นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

Page Visits: 1743
comment: 2

ก้าวย่าง ทางเดิน ลืมเลือนคืนวัน ดั้นด้นไป: ฤดูกาล ๒ - ๑๖ - มันมากับน้ำ

บอกได้คำเดียวว่าเสียว และสยอง

ท้องฟ้าที่ครึ้มฝนทำให้บางคนหู่หดหม่นหมอง แต่อากาศที่สดใสก็ใช่ว่าจะทำให้บางคนลดหม่นหมองลงไปได้ เรื่องราวมากหลายแปรเปลี่ยนวุ่นวายสับสน หลากแท้ใจคนวุ่นวนยึดถือ ยากยิ่งปล่อยมือยึดถือใจครอบครอง

ยามเย็นย่ำก่อนค่ำวันนี้ ท้องฟ้าดูหม่นมัว เรียงรายด้วยเมฆฝนย้อมฟ้าสีฟ้าให้ดูหม่นเทาทึม ฝนจะตกอีกไหมหนอ ตกแน่ๆอยู่แล้ว เพียงแต่จะตกหนัก ตกนาน หรือตกเบาๆ ไม่นานเท่านั้นเอง

ย่างเข้าฤดูน้ำหลากของภาคใต้อีกแล้ว อีกไม่นานน้ำก็จะเต็มคลอง เจิ่งนองท้องทุ่ง เวียนย่ำถึงหลายคนหวังมุ่ง น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งไม่โหรงเหรง พร้อมกันบรรเลงเพลงลอยกระทง

กระทงที่ไม่หลงทาง

ลอยกระทงในอ่าง กระทงวนเวียน

วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิงสนุกกันจริงวันลอยกระทง ลอย ลอย ลอยกระทง ...

ในอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันลอยกรทงที่มีคติว่าเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคาที่ได้กระทำล่วงเกินมาในหนึ่งขวบปี ลอยทุกข์โศกโรคภัยไปพร้อมสายน้ำ

ปีนี้เราจะได้ลอยกระทงในวันลอยกระทงกันอีกหรือเปล่า

ปีที่แล้วเราไม่ได้ลอยกรทงในสระน้ำด้านหน้าตึกฟักทองเนื่องด้วยวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ และต่อไปอีก ๓-๔ วันเป็น "ฤดูน้ำท่วม" ของพื้นที่หาดใหญ่และรอบๆ

เราจึง "งด" เว้นประเพณีลอยกระทงไป เนื่องเพราะไม่ต้องการแสดงความรื่นเริงในขณะที่หลายคนกำลังเศร้าเสียใจกับภัยพิบัติที่เพิ่งผ่านพ้นไป

เราได้ให้ความหมายของ ความเชื่อ ประเพณี ความรื่นเริง ความเศร้าโศก การเยียวยา อย่างไรบ้าง

นั่นคงอีกหลายวันกว่าจะถึงวันนั้น อย่างน้อยก็อีกราวๆ ๑ อาทิตย์ เราคงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าจะได้ลอยหรือไม่ได้ลอยกระทง

ความตื่นตัวของผู้คนยามนี้ในเรื่อง "น้ำท่วม" เป็นเรื่องต้นๆ ของหัวข้อสนทนาในกลุ่มย่อยๆ มาถึงตอนนี้เราคงต้องเลิกถามกันแล้วว่า "น้ำจะท่วมไหม" เพราะอะไรหรือครับ เพราะเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ

คนที่จะเป็นคนตอบคำถามได้ดีที่สุดก็คือตัวเอง ไม่ใช่ตอบคำถามว่า "น้ำจะท่วมมั๊ย" แต่ตอบว่า ตัวเองเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

สิ่งที่ตอบคำถามได้ดีอีกอย่างหนึ่งก็คือการติดตามข้อมูลข่าวารจากหลายๆ แหล่งแล้วนำมาพิจารณาด้วยสติด้วยปัญญา สิ่งไหนเป็นข้อเท็จจริง สิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นเหตุเป็นผลกันหรือไม่ ข่าวลือ ข่าวกุ ข่าวปล่อยหรือเปล่า

วันนี้ (ศุกร์ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๔) เป็นอีกวันที่ฝนเทลงมาตอนช่วงเช้าเวลาเริ่มงานพอดิบพอดีและตกลงมาค่อนข้างแรงเสียด้วย ก่อนที่จะซาลงไปในเวลาไม่นานนัก

ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตัวกันเรื่องน้ำจะท่วมไม่ท่วม (หาดใหญ่) สิ่งที่น่าเป็นกังวลอีกเรื่องหากเกิดภาวะน้ำท่วมขึ้นจริงๆ หรือไม่ท่วมแต่เกิดภาวะฝนตกหนัก ตกต่อเนื่องไปอีกหลายวัน

เช้าวันศุกร์สุดท้ายของเดือนตุลาคมปี ๒๕๕๔ ผมพาเด็กๆ ไปดูงานกำจัดขยะติดเชื้อของเทศบาลฯ อีกรอบเป็นรอบสุดท้ายของปีการศึกษานี้เช่นกัน และคาดว่าคงจะเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้ไปดูงานกำจัดขยะติดเชื้อของเทศบาลฯด้วยเช่นกัน

ทำไมหรือครับ

สุดท้ายของปีการศึกษาเนื่องเพราะการจัดการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ที่จัดการเรียนการสอนเป็นแบบ "กอง" หรือ "block" หรือ "เรียนครั้งละรายวิชา" ในแต่ละ "กอง" จะมีคณะกรรมการประจำ "กอง" แต่ละ "กอง" ในการดูแลหรือจัดการเรียนการสอน ซึ่งคณะกรรมการจะมาจากหลายภาควิชา

แต่เอาเข้าจริงแล้วก็จะมีแค่ ๑ ภาควิชาที่เป็นผู้จัดการเรียนการสอนจริง ส่วนใหญ่จะเป็นภาควิชาของประธาน "กอง" หรือภาควิชาหลักของรายวิชานั้นๆ เช่น ER ก็ต้องเป็นภาควิชา ER เป็นเจ้าภาพใหญ่ ศัลย์ ก็ต้องเป็นภาควิชาศัลย์เป็นเจ้าภาพใหญ่ med ก็ต้องเป็นภาควิชาอายุรศาสตร์เป็นเจ้าภาพ ...

นักศึกษาในชั้นปีก็จะถูกแบ่งเป็น "กอง" หรือ "กลุ่ม" ประมาณ กลุ่มละ ๒๐ - ๒๕ คน (ตามจำนวนนักศึกษาแต่ละรุ่นแต่ละชั้นปี/ "กอง") ถูกจัดไปเรียนตามกองต่างๆ หมุนเวียนกันไป แต่ละกลุ่มก็จะเรียน ๑ รายวิชา ใช้เวลา"กอง" หนึ่งไม่เกิน ๒ เดือน

การจัดการเรียนการสอนแบบนี้ ข้อดีก็คือการดูแลนักศึกษาทำได้ทั่วถึงมากขึ้น เพราะแต่ละกองจะมีจำนวนนักศึกษาไม่มากนักคือแค่ประมาณ ๒๐ คน (นิดๆ) ข้อเสียก็คือภาควิชาต้องจัดการเรียนการสอนสำหรับแต่ละกองปีหนึ่ง ประมาณ ๖ ครั้ง

สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ ๔ ที่จะหมุนมาที่ภาควิชาขณะนี้เป็นกองสุดท้ายของปีการศึกษานี้แล้ว

ส่วนรุ่นสุดท้ายไม่ได้หมายความว่าทางเทศบาลฯเขาจะเอือมระอาว่า ปีๆ หนึ่งต้องจัดเตรียมการดูงานสำหรับนักศึกษา ๖ ครั้งหรืออะไรแต่เป็นเพราะ "ไม่มีอะไร" จะให้ดูแล้ว

เตาเผามูลฝอยติดเชื้อเริ่ม "ตาย" แล้ว

ที่ตายเนื่องจากหมดอายุการใช้งานของเตาเผานั่นเองครับ ส่วนหลังจากนี้จะดำเนินการจัดการกับมูลฝอยติดเชื้ออย่างไรก็คงมีแผนดำเนินการอยู่ แต่ที่แน่ๆ จะมีลูกค้ารายใหญ่ของทางเทศบาล ๒ รายที่จะหายไปนั่นก็คือ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์

ปีหน้าโรงพยาบาลหาดใหญ่จะหายไปก่อนเป็นเจ้าแรก ส่วนโรงพยาบาลสงขลานครินทร์จะหายไปภายใน ๒ ปี เนื่องจากลูกค้าแต่ละแห่งได้ดำเนินการจัดการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อเอง

วันศุกร์ผมพานักศึกษาไปดูงานกำจัดมูลฝอยติดเชื้อที่โรงงาน (เขาเรียกแบบนั้นครับ) พบว่าทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโรงงานมาดักเอาไว้ก่อนจะถึงโรงงานเล็กน้อย ที่มาดักเอาไว้ก็เพื่อไม่ให้ "เรา" เข้าไปในโรงงาน

สาเหตุที่ไม่อยากให้เราเข้าไปก็เนื่องจาก "ขยะติดเชื้อ" นั่นเอง

ทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลแจ้งว่าเตาเฝาเสียอยู่และกำลังซ่อม

ผมสังเกตดูเสื้อผ้าของเจ้าหน้าที่คนนั้นดูก็พบว่ามีคราบเขม่าติดอยู่ไม่น้อย

เตาเผาเสียมาเป็นอาทิตย์ที่ ๒ แล้วครับ และกำลังดำเนินการซ่อมอยู่ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าหัวเผาและพัดลมเสีย

การซ่อมเตาเผาเมื่อเตาเผาเสียต้องปิดเตาเผาและทิ้งให้เตาเผาเย็นลงก่อน จึงเข้าไปซ่อมภายในเตาเผาได้

อุณหภูมิขณะเผาอยู่ที่ประมาณ ๑ พันองศาเซลเซียส กว่าจะเย็นลงก็จะใช้เวลาประมาณ ๓ วันเป็นอย่างน้อย นั่นคือถ้าเตาเสีย อาทิตย์แรกคือการทิ้งเตาเผาให้เย็นตัวลง อาทิตย์ที่ ๒ จึงจะทำการซ่อมแซมได้ ระยะเวลาการซ่อมแซมขึ้นอยู่กับส่วนที่เสีย/ ชำรุด รวมถึงอะไหล่ว่ามีสำรองอยู่หรือไม่ หรือต้องสั่งซื้อ

ซ่อมเสร็จก็ต้องอุ่นเตาหรือการค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิห้องเผาให้คงที่ที่ระดับหนึ่ง เพราะเวลาเผาจริง ต้องเผาที่อุณหภูมิ ๑ พันองศาเซลเซียส (โดยประมาณ) และตอนที่เทขยะลงไปอุณหภูมิต้องอยู่ที่อุณหภูมิที่กำหนด (แต่หลังจากเทขยะลงไปอุณหภูมิเตาเผาจะลดลง ซึ่งช่วงนี้คือช่วงที่เกิด "ควันดำ" ดังนั้นต้องให้ช่วงเวลานี้สั้นที่สุด)

รวมเวลาแล้วการซ่อมแต่ละครั้งก็อาจจะใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน

ขยะเกิดทุกวัน โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ทั้ง ๒ ราย มีขยะประมาณวันละ ๒๐๐ - ๓๐๐ กิโลกรัม (คิดเป็นค่ากำจัดขยะเท่าไหร่ให้เอา ๒๘ คูณเข้าไปครับ)

และเช่นกันในวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังจากฟังเหตุผลที่ "ไม่ให้เราเข้า" ไปแล้วเราก็ได้แต่กลับรถย้อนออกมา จากการสังเกตไกลๆ ด้วยสายตาพบว่า เป็นแบบนั้นจริง

นั่นคือมูลฝอยติดเชื้อไม่มีที่อยู่แล้ว ห้องเก็บมูลฝอย (ที่ควบคุมอุณหภูมิได้) พื้นที่ว่างในตัวโรงงานเต็มหมดแล้ว ไม่พอแค่นั้นมูลฝอยติดเชื้อยังพากันเบียดเสียดอยู่ภายนอกตัวอาคาร

ในที่โล่งแจ้ง

๒ อาทิตย์ท่านผู้อ่านที่รักคิดว่ากลิ่นจะแรงแค่ไหน จะเน่าแค่ไหน

ท่านผู้อ่านที่รักลองนึกภาพดูนะครับว่ามูลฝอยติดเชื้อเหล่านี้มีทั้ง ผ้าก็อส สำลีเปื้อนสารคัดหลั่งคนไข้ (เลือด น้ำหนอง ฯ) ชิ้นเนื้อต่างๆ รวมกันอยู่ในถังขยะติดเชื้อ

อากาศร้อนก็เร่งการเจริญเติบโตของจุลชีพต่างๆ โตไว ย่อยสลายเร็ว

ฝนตกก็ชะล้างนำพาทุกอย่างไปกับน้ำได้ง่าย

ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออกก็ "เสีย" เหมือนกัน

แดดออกอาจจะพ่นสารเคมีฆ่าเชื้อ ระงับกลิ่นได้บ้าง แต่ฝนตกนี่ซิ การแพร่กระจายเชื้อโรคมันทำได้ง่าย เพราะมันไปกับน้ำ หากวางในที่โล่งแจ้ง

มันกำลังมา

เราเอง


หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 02 พฤศจิกายน 2554 00:19 แก้ไข: 02 พฤศจิกายน 2554 00:19 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา และ Ico24 ใยมะพร้าวน้องใยไหม.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

หากฝนตกลงมาบวกกับน้ำท่วมวันลอยกระทงพอดี  ขยะเปียกและติดเชื้อ คงลอยไปกับน้ำได้แบบชิวๆ เรื่อยๆ สร้างความตื่นตาและแปลกใจให้แก่ผู้มาเที่ยวงานลอยกระทงทีเดียว

 

ไม่อยากจะนึกภาพเลย หากมันเกิดขึ้นจริงๆ บรื้ยยยยย

 

"จาสั่งใม"

เม้นท์ไปแล้วครั้งหนีึ่ง แต่เน็ตล่มมั๊ง

ภัยที่น่ากลัวคือภัยจากมมนุษย์ที่ไม่ได้ตระหนักในความเป็นจริงว่าภัยที่แท้จริงคืออะไร

วิถีไทย.รอให้เกิดภัยก่อนแล้วจึงแก้และคงเกิดเป็นประเทศไทยใหม่ขึ้นมา

ภัยในม.อ.ที่ใกล้ตัวคือการไม่บูรณาการของหน่วยงานต่างๆ

ปัญหาการจลาจลของการจราจรที่จอดรถ

ปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำสะอาดใช้(ไม่ใช้น้องน้ำที่อาจจะมาเยือนนะครับ)

ซึ่งจะนำไปสู่สังคมแบบโดดเดี่ยวตัวกูสำคัญที่สุดต่อไป

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 3.238.184.78
Message:  
Load Editor
   
Cancel or