นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2887
ความเห็น: 0

ความหมายของครู

เสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมเป็นวันเด็กเพิ่งผ่านพ้นไป  16 มกราคม เรามาระลึกถึงพระคุณของคุณครูกันค่ะ  เป็นบันทึกที่นำความหมายของคำว่าครูมาให้เราเข้าใจและซึ้งในคำว่าครู.. ^__^..

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  ได้ รับพระราชทานแก่ครูอาวุโสในโอกาสที่เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานเข็มเครื่องหมายเชิดชูเกียรติมีข้อความที่เกี่ยวกับลักษณะของครูที่ดีไว้ตอนหนึ่งว่า 

 

"ครูที่แท้นั้น  ต้องเป็นผู้กระทำแต่ความดี  คือ 
ต้องหมั่นขยันและอุตสาหะพากเพียร
ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละ 
ต้องหนักแน่น  อดกลั้นและอดทน
ต้องรักษาวินัย  สำรวมระวังความประพฤติของตนให้อยู่ในระเบียบแบบแผนอันดีงาม 
ต้องปลีกตัวปลีกใจออกจากความสบาย  และความสนุกรื่นเริงที่ไม่ควรแก่เกียรติภูมิ 
ต้องตั้งใจให้มั่นคงและแน่วแน่ 
ต้องซื่อสัตย์รักษาความจริงใจ 
ต้องเมตตาหวังดี 
ต้องวางใจเป็นกลาง  ไม่ปล่อยไปตามอำนาจคติ 
ต้องอบรมปัญญาให้เพิ่มพูนสมบูรณ์ขึ้นทั้งในด้านวิทยาการและความรู้ในเหตุผล 

 

ความหมายของครู

พุทธทาสภิกขุ (๒๕๒๗ : ๙๒) กล่าวว่า คำว่า "ครู" เป็นคำที่สูงมาก เป็นผู้เปิดประตูทางวิญญาณ แล้วก็นำให้เกิดทางวิญญาณไปสู่คุณธรรมเบื้องสูง เป็นเรื่องทางจิตใจโดยเฉพาะ มิได้หมายถึงเรื่องวัตถุ

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ได้ร้อยกรองบทประพันธ์เกี่ยวกับครูไว้อย่างไพเราะจับใจว่า

ใครคือครู ครูคือใครในวันนี้
ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่า ครูอาจารย์
ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน

ครูคือผู้นำทางความคิด
ให้รู้ถูกรู้ผิด คิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน

ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์
มีดวงมานเพื่อมวลชนใช่ตนเอง

ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่
สร้างคนจริงสร้างคนกล้าสร้างคนเก่ง
สร้างคนให้ได้เป็นตัวของตัวเอง
ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู


จากตัวอย่างความหมายของครูข้างต้น จะเห็นว่า ครูต้องเป็นคนที่มีทั้งความรู้และความประพฤติที่ดี กอปรด้วยความเมตตากรุณาต่อศิษย์ คงไม่เกินความจริงที่จะกล่าวว่า ครูเป็นบุคคล "ไตรภาคี" คือ มาจากองค์ประกอบสำคัญ ๓ ประการ คือ

๑) ความรู้ดี
๒) ความประพฤติดี และ
๓) มีคุณธรรม (เมตตากรุณา)

หากขาดองค์ประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งจะไม่สามารถเป็นครูที่ดีได้

องค์ประกอบ ๓ ประการนี้ เป็นหลักความจริงที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งสำหรับผู้มีหน้าที่เป็นครู เพราะผู้ที่มีองค์ประกอบทั้งสามนี้  และพัฒนาถึงชั้นสูงสุด จะอยู่ในฐานะเป็นยอดครู หรือบรมครู เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงได้รับการขนานพระนามว่า "บรมครู" เพราะพระองค์ ทรงมีองค์ประกอบ ๓ ประการนี้ที่พัฒนาถึงชั้นสูงสุดแล้ว คือ ทรงมีพุทธคุณ ๓ ประการ คือ

๑. พระปัญญาคุณ (ความรู้)
๒. พระวิสุทธิคุณ (ความบริสุทธิ์, ความประพฤติดี)
๓. พระกรุณาคุณ (ความสงสาร,ทนไม่ได้ที่จะไม่ช่วยเหลือคนอื่น)


ความหมายของครู ตามรูปแบบ  

ความหมายของครูดังกล่าวข้างต้นเป็นความหมายตามเนื้อความหรือเนื้อแท้ของครู  กล่าวคือ ผู้ที่เป็นครูควรมีภาวะดังกล่าว อันได้แก่  ความรู้ ความประพฤติ และคุณธรรม ไม่ว่าครูนั้นจะอยู่  ณ ที่ใด หน่วยงานไหนก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ยังมีความหมายของครูอีกอย่างหนึ่งที่กำหนดโดยกฎหมาย ให้เป็นรูปแบบ  แบ่งเป็นชั้นหรือระดับสูงต่ำแตกต่างกัน  และอาจเกิดสิ่งที่เรียกว่าเกียรติ หรือศักดิ์ศรี  แทรกซ้อนอยู่ในรูปแบบนั้นด้วย  ซึ่งบางทีอาจปิดกั้นไม่ให้มองเห็นความหมายตามเนื้อแท้ก็ได้  ความหมายของครูโดยกฎหมายนี้อาจเรียกว่า  “ความหมายของครูตามรูปแบบ”  แต่มันเป็นความหมายไม่แน่นอนตลอดไป  อาจมีการเปลี่ยนไปได้ในเมื่อใดกฎหมายกำหนดขึ้นมาใหม่ ก็อาจจะเปลี่ยนไปใหม่ได้ตามรูปแบบนั้น ๆ

          ความหมายของครูตามรูปแบบนั้นจะเห็นได้จากกฎหมายบางฉบับ เช่น พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ กำหนดรูปแบบของครูโดยเรียกว่า  “ข้าราชการครู” ซึ่งมี ๓ กลุ่ม  ได้แก่

๑. กลุ่มที่ทำหน้าที่เป็นผู้สอนในหน่วยงานการศึกษา
๒. กลุ่มที่มีหน้าที่บริหารและให้การศึกษาในหน่วยงานทางการศึกษา
๓. กลุ่มที่มีหน้าที่เกี่ยวกับให้การศึกษาที่ไม่สังกัดโรงเรียน  วิทยาลัย  หรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นของกระทรวงศึกษาธิการ

เฉพาะกลุ่มที่ ๑ ซึ่งทำหน้าที่สอนเป็นหลัก มีการแบ่งตำแหน่งเป็นระดับต่าง ๆ ไปจากล่างไปสูง คือ

- ครู ๑
- ครู ๒
- อาจารย์ ๑
- อาจารย์ ๒
- อาจารย์ ๓
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์
- รองศาสตราจารย์
- ศาสตราจารย์

บางตำแหน่งก็กำหนดให้มีได้เฉพาะในบางหน่วยงาน  คือ ตั้งแต่ตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ถึงศาสตราจารย์  จะมีได้เฉพาะหน่วยงานที่มีการสอนถึงระดับปริญญาตรี เท่านั้น

ความหมายของครูตามรูปแบบอาจมีส่วนกระทบในทางลบต่อความหมายของครูตามเนื้อแท้ก็ได้  และคำว่า “ครู” อาจจะค่อย ๆ เลือนหายไปจากความสนใจของสังคมโดยอาจถูกมองว่าไม่เหมาะสมกับยุคสมัย เช่นที่เรียกว่า “ครู” ก็เรียกว่า  “อาจารย์” หรือผู้ช่วยศาสตราจารย์ หรือคำอื่น ๆ  อาจจะเป็นใครก็ได้ที่สามารถทำหน้าที่สอนได้  จนที่สุดแม้แต่เครื่องเทคโนโลยีก็อาจเป็นครูได้  เพราะสามารถทำหน้าที่สอนให้เกิดความรู้ได้  ดังนั้นองค์ประกอบแห่งความเป็นครูที่กล่าวข้างต้น คือ ความรู้  ความประพฤติและคุณธรรม  อาจเหลือเฉพาะองค์ประกอบเดียวคือ ความรู้เท่านั้น

 

ที่มาของคำว่า ครู 

ที่มาของคำว่า ครู   คำว่า "ครู" มาจากศัพท์ภาษาสันสกฤต "คุรุ" และภาษาบาลี "ครุ, คุรุ"

--------------

ขอขอบคุณ : http://www.oknation.net/

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 15 มกราคม 2556 13:34 แก้ไข: 15 มกราคม 2556 13:53 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 anni, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.233.215.196
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ