นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 1032
ความเห็น: 2

ก้าวย่าง ทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป: ใครก็สอนได้ ?

เวชศาสตร์ชุมชนเป็นเรื่องที่หาคนสอนได้ง่าย หาคนที่เข้าใจ concept ได้ง่ายจริงหรือ?

นอกเหนือจากภาระกิจ "เจาะ" แล้ว ดังที่เล่าไปว่าเมื่อวาน (๑๙๐๒๒๕๕๖) มีประชุมเกรดและเตรียมการเรียนการสอนของ นศพ. ชั้นปีที่ ๕ ที่จะขึ้นชั้นปีและกองแรกที่จะลงเรียนในรายวิชาเว๙ศาสตร์ชุมชนและเว๙ศาสตร์ครอบครัวในวันอังคารที่จะถึงนี้

ห่างจากกองสุดท้ายของปีการศึกษา ๒๕๕๕ เพียง ๑ อาทิตย์

เรื่องเกรด ปัญหาหลัก ๆ ที่มีด้านบริหารจัดการก็คงเป็นเรื่องวน ๆ เวียน ๆ ครับ ก็คือเรื่องการตรวจให้คะแนนโดยเฉพาะกองสุดท้ายของปีที่ต้องรีบเร่งให้ทันกับกำหนดการส่งเกรดให้ทางส่วนกลาง เวลาค่อนข้างกระชั้น

รายวิชาที่ว่านี้แบ่งเป็น ๒ ส่วนคือส่วนปฎิบัติและส่วนทฤษฎี

รูปแบบการเรียนการสอนนั้นมีทั้งเดี่ยวและกลุ่ม พบว่ามีนักศึกษาบางคนทำคะแนนส่วนตัวได้ไม่ดีนักแต่เมื่อรวมกับคะแนนที่เป็นกลุ่มแล้วก็สบาย ๆ เริ่ดทีเดียว

ช่วงแรกผมติดภาระกิจอยู่ที่สำนักงานภาควิชาฯ เลยไม่ได้ได้เข้าร่วมประชุมตั้งแต่เริ่มต้น แต่พอจับใจความได้ว่า ในปีการศึกษาที่จะถึงนี้ มีข้อตกลงร่วมกันของสถาบันผลิตแพทย์ ๓ แห่ง (ม.อ. เป็น ๑ ใน ๓) ตกลงร่วมกันที่จะเพิ่มเนื้อหาวิชาด้านเวชศาสตร์ชุมชนในสัดส่วนที่มากขึ้น ซึ่งที่ทางภาควิชาจัดการเรียนการสอนอยู่นั้น ประกอบด้วย ๓ ส่วนใหญ่ ๆ คือ เวชศาสตร์ครอบครัว เวชศาสตร์ชุมชน และอาชีวเวชศาสตร์

เมื่อมีข้อตกลงร่วมกันที่จะปรับเนื้อหาในส่วนของเวชศาสตร์ชุมชนให้มากขึ้น ก็ต้องมาทบทวน ปรับกระบวนการเรียนการสอนเดิมให้เข้ากับข้อตกลงที่ว่านี้

จุดแข็งของเวชศาสตร์ชุมชน ม.อ. ที่ที่อื่น ๆ ไม่มีการเรียนการสอนก็คือการ "สอนให้ทำวิจัย" คือนักศึกษาที่เข้ามาเรียนในรายวิชาเวชศาสตร์ชุมชนทุกกองต้องทำงานวิจัย ๑ เรื่อง เป็นงานกลุ่ม กองหนึ่ง ๆ จะถูกแบ่งย่อยเป็น ๒ กลุ่ม ดังนั้น ๑ กองก็จะมีงานวิจัย ๒ เรื่อง ที่ผู้ทำวิจัยเป็นนักศึกษาแพทย์และใช้เวลาทั้งหมด ๕ อาทิตย์ในการทำวิจัย เขียนรายงานและนำเสนอวิจัย และเรียนส่วนอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กัน

การให้เด็ก (ฝึก) ทำวิจัย (จริง) มีการเรียนการสอนเช่นนี้มายาวนานแล้ว ผมทราบว่าสถาบันอื่น ๆ ไม่ได้ให้นักศึกษาลงมือทำจริง ๆ จะมีก็เป็นลักษณะของการ critical appraisal ซะมากกว่า หรือประมาณ วารสารสโมสร (Journal Club) ในขั้นตอนสุดท้าย คือมีการเรียนการสอนกระบวนการทำวิจัย และเขียนโครงงานวิจัยแต่ไม่ได้ลงมือทำจริง หลังจากนั้นจะเป็นเพียงการ appraise งานวิจัยซะมากกว่า

เมื่อมีข้อตกลงเรื่องการเรียนการสอนของ ๓ สถาบัน สถาบันอื่น ๆ ก็จะเริ่มทำในกระบวนการเดียวกัน

การเรียนการสอนที่เกี่ยวกับระบาดวิทยาและสถิติ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบวนการวิจัยก็ต้องเข้มข้นมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งต้องปรับกระบวนการเรียนการสอนเดิมนิดหน่อย จากเดิมที่เป็น optional class ก็เปลี่ยนมาเป็น compulsory class หรือบังคับเรียน แต่ข้อตกลงในที่ประชุมก็คือ นักศึกษาจะเลือกใช้กระบวนการเรียนใดก็ได้ SDL, Resource Person, CAI หรือจะเรียนในชั้นเรียนก็ได้

แต่สุดท้ายเมื่อมีการวัดประมวลผลการเรียน ก็ต้องผ่านตามเกณฑ์

โดยให้น้ำหนักกับเรื่องของความรับผิดชอบต่อตนเอง ส่วนไหนที่มีส่วนเกี่ยวพันกับบุคคลอื่นก็กำหนดให้เป็นเรื่องของการ compulsory (เช่น PBL กิจกรรมกลุ่ม กิจกรรมวิชาการ ...)

นักศึกษาทุกคนมีประสบการณ์ (learning experience) เกี่ยวกับระบาดวิทยาและสถิติมา (บ้าง) แล้ว ตอนปี ๒ ที่จัดเต็มระบาดวิทยาและสถิติ

ที่น่าเป็นห่วงประการหนึ่งของทางภาควิชาคืออาจารย์ทางด้านเวชศาสตร์ชุมชนของภาควิชากำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ถึง ๒ คน ทำให้ภาควิชาฯ ขาดอาจารย์ด้านสาขาเวชศาสตร์ชุมชน

ซึ่งก่อนหน้านี้มีทั้งที่เกษียณอายุราชการไป ๒-๓ คนแล้ว ย้ายไป ม.ธ. ๑ คน ย้ายไปโรงพยาบาลหาดใหญ่ ๑ คน เกษียณอายุราชการก่อนกำนด ๑ คน ลาออกไปเล่นการเมือง/ กิจการส่วนตัว ๑ คน เบนเข็มไปสาขาวิชาอาชีวเวชศาสตร์ ๑ คน ที่มีมาทดแทนก็เพิ่งมีมาทดแทนเพียง ๑ คนเท่านั้น

จะหาใครมาสอนเรื่องเวชศาสตร์ชุมชนได้ง่ายจริงหรือ ?

ในบริบทของค่านิยมที่ผ่านมาหลายสิบปี การผลิตแพทย์มุ่งเน้นไปในด้าน สาขาวิชาเฉพาะทางสาขาหลัก ๆ ที่เป็น hospital based physicians หรือผลิตแพทย์เพื่อรองรับกับการปฏิบัติงานในโรงพยาบาล หรือในแนวคิดของ "การแพทย์/ สาธารณสุขแบบตั้งรับ"

สาขาวิชาที่ผลิตแพทย์เฉพาะทางก็คือ สู(ติ) ศัล med เด็ก เป็นแนวหลัก หาอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญ เข้าใจในบริบทของเวชศาตร์ชุมชนได้ยากมาก

เนื่องจากเวชศาสตร์ชุมชนเป็นการทำงาน/ มองสุขภาพในบริบทของชุมชน ไม่ใช่ในบริบทของโรงพยาบาล

ในบริบทของโรงพยาบาล คนไข้มารับการรักษาก็รักษาคนไข้ตามอาการ แต่ไม่ได้มองย้อนกลับไปถึงบริบทของชุมชนของผู้ป่วย

โดยเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ ๆ เช่นโรงพยาบาลระบบทุติยภูมิ (Secondary (Medical) Care) หรือตติยภูมิ (Tertiary (Medical) Care) หรือระดับเทพ (Supra-tertiary/ Quaternary (Medical) Care - รพ. ระดับทุติยภูมิเช่น โรงพยาบาลทั่วไป/ รพ. ประจำจังหวัด รพ. ระดับตติยภูมิ เช่น รพ. ศูนย์ (เช่น รพ.(ศูนย์) หาดใหญ่ รพ. (ศูนย์) ยะลา ส่วน รพ. เทพคือ รพ. มหาวิทยาลัย) เป็นโรงพยาบาลที่ให้ความสำคัญกับการดูแลโรคเฉพาะทาง โรคเฉพาะส่วน (ของร่างกาย) บริบทการมองหรือบริบทจะต่างออกไปกับการมองในระดับปฐมภูมิ

ลักษณะ การกระจายโรค และอื่น ๆ ของโรคใน setting ของโรงพยาบาลต่างจากโรคที่มี setting อยู่ในชุมชน

เวชศาสตร์ครอบครัว เป็นการมองสุขภาพในบริบทของครับครัวนอกเหนือจากคนไข้เพียงอย่างเดียว ซึ่งครอบครัวคือหน่วยย่อยของชุมชน ครอบครัวก็ต้องปฏิสัมพันธ์กับชุมชน

เวชศาสตร์ครอบครัวกับเวชศาสตร์ชุมชนจึงมีส่วนทับซ้อนกันอยู่ค่อนข้างมาก การมองชุมชนก็ต้องมองไปถึงครอบครัว และบุคคล

บุคลากรที่จะเข้าใจบริบทของชุมชนก็คือบุคลากรที่ทำงานร่วมกับชุมชน ทำงานชุมชน

ตัวอย่างเช่น แพทย์ที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลชุมชนและทำงานชุมชน คือต้องมีทั้ง ๒ ส่วน แต่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจ concept ของเวชศาสตร์ชุมชน ที่ทำงานเกี่ยวกับ Primary Care หรือการแพทย์/ สาธารณสุขระดับปฐมภูมิ

แพทย์ปฏิบัติงานในชุมชนไม่ต้องเครียดเรื่องงานวิจัย งานสอน มีค่าตอบแทนเรื่องไม่ทำคลินิก อยู่จังหวัดชายแดนใต้ก็ได้ค่าเสี่ยงภัย ค่าอยู่นาน ชีวิตไม่ต้องเครียด มีสถานะเป็นข้าราชการ

มาอยู่มหาวิทยาลัยต้องเครียดเรื่องการสอน เครียดงานวิจัย เป็นพนักงานของรัฐ ....

ใครบอกว่าหาคนที่เข้าใจบริบทของเวชศาสตร์ชุมชนมาสอนได้ง่าย ๆ หรือประเภท ใคร ๆ ก็สอนได้ คงต้องให้มาสอนเองแล้วล่ะครับ

วิจัยเด่น วิจัยพันล้าน หมื่นล้าน ผลงานตีพิมพ์นานาชาติเป็นเข่ง ๆ ก็อาจจะไม่ใช่คำตอบที่เหมาะสำหรับทุกเรื่องทุกกรณีไป

เห็นทีหนทางข้างหน้าจะยากเย็นแสนเข็ญจริง ๆ

เราเอง

เพลง: หักคอไอ้เท่ง
ศิลปิน: พายุ สุริยัน

 

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 21 กุมภาพันธ์ 2556 01:16 แก้ไข: 21 กุมภาพันธ์ 2556 09:21 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 Monly, และ 7 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
ServiceMan (ความเคลื่อนไหวล่าสุด)
21 กุมภาพันธ์ 2556 09:15
#84395

    เรื่องบางเรื่อง ง่ายที่จะพูดครับ แต่พอทำจริงกลับยากเพราะไม่ได้ใช้แค่แรงกายแต่ต้องใช้แรงใจด้วย

    หมดแรงกายพักกายก็หายเหนื่อย หมดแรงใจพักอย่างไรก็ไม่หาย ขอส่งแรงใจให้ครับ

 

 

ขอบคุณครับท่าน ServiceMan

ส่วนใหญ่แล้วคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจไม่ได้รู้ เข้าใจในบริบทของสิ่งที่ต้องตัดสินใจจริง ๆ หรือไม่ได้ยึดแนวทาง

"เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"

เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.92.74.105
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ