นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Our Shangri-La
Ico64
Kittisakdi Choomalee

ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
Network
Members · Following: 0 · Followed: 16

อ่าน: 1375
ความเห็น: 1

ก้าวย่าง ทางเดิน ปี ๓ หมายเลข ๒๔: Live by your Heart

Stand and fight, Live by your heart, Always one more try, I'm not afraid to die

ผมเขียนบันทึกนี้เมื่อหลายวันล่วงมาแล้ว ทว่ายังหาลานจอดไม่ได้ ถ้าทิ้งร้างไว้คงไม่ได้จอดจริงๆ

ตั้งแต่วันนั้นวันที่ดวงดอกไม้บานสะพรั่ง จนกระทั่งดวงดอกไม้ร่วงเฉากลีบโรยเกลื่อนกล่น กระจายทั่วพื้น

จวบกระทั่งดวงดอกไม้เบ่งบานอีกคราครั้ง แม้ไม่ดื่นดกด้วยดวงดอกงามเช่นเดิม ทว่าดอกดวงแย้มยิ้มบานเช่นเดิม

เหลืองอินเดีย ผลิดวงดอกเบ่งกลีบดอกบานสะพรั่งอีกคราครั้งในวันร้อนเดือนแล้งแห่งเมษายน

สองขายังก้าวพาย่ำออกเดินตามทงสายเก่าสายเดิม จุดหมายปลายทางยังคงเป็นที่เดิม

ทว่า

เรียงรายรอบล้วนเปลี่ยนแปลง ขยับเลื่อนเคลื่อนไหว ตามวงรอบ

อดีตกาล ร่องรอย ปรากฏประทับแผ่นฟ้า ซึมแทรกผืนแผ่นดิน ระอุกลิ่นในสายลมไหว

..........

เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำถูกดึงขึ้นมาคลุมศีรษะเพื่อปิดกั้นความร้อนจากดวง อาทิตย์ที่กำลังสาดแสงแรงร้อนในยามเที่ยงวันของหน้าร้อนในอีกวัน

หน้าร้อนแม้ทุกสิ่งจะดูแห้งแล้ง เหี่ยวหดหู่ ใบไม้ปลิดทิ้งใบร่วง ทว่าหน้าร้อนยังก่อเกิดสิ่งสวยงามได้เช่นกัน

เหลืองอินเดียวตรงงมุม ทางแยกหน้าธนาคารกำลังออกดอกเต็มต้น ดอกดวงสีเหลืองสวยงามร้อยเกี่ยวยอดหญ้าขจีสลับเลื่อมดั่งผ้าลายดอก เหลือง-เขียว

เหลืองอินเดียใกล้ๆวงเวียนทางออกประตูใหญ่อีกต้นกำลัง เบ่งดอกบานเหลืองเต็มต้นเช่นเดียวกัน ขณะที่เหลืองอินเดียที่เหลือต่าง ออกดอกแซมต้นบ้างประปราย

ถึงเวลาวนรอบอีก ครา

พยอมต้นเขื่องใกล้ๆ กันออกดอกเต็มต้น ส่งกลิ่นหอมยวนใจ แม้อยู่ไกลจากต้นในระยะพอสมควร

พยอมส่งกลิ่นหอม กระจายไกล

*หวั่นดอก พยอม เคยหอมกลางทุ่ง  ทิ้งนาเข้ากรุง ลืมกลิ่นควันฟางผิงไฟ  คนเขาเจอมา เขาว่าพยอมหอมไกล  เจอน้องในห้องใส ๆ เขาลือไปมีเบอร์เสียด้วย

*พรศักดิ์ ส่องแสง: พยอมลืมนา

แม่ดอกพยอมเจ้าช่างหอมติดตรึงรัดรึงใจ ไม่สร่างซา ไม่เลือนลางจางซา แม้คืนวันเวลาจะเปลี่ยนผ่านไป

เจ้ายังโชยดอกกลิ่น กลุ่นจรุงย่วยวนเย็นชื่นจับจิตใจ พยอมเจ้าสลัดทิ้งต้นลืมนาหนีไกล จากไกลทิ้งกลีบหล่นร่วงพราวพรู

ผืนดินแห้งแล้งร้อนมิอ่อนหอมกลิ่นเจ้า กระจาย พยอมต้นเจ้าเดียวดาย ไร้พยอมคนเจ้าจากจร ทิ้งร้างต้นเดี่ยวพี่คอยเจ้าดังเดมเดียวแดแท้จริง

กลุ่นกลิ่นเจ้า พยอมอบกลิ่นกรุ่นหอม กลิ่นเย้ายวน ยิ่งยามเยียบเย็นมาเยือน อบอวลราตรี คลี่ขจายขจรไกล ลึกลับหอมล้วนหอบพา โชยลมราตรีกาล

พิกุลเจ้าส่งกลิ่น ประชันแข่งพยอมยามใกล้พุ่มทรงกลุ่มพิกุลเรียงราย

ชีวิตผ่านร้อน หนาว ชุ่มโชกเปียกปอนน้ำเย็น ผลัดเปลี่ยนเวียนหมุนตามกาลฤดูทบเวียนครั้งแล้วครั้งเล่า

ชีวิตยัง หยัดยืนฝ่าด้นดั้นเดินบนเส้นทางมิหวาดหวั่นไหว

แจ๊คเก็ตดำที่เคยเย็น เยียบกลับอุอุ่นระอุร้อนด้วยแรงแห่งแสงอาทิตย์กล้า

อบอุอุ่นร้อนทุก ขณะย่างเดินภายใต้ตะวันบนเวิ้งฟ้าดวงเดียว

อินทนิลโดดเดี่ยวต้นเดิม ตรงลานจอดรถหน้าอาคาร cafet(eria) โดดเดี่ยวยืนต้นมานับหลายปี แต่มิลืมเลือนที่จะทิ้งใบ ผลิดอกม่วง อร่ามเต็มต้น ในยามร้อนแล้งช่วงหนึ่งของปี

กลีบดอกบาง แม้ดูซีดจางหม่นสีลงบ้าง แต่ยังดูขลัง บ่งบอกความเข้มแข็งทายท้าแดดลม หยัดยืนต่อสู้

แม้ต้นจะ ร่วงโรยตามกาลเวลา ร่วงโรยด้วยการเปลี่ยนแปลงแห่งบริบทรอบข้าง ความชุ่มชื้นจากลาไกล ความร้อนแล้งเยือนมาพำนักแทนที่ คอนกรีตกลับกลบผืนแผ่นดิน รากมิเคยได้สูดหายใจ กลิ่นหอมของลมหนาว กลิ่นเย้ายวนของลมแล้ง กลิ่นเยือกเย็นอ่อนโยนของสายฝน

อีกเลย

ต้นไม้รับรู้ว่าถึงเวลาที่รอ คอย แม้เพียงครั้งในวงรอบปีที่จะออกดอกบานเบ่งประชันสี

ยามหน้าแล้ง ของวงรอบปัจจุบัน อินทนิลเจ้าเบ่งกลีบบานเพียงน้อยนิดห่างไกลจากเก่าก่อนที่เคยเบ่งกลีบดอกบาน สะพรั่ง สดสวยใสเลื่อมระยับม่วงพราวในไอแดด ท้าสายลมร้อน

ทรนง

**กอบเอาหัวใจของเธอที่ฝากไว้
หลายปีที่ห่างไกล แสนหน่วง
กลีบ เจ้าร่วงโรย แล้งลมที่พัดโชย
เสียงเพลงที่บีบโบย เฉาร่วง
โอ้เจ้า ดอกไม้ เคยบาน

**ฅารา วาน: แด่เจ้าดอกไม้

ความหวั่นไหวที่เข้ามาในวันที่อ่อนไหว
ไกวสาย ใจไหวเอนลู่ตามสายลมหวิว
ร้อนรุ่มกลุ้มคิดหวาดหวั่นสั่นไหว มิอาจแม้จะต้านทานรับไหว
เลาะเลียบรินหลั่งไหลร่วงพื้นโลมดิน

อ่อนไหวหรืออ่อนแอ

บนทางเดินของชีวิต ผ่านร้อน ผ่านหนาว กี่ครั้งกี่หน  เช่นเดียวกับต้นไม้ใหญ่ ผ่านร้อน ผ่านหนาวมากี่ฤดูกาล ร้อยพันเรื่องราวผ่านเข้ามา ผ่านเลยไป วันแล้ววันเล่า

บางเวลาบางเรื่องราว ผ่านมาใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่จะผ่านเลยไป

บางเวลา บางเรื่องราวผ่านเข้ามาแล้วผ่ายเลยไปในไม่นาน

บางเวลาบางเรื่องราว ทิ้งร่องรอยเอาไว้ก่อนจากไป

ไม่ว่าจะเรื่อราว ร่องรอย ทุกสิ่งอย่างย่อมผ่านผันเมื่อถึงเวลาอันควร

แม้จะเหน็บหนาว แม้จะปวดร้าว แม้จะโดดเดี่ยวแดดวงเพียงใด หนทางเดินมิเคยสิ้นทางสำหรับคนทายท้า สำหรับผู้เข้มแข็ง

เข้าใจ เรื่องราวผ่านวันเวลา

เวลาไม่ช่วยอะไร ตัวเราต่างหากที่เป็นผู้เยียวยา เป็นผู้รักษาบาดเจ็บ ความเหน็บหนาวโดดเดี่ยว อาศัยพลังอบอุ่นรอบข้างทาง พลังอบอุ่นมิเคยเหือดหายในระหว่างทางเดิน

ขอ เพียงดื่มกิน

การเยียวยาให้บรรเทา ทุเลาคลาย ลบเลือนรอยมิอาจถึงฝั่งหวังเพียงชั่วกระพริบวาบ หากต้องสร้างสมดุล ใช้การเยียวยาทีละน้อย ทีละน้อย เวลาเนิ่นนาน

***เวลาจะช่วยอะไรหากใจมัน ยังฝังจำ
ยังเตือนยังย้ำทุกคำที่ร่ำลา
ยังคงมองเห็นภาพเธอจากไปจน ลับตา
เวลาไม่เคยลบความทรงจำ

***คริสติน่า: เวลาไม่ช่วยอะไร

ผ่านร้อน ผ่านหนาว ด้วยหัวใจที่แข็งแกร่ง ด้วยจิตใจที่อ่อนโยน กลืนกินรสหวาน-ขม จืด-ชืด เผ็ดร้อน มัน-เค็ม

กลืนเก็บเป็นปุ๋ย เป็นน้ำ รดราดโชกชุ่ม หล่อเลี้ยงต้น เติบโต

รอเวลาเบ่งบานอีกครา ในกาลเวลา

ไม่ช้านาน

เราเอง

ในความหวาน ซ่อนความเปรี้ยว
ในความอ่อนช้อย แฝงเร้นซ่อนความแข็งเกร่ง

Manowar ผมเขียนถึงวงนี้ และเพลงนี้ไว้ในบันทึกที่ยังไม่ได้เปิดเผย นับเวลาผ่านมานับแรมปี หากกลับไปทบทวนเรียบเรียง หาทางร่อนลงได้แล้ว จะนำมาเผยแพร่ต่อไปครรับ

ด้วยความชอบส่วนตัว Manowar เป็นวง Power Metal ที่ผมยกขึ้นหิ้งในลำดับต้นๆ ของวง Power Metal นอกเหนือจากเสียงโครมครามที่อึกทึกครึกโครมแล้ว ยังแฝงไว้ซึ่งความหวาน ละมุนละไม

Manowar ได้รับการบันทึกใน Guinness Book of World Records ถึง ๒ ครั้งว่าเป็นวงดนตรีที่เล่นได้ดังที่สุดในโลก ในปี ค.ศ. ๑๙๙๔ วัดความเข้มของเสียง (Intensity) ได้129.5 dB และในระหว่างการทดสอบก่อนการแสดง (Sound Check) ในปี ค.ศ. ๒๐๐๘ (Magic Circle Fest) วัด Sound Pressure Level (SPL) ได้ถึง 139 dB

มาตรฐาน ความเข้มเสียงตามที่กฎหมายอนุญาต คือ ถ้าเสียงมีความเข้ม 90 dB(A) ระยะเวลาที่สัมผัสเสียงอยู่ที่ไม่เกิน ๘ ชั่วโมงต่อวัน ถ้านานกว่านี้ก็จะทำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินหรือหูหนวกได้

ถ้าความ เข้มของเสียงสูงขึ้นระยะเวลาที่สัมผัสก็จะน้อยลง เช่นถ้าความเข้มของเสียงเป็น 100 dB(A) ระยะเวลาสัมผัสเสียงก็จะอยู่ที่ไม่เกิน  ๒ ชั่วโมง

ในปัจจุบันไม่มี การจัดกลุ่มของวงดนตรีที่เล่นได้ดังที่สุดในโลกแล้ว เนื่องจากอาจจะเป็นการชักนำให้เกิดการสูญเสียการได้ยินขึ้นได้

ด้านหลังของวงหรือนักดนตรีเหล่านี้ เราจะเห็นกำแพง ลำโพงตั้งอยู่ โดยเฉพาะยี่ห้อ Marshall และบางครั้งจะเห็นผู้เล่นกลองนั่งตีกลองอยู่บนกำแพงลำโพง

อย่าลืมเปิด เสียงให้ดัง ย้ำนะครับ เปิดเสียงให้ดังเท่าที่พอใจนะครับ ก่อนฟังเพลงนี้

Manowar: Heart of Stell

Build a fire,
a thousand miles away
to light my long way home

I ride a comet
My trail is long to stay

Silence is a heavy stone...

I fight the world and take all they can give
There are times my heart hangs low

Born to walk against the wind
Born to hear my name
No matter where I stand I'm alone

Stand and fight
Live by your heart
Always one more try
I'm not afraid to die

Stand and fight
say what you feel
Born with a heart of steel

Burn the bridge behind you
Leave no retreat
There's only one way home

Those who laugh and crowd the path
And cut each other's throats
Will fall like melting snow

They'll watch us rise with fire in our eyes
They'll bow their heads
Their hearts will hang low

Then we'll laugh and they will kneel
And know this heart of steel was
Too hard to break
Too hard to hold

Stand and fight
Live by your heart
Always one more try
I'm not afraid to die

Stand and fight
Say what you feel
born with a heart of steel

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 09 เมษายน 2553 02:09 แก้ไข: 09 เมษายน 2553 02:10 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

 ฉันไม่มีนาฬิกา

นับหนึ่งระยะกาลเวลาด้วยกลีบดอกไม้

ร่วงแล้ว...เบ่งบาน

สะพรั่งเต็มลานใจ

หนึ่งฤดูกาล ... นานเท่าใด

เพียงหนึ่งลมหายใจ  เจ้าดอกไม้

 

" แด่เจ้าดอกไม้ "

(^_________^)

 

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.191.31
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ