นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

คนข้างหลัง
Ico64
นางสาว ดวงพร วงษ์สวัสดิ์
ผู้อำนวยการกองวิชาการและการพัฒนานักศึกษา
ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 3 · ผู้ติดตาม: 3

อ่าน: 2373
ความเห็น: 2

Coachingแบบพี่แบบน้อง

รักเหมือนลูก รักเหมือนน้อง ดูแลและรักให้เหมือนลูก ดูแลเหมือนน้อง หากทำได้ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

Coaching  ดึง ดัน สั่ง ชี้ มอบหมายและปรึกษา การได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมนบ.ม.อ.2 เมื่อ ปี 2552 http://share.psu.ac.th/blog/duang-psu-leader2/12831 ทำให้ได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ในการบริหารมากมาย ทั้งศาสตร์ องค์ความรู้จากวิทยากรและเทคนิควิธีต่างๆ ในการบริหาร ที่ได้จากวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เหลือก็เพียงแต่การนำความรู้และเทคนิคเหล่านั้นไปใช้งาน ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัว ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่า การบริหารนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์  

          ระหว่างที่อบรมนบ.ม.อ.อยู่นั้น มีช่วงหนึ่งได้รับฟังคำบรรยายดีดีจากท่านอธิการบดี เมื่อ วันที่ 26 มิถุนายน  2552 เวลา 09.00 - 10.30 น. ในหัวข้อPSU FORESIGHT โดย ท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์               รองศาสตราจารย์ ดร. บุญสม ศิริบำรุงสุข http://share.psu.ac.th/blog/duang-psu-leader2/12969          ท่านได้ปรารภกับ นบ.ม.อ. 2 ด้วยความชื่นชมและกล่าวถึง การบริหารระบบสังคมของมนุษย์ ที่ประทับใจ สรุปได้ดังนี้

1.         บรรยากาศความเป็นกันเองของ นบ...2 ที่จะเชื่อมต่อการทำ social network   ระหว่างวิทยาเขต ก็จะเข้มแข็งขึ้น ซึ่งหากระบบนี้ หากเกิดขึ้นได้ ระบบของมหาวิทยาลัย Psu System  

2.            บริหารคน = บริหารความสุข ทำงานหนักแล้วมีความสุข อธิบายขยายความได้ว่า   เราใช้เวลาตั้งแต่ช่วงอายุ 20กว่ปี ถึง  60 ปี ดังนั้น เราต้องบริหารให้ที่ทำงานเราเป็น warm family ให้ได้ เป็นครอบครัวที่อบอุ่น  มิตรภาพ เอื้อเฟื้อ แบ่งปันซึ่งกันและกัน ทำได้ไม่ง่าย แต่ต้องสร้างขึ้นมา เปลี่ยนจุดอ่อนด้อยจนเป็นจุดแข็ง กลายเป็น Opportunity (โอกาส)ในการบริหารได้เราใช้เวลาส่วนหนึ่งของชีวิต ผ่านไปกับเพื่อนร่วมงานในองค์กร  เมื่อกลับบ้าน ก็จะใช้ชีวิตของครอบครัว  แต่พอวันรุ่งขึ้น ก็จะนึกถึงที่ทำงานอีก เพราะที่ทำงาน เป็นที่ ๆ เวลาทำงานก็จะมีความสุข งานก็ออกมาดี  แต่ถึงแม้เราจะมีเครื่องมือต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น KPI, กพร. กลไกในระบบประกันคุณภาพต่าง ๆ แต่ เครื่องมือเหล่านั้น ก็เป็นเพียงเครื่องมือในการควบคุม เป็นกฎขององค์กรเท่านั้นเอง แต่ไม่ได้หมายความว่างานจะสำเร็จ  แต่หากเรารู้สึกว่าเรามีความสุขในการทำงาน  นั่นต่างหากจะเป็นเป้าหมายให้เราทำงานให้สำเร็จ    และนี่คือเป้าหมายของผู้บังคับบัญชา

3.            ลูกน้อง   หัวหน้างาน ระดับ7 มีลูกน้องตั้งแต่ 4-20 คน  คนไทยโบราณให้คำได้ดีมาก ถ้าตรองดูแล้ว ก็พบว่าลูกน้องหมายถึง  รักเหมือนลูก รักเหมือนน้อง ดูแลและรักให้เหมือนลูก ดูแลเหมือนน้อง หากทำได้ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตื่นแล้วอยากมาทำงาน มีชีวิตร่วมกับเพื่อนร่วมงาน วันรุ่งขั้นก็นึกถึงที่ทำงาน ซึ่งเป็นที่ที่เราใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิต และเมื่อเราโตขึ้น  เรามีลูกน้องมากขึ้น  เราก็จะใช้บริบทนี้ ไปดูแลคนให้มากขึ้น  และเมื่อวันหนึ่งลูกน้องของเรา เติบโต  เขาเห็นเราทำแบบนี้  เมื่อถึงโอกาสที่เขาได้มีโอกาสเติบโต เขาก็จะดูแลลูกน้องเหมือนที่เราเคยดูแล  เรียนรู้แบบอย่างที่ดีในการบริหารของเรา และจะตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนในองค์กร สืบเนื่องต่อ ๆ กันไปหากเราได้มีโอกาสบริหาร  ต้องพยายามบริหารระบบสังคมของมนุษย์  การบริหารระบบสังคมของมนุษย์ การแข่งขันในองค์กร โดยใช้หลักความเสมอภาคสามารถใช้ได้ แต่ใช้หลักการเป็นลูกน้องนี้ดีกว่า เหมือนครูสอนลูกศิษย์          

         ดังนั้นการทำงานที่ผ่านมาจึงพยายามนำสิ่งที่ได้ไปใช้ในการทำงาน และพอสรุปจากประสบการณ์ในการเป็นลูกพี่ ลูกน้องได้ดังนี้

 1. การเป็นลูกพี่แบบเจ้ ดึง ป๋า ดัน       ลูกพี่แบบนี้มักมีความสามารถสูง กลัวความผิดพลาด มาตรฐานสูง เป็นพวกลัทธินิยมความสมบูรณ์แบบ แบบคนลักษณ์ 1 ดังนั้นลูกพี มักรได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมนบ.ม.อ./ดึงงานมาทำเองเนื่องจากทนไม่ไหวทนไม่ได้ ระยะการรอคอยมันสั้น  ม่ายได้ดั่งใจ ขัดใจจนต้องดึงมาทำเอง แบบนี้ก็เสียหายหลายอย่าง อย่างแรกลูกน้องไม่โต ไม่เก่ง แถมงานไม่ออก แต่เจ้านายเก่งขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นone man show  เข้าข่ายลูกพี่รังแกฉัน การเล่นบทบาทแบบเจ้ดัน ป๋าดันนั้น มีสองอย่างที่พึงระวัง คือเจ้ดันแบบไม่ลืมหูลืมตา ความสามารถไม่มีแต่ขอเจ้โชว์พาวว่าลูกน้องข้าเจ๋ง  ลูกน้องข้าเก่ง เจ้จะดันจนสุดแรงเกิด เพราะเจ้ชอบโชว์ .....แบบนี้น่าสสสสสสสงสารเจ้เพราะลูกน้องคนโปรด  ดันไม่ขึ้นซะงั้น.....เลยกลายเป็นดันแบบแถๆเอาสีขางเข้าถู ถลอกปอกเปิดกันไปซะงั้นทั้งเจ้ดันและลูกน้องคนถูกดัน  เลยกลายเป็นดันทุรังทั้งคู่  ไอ้ที่ถูกที่ควร ดัน ทำได้ดังนี้   ดึงทั้งทีเราต้องดึง แบบการดึงเป็นการดึงเอาข้อดีของเขาออกมา ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความสามารถในตัวเขาโดยผู้พี่จะเป็นคนคอยตั้งคำถาม กระตุ้นให้คิด และรับฟังเป็นส่วนใหญ่  โดยให้ผู้น้องหรือผู้ปฏิบัติงานต้องรับผิดชอบต่อผลของงานที่เกิดขึ้น         แต่ถ้าเราจะดันแล้วล่ะก็ต้องทั้งผลักและดัน  เทคนิคนี้ใช้สำหรับ ผู้น้อง ที่ เราเห็นว่า ไม่มีความรู้ ไม่มีความมั่นใจ ไม่สามารถทำงานให้ลุล่วงได้เอง หรือบางครั้งผู้พี่เองต้องการให้งานนั้น ๆ เสร็จสิ้นโดยเร็วเพื่อให้เกิดผลงานที่เราต้องการ จึงต้องทั้งผลักและดัน โดยการสั่ง/สอนให้ทำ ต้องใช้วิธีการให้คำตอบ หรือบอกวิธีการทำอย่างชัดเจน งานจึงจะได้ดั่งใจ 

2. สำหรับ บรรดาลูกน้องประเภทที่  ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่มีความตั้งใจอยากทำงานนั้น  ควรใช้วิธีชี้นำ (Directing) ในการทำงาน ซึ่งเป็นการบอกเป้าหมาย หลักเกณฑ์ สอนเป็นขั้นตอน ต้องมีการควบคุม กำกับติดตาม อย่างใกล้ชิด  เทคนิคนี้ เหมาะสำหรับคน ไม่รู้ แต่มีความตั้งใจสู๊งสูง อยากทำๆ และเหมาะสำหรับการมอบหมายงานที่เร่งด่วน  งานที่มีความเสี่ยงสูง 

3.    หัวหน้าทั้งหลายมักจะชอบ บรรดาผู้น้องที่ มีความเชี่ยวชาญในงานสูงแบบว่าปล่อยวางได้ และคนเหล่านี้มักจะมีความตั้งใจที่จะทำ ผู้พี่ทั้งหลายต้องใช้วิธีการส่งเสริม สนับสนุนให้ทำ วิธีการส่งเสริม (Supporting) เป็นการบอกเป้าหมาย หรือซักถามรับฟังข้อคิดเห็น  ให้ข้อเสนอแนะ  ดูแลให้กำลังใจ อยู่ห่างๆอย่างห่วง อำนวยความสะดวก ช่วยให้เขาแก้ปัญหาของเขาเอง

4.    ประเภทที่หัวหน้าไม่ชอบใจเอามั๊กมาก แบบว่าไม่ร่ายหลั่งใจ คือบรรดากรมเจ้าท่าทั้งหลายแบบว่า มีความสามารถสูง เชี่ยวชาญในงานนั้น ๆ แต่กลับชอบรอดูท่าที ตั้งท่า ไม่อาสาทำ เจอแบบนี้ ต้องคอยจังหวะสักนิด แล้วค่อยมอบหมายงาน   เป็นการบอกเป้าหมายมอบความรับผิดชอบแบบท้าทายไม่เคยทำมาก่อน  ฝึกการตัดสินใจแก้ปัญหา ผู้พี่คอยรับฟังและช่วยเหลือตามที่ผู้น้องร้องขอ   

             ที่ว่ามาทั้งหมดไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีแต่ทั้งหมดนั้นเป็นความรักและความปราถนาดีที่พยายามทำให้บรรยากาศการทำงานเป็นแบบพี่แบบน้อง

ปุจฉา: สุข-ขาอยู่หนใด  

วิสัชณา: สุขจ๋าที่ทำงานมีพี่มีน้องและพองเพื่อน

Sections: บริหารทรัพยากรมนุษย์
License: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
created: 27 March 2011 12:53 Modified: 27 March 2011 13:03 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
ควาญช้าง [IP: 49.228.105.44]
28 March 2011 10:28
#64533

ปัญหาเรื่องบุคลากร เป็นเรื่องใหญ่บ้าง เล็กบ้าง แล้วแต่องค์การ ซึ่งเชื่อว่าทุกองค์กร จะมีปัญหาเหล่านี้เป็นหนามยอกใจ และเชื่อเหลือเกินว่า หัวหน้าทุก ๆ คน คงไม่อยากเจอกับสิ่งเหล่านี้ ในทางปฎิบัติบางครั้งก็ยากที่จะหาทางออก แต่ก็ดีค่ะที่มีบทความดี ๆ แบบนี้มาเป็นแนวทางปฎิบัติ

ขอบคุณควาญช้างมากคะ อย่างน้อยก็เป็นบันทึกที่มีประโยชน์ไม่มากก็น้อยคะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.230.119.106
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ