นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 850
ความเห็น: 1

ก้าวย่างทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป: มโนคติ vs ความเป็นจริง

มโนคติที่เราสร้างขึ้นซ้ำ ๆ ด้วยข้อมูลเดิมซ้ำ ๆ เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความจริงอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นได้

สรรพสิ่งล้วนแต่เกิดแต่เหตุปัจจัย

การเกิดขึ้น ตั้งอยู่หรือดับไปของสรรพสิ่ง นั้นจะต้องประกอบไปด้วยปัจจัยที่พร้อมสมบูรณ์ ขาดเพียงปัจจัยใดปัจัยหนึ่ง ผลแห่งปัจจัยทั้งหมดนั้นย่อมไม่เที่ยง ไม่เป็นเช่นนั้น

มโนคติ การคิดซ้ำ ๆ ด้วยความคิด ข้อมูลเดิมที่เรายึดถืออย่างแน่นหนักไม่สั่นคลอนผ่อนหลาย การมีมโนคติเช่นนี้ซ้ำ ๆ ย่อมเป็นเหตุแห่งปัจจัย ที่เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดผล ตามอย่างมโนคติที่เราคิด สร้างขึ้นมา

หรือการมีมโนคติ ซ้ำ ๆ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่เปลี่ยนแปลง ย่อมส่งผลให้เกิดความจริงประการหนึ่งตามอย่างที่เรรมโนคติไว้ได้

สรรพสิ่งเที่ยงแท้กระนั้นหรือ

พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่าทุกสิ่งไม่เที่ยง ทุกสิ่งเกิดแต่เหตุ ปัจจัย

หากไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย สิ่งนั้นสิ่งนี้ก็ย่อมไม่เกิด

บางครั้งคนเราย้ำคิด ย้ำทำอยู๋แต่สิ่งที่เป็นความคิด คววามเข้าใจ ความรับรู้เดิม ๆ ของเราอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

สรรพสิ่งจะเป็นเช่นสิ่งที่เรารับรู้ สิ่งที่เราประสบพบเจอมาเช่นนั้น กระนั้นหรือ

สิ่งต่าง ๆ ย่อมเกิดแต่เหตุ ปัจจัย

ความจริงประการหนึ่งคือ

เราหลงลืมไปว่า เราเองเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นคนสร้าง หรือเป็นเหตุ เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดเหตุ เกิดปัจจัย อันส่งผลทำให้เกิดความจริงประการนั้นหรือไม่ อย่างไร

บางครั้งเรามัวมองหา พยายามมองหาแต่เหตุ แต่ปัจจัยที่เป็นสิ่งภายนอก จนลืมไปว่า การมีมโนคติอย่างนั้นซ้ำ ๆ นั่นแลคือเหตุ คือปัจจัย ที่ส่งผลให้เกิดปัจจัยที่ทำให้เกิดสิ่งนั้น สิ่งนี้ขึ้น

ชีวิตของเราผ่านประสบการณ์มาต่างกันไป

คนหนึ่งอาจจะประสบเหตุกาณ์อย่างหนึ่งมา แต่ไม่ได้หมายความว่า ด้วยเหตุ ด้วยปัจจัยที่เราเห็น ที่เราสรุป ประมวลเอาจากมโนคติจากประสบการเดิมของเรานั้น จะก่อให้เกิดผลเช่นเดียวกันกับในอดีต

สรรพสิ่งไม่เที่ยง

ผลย่อมเกิดแต่ เหตุ ปัจจัย

การมีเหตุ ปัจจัย ที่เรามองเห็นว่าเป็นเช่นนั้น ผลที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เป็นดังเช่นนั้นก็ได้

ปัจจัย เหตุอันอื่นที่เรามิได้มองเห็น เนื่องด้วยมโนคติของเราบดบังเอาไว้

ผมดูหนังจีนเรื่องนึง ตัวพระกำลังสงสัย กำลังลังเลว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องหรือไม่ ตัวนางบอกว่า ถ้าเราเกิดความลังเล สงสัย นั่นเป็นเพราะเราไม่เชื่อ ไม่มั่นในศรัทธาของเรา หรือศรัทธาาของเรากำลังคลอนแคลน

ศรัทธาของเราเป็นสิ่งที่ผู้อื่นมิอาจหยิบยื่นให้เราได้ ไม่อาจทำให้เรามั่นในศรัทธานั้นได้

นอกเหนือจากตัวเรา

มโนคติที่เราสร้างขึ้นซ้ำ ๆ เป้นเหตุ ปัจจัย ก่อให้เกิดความจริงขึ้นได้

เพราะเหตุ ปัจจัยนี้ เกิดจากความเชื่อ ความศรัทธา ที่ส่งผลต่อเราโดยตรง

คิด ตรึกตรองด้วยสติ ด้วยปัญญา

สิ่งที่ผ่านมามันอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่สิ่งที่ยังไม่เกิด ใช่ว่าจะเกิดด้วยปัจจัยที่ยึดเอาเป็นมโนคติอย่างนั้น

แต่หากเราไม่ละวางมโนคติอย่างนั้นเสีย สิ่งที่เคยเกิดในอดีตย่อมเกิดขึ้นได้ โดยมีเหตุ ปัจจัยจากมโนคติ ที่เราสร้างขึ้นซ้ำ ๆ นั่นเอง

ไม่มีใครบังคับให้เราเชื่ออย่างนั้นอย่างนี้ได้ นอกเหนือจากเราเชื่อด้วยตัวของเราเอง

 

อิอิอิ

 

เราเอง

 

เพลง:
ศิลปิน:

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 08 กันยายน 2556 16:15 แก้ไข: 08 กันยายน 2556 16:15 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 คนธรรมดา, และ 4 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

หนังสือ how to ด้านจิตวิทยาการเงินบอกเราว่า ให้ท่องกับตัวเองเสมอ ว่า "เราจะรวย เราจะรวย" แล้วสุดท้าย เราจะรวยเอง

 

หากเราบอกว่า เราจะเก่ง เราจะเก่ง สักวันเราจะเก่งเอง...เค้าว่าเป็นจริง มันคล้ายสะกดจิตตัวเอง สร้างพลังงานจากภายในใจ ตนเองก็ว่าน่าจะเป็นจริง ถ้าเราทำตามด้วย

 

เสียดายที่มันใช้ได้กับตัวเองเท่านั้น ไม่งั้น ท้าวคงต้องท่อง "จงเขียนบันทึก จงเขียนบันทึก" แน่ๆ

 

เอิ้ก เอิ้ก

 

"ใจสั่งมา"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.89.87.12
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ