นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
Page Visits: 967
comment: 0

เคล็ดลับการบริหารคน: แค่ฟังให้เป็น ก็ได้ใจคนอื่นแล้ว

 

listen

เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมคนที่มีแต่คนชื่นชอบและมีแต่คนอยากคุยด้วยนั้น มักจะเป็นคนที่ฟังมากกว่าพูด มีกูรูทางด้านบริหารคนมากมายที่สรุปออกมาเหมือนกันว่า ถ้าอยากจะได้ใจคนอื่น แปลว่าเราก็ต้องเข้าใจคนอื่น และการที่จะเข้าใจคนอื่นได้ก็ต้องมาจากการฟัง ไม่ใช่มาจากการพูด 

กูรู และนักจิตวิทยาไม่ว่าจะเป็น Dale Carnegie, Bob Proctor, John C. Maxwell และ Stephen R. Covey ต่างก็พูดเหมือนกันหมดว่า ถ้าเราอยากจะได้ใจคนอื่น สิ่งที่เราจะต้องทำอย่างแรกเลยก็คือ ฝึกฟังคนอื่นก่อน

การที่เราพูดเยอะๆ พยายามที่จะพูดถึงสิ่งที่เราเป็น เราทำได้ ให้คนอื่นฟังนั้น มันไม่ได้เป็นการทำให้เขามาสนใจเราได้เลย แต่การที่เราฟังเขาต่างหาก ที่จะทำให้เราเป็นที่สนใจของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างรวดเร็ว

ยิ่งไปกว่านั้นการเปิดใจรับฟังคนอื่นนั้น จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะทำให้เรารู้จักคนอื่น รู้ว่าใครคิดอย่างไร และเข้าใจคนอื่นได้ดีกว่าการที่เรามัวแต่พูดอยู่เพียงฝ่ายเดียว

แต่อย่างไรก็ดี เรื่องของการฟังนั้น จะต้องเป็นการฟังอย่างเข้าใจคนอื่น ไม่ใช่แค่ตั้งใจฟังเท่านั้น แต่จะต้องเข้าใจคนที่เขากำลังคุยกับเรา แล้วเราจะสามารถฟังอย่างเข้าใจคนอื่นได้อย่างไร

  • ฟังและคิดตาม ให้ฟังและคิดตามในสิ่งที่คนพูดกำลังเล่าให้ฟัง
  • ฟังและจับความรู้สึกของผู้พูด ฟังโดยการรับรู้ความรู้สึกของผู้พูด ว่าในขณะนี้เขารู้สึกอย่างไร กำลังอึดอัด โกรธ น้อยใจ เสียใจ ฯลฯ
  • ฟังแล้วอย่าเพิ่งด่วนคิดเอาเอง เวลาที่ฟังคนอื่นพูด อย่าเพิ่งเหมาหรือคิดไปเองว่า คนที่พูดนั้นต้องคิดแบบนั้น แบบนี้แน่ๆ เลย หรือที่เขาพูดมานั้นต้องเป็นการตำหนิเราแน่เลย หรือสรุปให้เขาเสร็จเลยว่า ที่เขาพูดมานั้นมันไม่ใช่อย่างนั้นอย่างนี้
  • ฟังแล้วนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เราเคยพบมา แล้วก็สรุปว่าเขาจะต้องเป็นเหมือนกับเรา

ข้างต้นที่กล่าวมานั้น เป็นเทคนิคการฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจในสิ่งที่ ผู้พูดกำลังต้องการจะสื่อให้เราทราบ ดังนั้นการที่เราจะเข้าใจเขาได้จริงๆ นั้น ก็จะต้องเปิดใจกว้าง ฟังอย่างไร้อคติ ไร้ความเห็นส่วนตัว และต้องไม่ด่วนสรุป หรือคิดไปเองตามประสบการณ์ที่เราเคยพบมา ถ้าเราทำแบบนั้น แปลว่า เราไม่ได้ฟังอย่างเข้าใจเลย

มีหลายคนที่พยายามจะฟัง แต่ฟังแล้วก็เอาเรื่องราวนั้นไปคิดเอง แต่งเอง จากนั้นก็เอาประสบการณ์ของตนเองที่เคยเจอมานั้น ยัดเยียดใส่คนที่พูด พร้อมกับสอนต่ออีกยาว โดยที่ไปเปิดโอกาสให้ผู้ที่พูดนั้นได้พูดอะไรอีกเลย อีกทั้งยังมัวแต่พูดย้ำตลอดเวลาว่า “ฉันเข้าใจ อืมมม ฉันเข้าใจ” แต่จริงๆ แล้วเราไม่เคยเข้าใจเขาเลย เรากำลังคิดว่าเราเข้าใจ โดยเอาประสบการณ์ของเรามาเทียบมากกว่า ส่วนใหญ่คนที่ทำแบบนี้ ในครั้งต่อไป ผู้พูดก็จะไม่อยากคุยกับเราแล้ว

คนเราแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันเลย เหตุการณ์แบบเดียว แต่ก็คิดต่างกัน ตัดสินใจต่างกัน สภาพแวดล้อมก็แตกต่างกันออกไป ดังนั้น การที่เราเคยพบสิ่งเหล่านั้นมาแล้วก็ไม่ได้แปลว่า คนอื่นจะต้องเป็นแบบเราเสมอไป จริงมั้ย!

ถ้าเราต้องการจะทำให้คนอื่นชื่นชอบเรา และสามารถที่จะได้ใจเขา ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ตัว คนที่บ้าน ครอบครัว แฟน หรือแม้กระทั่งลูกน้องของเราเอง ต้องลองฝึกฟัง ฟังอย่างเข้าใจเขาจริงๆ ฟังโดยไม่ต้องสอน ไม่ต้องเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ของเรา

เคยมั้ยที่บางครั้ง! การฟังอย่างเข้าใจ แค่ฟังอย่างเดียวจริงๆ พร้อมกับส่งสัญญาน เป็นระยะๆ ว่าเรากำลังฟัง เวลาที่เขาพูดถึงเรื่องดี เราก็รู้สึกดีไปด้วย เวลาที่เขาเล่าเรื่องที่เสียใจ เราก็รู้สึกเสียใจไปกับเขาด้วย พอเขาเล่าจบ ก็จะพูดต่ออีกว่า “ต้องขอบคุณพี่มากจริงๆ นะครับ ที่เข้าใจผมทุกอย่างเลย คุยกับพี่แล้วผมสบายใจจริงๆ ครับ”

ทั้งๆ ที่เราไม่ได้พูดอะไรออกไปสักคำ นี่แหละครับคือประโยชน์ของการฟังอย่างเข้าใจ

----------

ขอขอบคุณบทความ : https://prakal.wordpress.com/

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 21 มิถุนายน 2559 11:09 แก้ไข: 21 มิถุนายน 2559 11:09 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
Flowers
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 anni, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

comment

No Comment

Comment on this Post

Name:
Email:
IP Address: 34.204.191.31
Message:  
Load Editor
   
Cancel or