นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Network
Members · Following: 0 · Followed: 16

อ่าน: 2097
ความเห็น: 6

ก้าวย่าง ทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป: สิ่งของเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่

คุณค่าคือความเข้าใจ

ถ้าผมทำให้ท้าวแชร์มียอดของของรางวัลที่ต้องแจกจ่ายน้อยลงคงทำให้ท่านท้าวแชร์เสียกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง

อย่ากระนั้นเลยผมเลยต้องมา "เพิ่มยอด" ของรางวัลที่แจกจ่ายโดยท้าวแชร์ให้พิ่มขึ้นอีกสักชิ้น

ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเพิ่มบุญบารมีให้แก่ท่านท้าวแชร์

ผมยังนึกไม่ออกเลยว่า "อะไร" คือสิ่งที่เป็น "ของรัก" "ของหวง"

ทำไมหรือครับ

ก็มันหวงๆ ไปหมดครับ

นี่ นั่น โน่น โน้น นุ้น นั้น ...

บางทีก็แยกไม่ออกระหว่างความเป็น "ปู่โสม" กับ "สะสม"

ผมลองหาความหมายของคำว่า "หวง" จากพจนานุกรมออนไลน์ของราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ พบคำนิยามของคำว่า "หวง" ว่า

หวง    ก. ไม่อยากให้, สงวนไว้, กันไว้.

เอาเป็นว่าถ้าเข้าเกณฑ์ อย่างใดอย่างหนึ่งใน ๓ นิยามก็ถือว่าเเป็น "ของหวง" ก็แล้วกันนะครับ

ส่วนคำว่า "รัก" ท่านได้ให้ความหมายเอาไว้ว่า

รัก ๒ ก. มีใจผูกพันด้วยความห่วงใย เช่น พ่อแม่รักลูก รักชาติ รักชื่อเสียง, มีใจผูกพันด้วยความเสน่หา, มีใจผูกพันฉันชู้สาว, เช่น ชายรักหญิง, ชอบ เช่น รักสนุก รักสงบ.

ส่วนรัก ๑ นั้นเป็นคำนาม เป็นชื่อเรียกของต้นไม้ชนิดหนึ่งนะครับ

เอาเป็นว่าถ้าเข้าเกณฑ์ "มีใจผูกพัน" ก็ถือว่าเข้าเกณฑ์ของรักนะครับ

จากรากที่ค่อนข้างจะขัดสนมาตั้งแต่เด็กๆ โอกาสที่จะได้เป็นเจ้าของครอบครองสิ่งของต่างๆ เป็นของตัวเองอย่างที่ใจรัก ชอบ นั้นโอาสค่อนข้างน้อยหรือไม่มีเลย

ได้อะไรมานิดๆ หน่อยๆ ก็ถือได้ว่า "หวง" เป็นอย่างยิ่ง

หลายวันก่อนน้องเล่าให้ฟังว่า เจ้าหลานชายตัว (ไม่) น้อยมีของเล่นเก็บไว้เป็นลังๆ ทั้งที่พังแล้ว ทั้งที่ยังไม่พัง (มาก) ด้วยความรู้สึกที่ว่า เมื่อยามเป็นเด็ก โอกาสที่ "พ่อ" จะได้ครอบครองของเล่นนั้น น้อยมากถึงไม่มีเลย "คุณพ่อ" ก็เลย "จัดเต็ม" ให้กับ "คุณลูก"

สมัยเด็กๆ ที่เล่นก็คงหนีไม่พ้นไปจาก ลานบ้าน ในทุ่งนารอบๆ บ้าน ในสวนข้างๆ บ้าน หรืออีกที่ก็เป็น สนามหญ้าของโรงเรียนในวัดใกล้ๆ บ้าน

ยามหน้าฝน ทุ่งนาเจิ่งนองด้วยน้ำ ต้นข้าว โอกาสจะลงไปเล่นในนานั้นน้อย อย่างมากก็แค่คันนา (หัวนา) ต้องรอให้ผ่านฤดู "เก็บข้าว" ไปก่อน รอคอย "ลมว่าว" ที่จะพัดมาซะก่อน จึงจะใช้ "ทุ่งนา" เป็น "สนามเด็กเล่น" ได้

"หน้าร้อน" ที่ผ่านฤดูกาลเก็บเกี่ยวแล้ว ฝนไม่ตกแล้ว พื้นที่ที่เคยชุมน้ำก็แห้ง ใบไม้ใบหญ้าบ้างเริ่มแห้งเหี่ยว เหลือง บ้างผลัดใบ ดอกไม้เบ่งบานเพื่อการดำรงเผ่าพันธุ์ กลิ่นหอมของซัง (ฟางข้าว)แห้งโชยตามลม ในยามค่ำคืน

ของเล่นสร้างทำ หยิบฉวยเอาตามประสามีรอบๆ ข้าง

ลูกยาง (พารา) ร่วงแล้ว เก็บเอามาทำเป็นของเล่นได้สารพัดสารเพ ไม่เว้นแม้แต่ดอกไม้ดอกหญ้า เศษเครื่องใช้ กิ่งไม้ ใบหญ้า

สมัยเด็กๆ มีช่วงนึงผมมักจะเด็ดใบ "นุมแมว" (ภาษากลาง "นมแมว" - Rauwenhoffia siamensis Scheff.) มาเป่า นอกเหนือจากการเก็บกินผลเหลืองตามต้นที่ขึ้นตามหัวนา

ปู๊ๆ ปี๊ๆ ไปตามประสา เพลงนะหรือครับ ก็เป็นเพลงอย่างที่เกิดจากเสียงเป่านั่นครับ

ส่วนกิ่งของ "นุมแมว" นั้น อย่าได้ให้ไปตกอยู่ในมือของ "แม่" เด็ดขาด

เปลือกของ "นุมแมว" เหนียวยิ่งนัก นำมาใช้แทนเชือกได้เลย ส่วนกิ่งนั้นก็เหนียวพอกัน

ปัจจุบัน "นุมแมว" แทบจะหายไปจากบ้าน รอบๆ บริเวณใกล้ๆ บ้าน ทั้งๆ ที่ "นุมแมว" เป็นไม้เฉพาะถิ่น ภาคกลางและภาคใต้ของไทย

ซังข้าว ก็ไม่เว้นที่จะนำมาทำเป็น "ปี่ซังข้าว"

"ลมแล้งกระชากชิว ใบไม้ปลิวลอยหวิวว่อน ทิวเมฆขยายก้อนเกลื่อนเวหา เจ้าเอยโอ้เด็กน้อย เคยวิ่งเล่นกลางท้องนา ทั้งซังปี่ เป่ามาตามลมล่อง บทเพลงที่สดใส ลมหายใจแห่งเสียงเพลง อุ่นสายใยในซังปี่ ทุ่งสีทอง ... "

"วางว่าว" เมื่อยามลมว่าวมาเยือนในเดือนลมแล้ง คืนหอมกลิ่นซังข้าว ไม่ไผ่ข้างบ้านถูกตัด เหลา ผูกมัดโยงเชือกเป็น "ว่าวเป้า" (ว่าวปักเป้า) ผ้าขี้ริ้วแถบบางยาว ส่ายระริกริ้วในสายลมเป็นหางปลา ไม่เว้นแม้แต่ "ซังข้าว" ผูกแทน

แหงนแลท้องฟ้า "รอว่าว" อื่นชม

"ยามเย็นลมโชยมา ชักว่าวขึ้นฟ้าล่องลอยเล่นลม ยามเย็นลมโชยมา ชักว่าวขึ้นฟ้าล่องลอยเล่นลม เผ่นผายผาดโผน ล่องฟ้าเล่นลม สุขสมดังใจ กำเชือกแน่นไว้ โยกส่ายดึงสายให้ลอยลมบน ..."

บางครั้งบางคราเชือกขาดผึง ว่าวลอยเคว้งตามลมลอย ไกลออกไป ไล่ไคว่คว้าจับเชือกโยง

ท้องทุ่งดินแดนแห่งเสรี ดินแดนแห่งจินตนาการ

จินตยาการที่ยังหลงเหลืออยู่ในห้วงแห่งความทรงจำของรัก ของหวงชิ้นแรกที่ได้มาจากการใช้เงินที่เก็บเล็กผสมน้อยเพียงพอที่ที่จะถอย "เสือหมอบ" มือสองจากนักศึกษาที่จบการศึกษาและไม่ต้องการนำ "จักรยาน" กลับบ้าน

ผมจำไม่ได้ว่าต้องแลกด้วยเงินในกระปุกออมสินเท่าไหร่จึงจะได้ "เสือหมอบ" มาครอบครอง

ถนนลูกรังหน้าบ้านที่ผ่านกาลเวลาปรับเปลี่ยนแปลงไป ก่อนที่เสือจะมาหมอบอยู่ที่บ้าน

รวดเร็วเท่าที่ใจคิด ไล่จับคว้าความฝันบนถนนแห่งชีวิต

หอบหิ้ว

ผมหอบหิ้วเจ้า "เสือหมอบ" คันสีแดงมาวิ่งวนบนถนนสายปัญญาชนยามเมื่อครั้งมาหาความหมาย

"ดอกหางนกยูงสีแดงฉาน บานอยู่เต็มฟากสวรรค์
คนเดินผ่านไปมากัน เขาด้นดั้นหาสิ่งใด
ปัญญามีขายที่นี่หรือ จะแย่งซื้อได้ที่ไหน
อย่างที่โก้หรูหราราคาเท่าใด จะให้พ่อขายนามาแลกเอา

ฉันมาฉันเห็นฉันแพ้ ยินแต่เสียงด่าว่าโง่เง่า
เพลงที่นี่ไม่หวานเหมือนบ้านเรา ใครไม่เข้าถึงพอเขาเยาะเย้ย
นี่จะให้อะไรกันบ้างไหม มหาวิทยาลัยใหญ่โตเหวย
แม้นท่านมิอาจให้อะไรเลย วานนิ่งเฉยอย่าบ่นอย่าโวยวาย

ฉันเยาว์ฉันเขลาฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย
.........."

ธุลีสู่ธุลี ดินสู่ดิน

"เสือหมอบ" ราบคาบ แน่นิ่งไปตราบชั่วนิรันด์ ดินคืนสู่ดิน ธุลีกลับสู่ธุลี ผมทิ้งให้เสือนอนหมอบอยู่กลางท้องทุ่ง ในขณะที่ผมกำลังเดินทางสู่เมือง

เมืองที่ไม่เคยหลับ

ไม่มีของรักของหวง ที่เคยห่วงหวงแต่ก่อนกาลนอกเหนือจากร่องรอยในความทรงจำ

เราเอง

 

หมวดหมู่บันทึก: มุมละไม ของใครบางคน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 พฤษภาคม 2555 02:03 แก้ไข: 05 พฤษภาคม 2555 02:03 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 DaDa, Ico24 ServiceMan, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อ่านบันทึกนี้แล้ว เหมือนได้ย้อนกลับสู่วัยเด็กยังไงยังงั้นเลย....

ระลึกถึงของรักในอดีตกาล...

จำลูกหวือ ได้ไหม เคยทำเล่นกันหรือเปล่า ต้องทำจากลูกยางพารา แกะเอ้าใส้ออกใส่ใบพัด ดูแล้วคล้ายเฮลิคอปเตอร์มาก พ่อเคยทำให้เล่นอันนึงชอบมาก หลังจากนั้นก็ทำเล่นเองเป็น

  • มีหลายอย่างที่เป็นของรัก ของหวง แต่สูญสลายไปตามกาลที่ล่วง
  • เป็นธรรมชาติของสรรพสิ่ง
  • ยึดถือไว้คือทุกข์
  • แต่ส่วนมากยังถือทุกข์ไว้
  • เล่าเรื่องหนหลังน่ะ DaDa
  • ServiceMan อันนี้ก็เคยทำเล่นเหมือนกัน ต้องเจาะบน-ล่าง (หัว-ท้าย) และด้านข้างอีกรู เอาไม้ไผ่ มาทำเป็นใบพัดกับก้านใบพัด แบบเดียวกับ คอปเตอร์ไม้ไผ่ของโดราเอมอนเลย
  • เอาเชื่อผูกร้อยกับแกนไม้ไผ่ หมุนแกนไม้ไผ่เพื่อให้เชือกพันรอบๆ
  • ดึงเชือกคราวนี้ใบพัดก็หมุนติ้วๆ พร้อมๆ หับแกนไม้ไผ่หมุนม้วนเชือกไปอีกทาง
  • ครบรอบก็ดึงเชือกอีกครั้ง
  • มีอีกอย่างที่ทำของเล่นจากเปลือกลูกยาง เอาเปลือกลูกยางแข็งๆ ที่เป็นเปลือกหุ้ม ซึ่งมี 2 ชิ้นประกบกันอยู่
  • แกะเปลือกหุ้มด้านนอกออกเหลือแต่เนื้อ (ไม้) แข็งๆ จับมาประกบไขว้กัน ให้ส่วนที่เป็นปลายแหลมอยู่ด้านบนอันนึง ด้านล่างอันนึง ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับ (หนีบ) ส่วนแหลมๆ ไว้ แล้วก็เป่าลม
  • หมุนติ้วๆ ไม่แพ้ รูปในแชร์ครับ

เราเอง

เหนื่อยเหมือนกันกว่าจะได้ ใบพัดคอปเตอร์ สักอัน ต้องเอาใส้ในของลูกยางออก

แล้วต้องเจาะรูหัวท้ายและตรงกลางพลาดนิดเดียวลูกยางแตก

แต่ผมว่าโรไม้ ม้วนด้ายเย็บผ้านำมา บ้ากล้อ เอาสายยางสอดในแล้วหาลิ้นยาง

มาทำเป็นใบไถ "หมุนเกลียวยางให้แน่นแล้ววางลงที่พื้นทราย"

อ่านแล้วลอยล่อง สู่อดีต สายลม ทุ่งหญ้า ป่ารกชัน

 

"ใจสั่งมา"

ดีนะนี่ที่อ่านแล้ว "ขน" ไม่ลุกชัน

อิอิอิ

เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.80.4.76
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ