไม่ใช้ข้อสอบเดิมกับกองที่เรียนติดต่อกัน

 

ปี ๒ ปีนี้ ผมมีส่วนในการออกข้อสอบส่วนที่เป็นการเรียนการสอนเรื่องสถิติ โดยเฉพาะส่วนที่เป็น short essay หรือข้อสอบที่เป็นข้อเขียน

 

ผมจะใช้วิธีการออกข้อสอบใหม่เกือบทุกกอง กองไหนออกไม่ทันก็หยิบ ๆ เอาข้อสอบเก่ามาใช้ขัดตาทัพไปก่อน แต่ก็พยายามให้ข้อสอบอยู่ในแนวเดียวกัน

 

เทคนิคอีกอย่างที่ผมใช้ในการออกข้อสอบก็คือ การไปนั่งฟังการนำเสนองานวิจัยของนักศึกษา ซึ่งในกองที่ภาควิชารับผิดชอบจะให้นักศึกษาฯ ปี ๕ ทำวิจัยโดยแต่ละกองจะแบ่งออกออกเป็น ๒ กลุ่มย่อยให้แต่ละกลุ่มย่อยทำวิจัยกลุ่มละเรื่อง

 

ก็จะฟังว่าในห้องเรียนมีการ discuss กันเรื่องไหน ประเด็นไหนบ้าง ถ้าเป็นประเด็นที่มีการอภิปรายกันมาก และเป็นที่สนใจของนักศึกษา ก็จะนำเอาประเด็นนั้นมาเป็นแนวข้อสอบ

 

อันนี้ผมใช้แนวคิดที่ว่า นักศึกษาทุกคนได้เรียนรู้่เรื่องนี้ร่วมกันแล้ว และหากไม่เข้าใจ ยังสงสัยประเด็นไหน ก็สามารถซักถามเพิ่มเติมได้ในระว่างการอภิปรายซักถามระหว่างนักศึกษา อาจารย์ ซึ่งเปิดโอกาสให้เต็มที่

 

คราวนี้มาถึงปีการศึกษาใหม่ ปีการศึกษา ๒๕๕๗ มีการจัดกระบวนใหม่ โดยใช้แนวของแพทยศาสตร์ศึกษา โดยจะพยายามให้ข้อสอบมีมาตรฐานมากขึ้น และจะให้ข้อสอบมีจำนวน ๒ ชุดสำหรับใช้กับนักศึกษาทั้ง ๘ กอง

 

เหตุที่ใช้แค่ ๒ ชุดทางแพทยศาสตร์ศึกษาให้เหตุผลว่า หากใช้ข้อสอบจำนวนมากก็จะไม่สามารถที่ประเมินข้อสอบได้ เช่นการประเมินความยากง่ายของข้อสอบ (ดูว่ามีนักศึกษาตอบข้อไหน (กรณีเป็น MCQ) บ้าง ตอบถูกกี่คน ตอบผิดกี่คน ตัวลวงที่มีเป็นตัวลวงที่ดีไหม ..)

 

เขาว่าถ้าใช้หลายชุด จำนวนนักศึกษาแต่ละกองหรือแต่ละชุดข้อสอบจะมีจำนวนไม่มากพอที่จะทำให้ประเมินผลข้อสอบได้

 

ข้อสอบส่วน  short essay ก็เลยต้องมี ๒ ชุดไปด้วย

 

ก็นับเป็นเรื่องที่ดี สำหรับนักศึกษาที่จะได้มีเครื่องมือวัดที่ค่อนข้างจะเท่าเทียมกัน หรือใกล้เคียงกัน

 

แต่เนื่องจากข้อสอบมีเพียง ๒ ชุด ใช้วน ๆ กันอยู่ ๘ กอง ใน ๑ ปี ปัญหาหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ โพย

 

ก็ได้อย่างเสียอย่างครับ เครื่องมือที่ใช้วัดเหมือนกันในแต่ละครั้ง แต่ก็จะมีปัญหาว่า กองหลัง ๆ จะมีโพยหรือรู้ข้อสอบล่วงหน้า

 

และเป็นเรื่องปกติที่มักจะพบว่า หากใช้ข้อสอบเดิม เช่นใช้ข้อสอบติดต่อกัน ๒ กอง กองแรกจะได้คะแนนน้อยกว่ากองที่ ๒ โดยเฉลี่ยเสมอ ก็กองที่ ๒ ได้โพยมาเรียบร้อยแล้ว

 

ฮิ

 

อิอิอิ

 

เราเอง

 

เพลง: ได้อย่างเสียอย่าง
ศิลปิน: อัสนี - วสันต์

 

 

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 08 มิถุนายน 2557 00:29 แก้ไข: 28 เมษายน 2563 17:31 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 ServiceMan, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ถูกต้องแล้วครับ เมืองไทยเด็กเก่งเรื่องนี้มาในการสรรหาโพยข้อสอบเก่า และเก่งในการตอบแบบไม่ต้องเข้าใจ

กลัวจังเวลาตรวจเราเขาใช่โพยไม่หนอ 5555

เครียดมาใช่ไม่

อาการเป็นมากี่วันแล้ว

ครั้งสุดท้ายเป็นเมื่อไร

ต้องมีข้อสอบลวง ซ้อนลวงเข้าไปอีกครับ อิอิ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ตอนที่ซักประวัติน่ะ เขาทำตามขั้นตอนของ guideline ครับ ถามเป็นขั้น ๆ เพื่อที่จะหาสาเหตุครับ อันไหนไม่เกี่ยวข้องก็ตัดออกทีละประเด็น ในส่วนหลัก ๆ ก็จเหมือนกัน ตาม step ยกเว้นบางประเด็นที่ต้องอาศัยทักษะ + ศิลปะ

จะเรียกว่าตามโพยก็ได้ครับลุง step ตามโพยของ guideline ที่เหลือก็เป็นศิลปะของแต่ละคน เขาถึงเรียกใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพแพทย์ว่า "ใบประกอบโรคศิลป์" คือต้องใช้ความรู้และศิลปะ ในการรักษา ถ้าใครมีศิลปะเยอะ ๆ คนไข้ก็ตรึมครับ

ฮา

 

ข้อสอบแบบซ้อนลวงมากเดี๋ยวงงเองครับ เป็นข้อด้อยครับ คือใช้แค่ ๒ ชุดตลอดปี ทั้ง ๘ กอง กองหลัง ๆ มีโพยครบทุกชุด ก็สบายไป

เรื่องช่วยเพื่อนแบบนี้เป็นเรื่องถนัดครับ แต่ก็แลกเปลี่ยนกันไปครับ คือ ๘ กองนี่จะวนกันไปแบบวงกลม กลุ่มนี้ไปเรียนวิชาโน้น อีกกลุ่มไปเรียนวิชานี้ เรียนจบแต่ละวิชาก็หมุนสลับกัน ใครมีโพยวิชาอะไรก็เอามาแลกเปลี่ยนกัน

เข้าตำราเรียนเป็นกลุ่มครับ

ฮา

 

เครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ที่ตรงมากที่สุดตอนนี้คงไม่มีใครนำเสนอ/ ยอมรับ  ดังนั้นก็เลยยังต้องใช้การสอบวัดผลอยู่ครับ

เรื่องโพยดูเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นสรณะ มากกว่าการยึดการเรียนรู้

อิอิอิ

เราเอง

คุณต้องทำการเข้าระบบก่อนแสดงความเห็น