นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2284
ความเห็น: 7

ไอซีทียันดักข้อมูลชาวเน็ตไทยไม่ละเมิด "ประเทศไหนๆก็ติด Sniffer"

ประเทศไหนๆก็ติด Sniffer

ไอซีทียันดักข้อมูลชาวเน็ตไทยไม่ละเมิด "ประเทศไหนๆก็ติด Sniffer"

 หัวหน้าคณะทำงานปราบคอนเทนท์เถื่อนบนอินเทอร์เน็ตในสังกัดไอซีที ยืนยันชัดเจน การติดตั้งระบบดักจับข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือ Sniffer ที่ไอเอสพีหรือบริษัทผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยนั้นเป็นการช่วย ป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ได้ผล แจงกลุ่มนักท่องเน็ตชาวไทยผู้ต่อต้าน Sniffer ว่าการติด Sniffer เป็นเรื่องสากลที่ประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯก็ทำ ย้ำว่าเครือข่ายโทรศัพท์มือถือยังต้องมีการดักเก็บข้อมูลการใช้งาน การดักเก็บข้อมูลผู้ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีขนาดใหญ่กว่าจึงเป็นสิ่ง ที่ต้องทำ
       

       Sniffer คือโปรแกรมดักจับข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่คณะทำงานโครงการนี้มีมติ เสนอให้ กทช. (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) เพิ่มหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการบริการอินเทอร์เน็ต ว่าต้องติดตั้ง Sniffer ไว้ที่เกตเวย์เพื่อใช้ดักอ่านข้อมูลที่วิ่งไปมาบนระบบ (Traffic) เท่ากับไอซีทีต้องการบังคับให้ไอเอสพีทุกค่ายดักเก็บข้อมูลผู้ใช้ทุกคน เพื่อตรวจว่าลูกค้ารายใดใช้งานคอนเทนท์เถื่อนผิดลิขสิทธิ์จากแหล่งใด
       
       จุดประสงค์ของไอซีทีคือต้องการปราบปรามการเผยแพร่คอนเทนท์เถื่อนผิด ลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ต เช่น เพลง โปรแกรม ภาพยนตร์ ฯลฯ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความกังวลว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทยกำลังจะถูกรุกล้ำความเป็นส่วนตัว ขณะที่ต้นทุนของผู้ประกอบการเกตเวย์ (ISP : Internet Service Provider) ก็จะสูงขึ้นและอาจเป็นภาระกลับไปยังผู้บริโภคที่ต้องจ่ายแพงขึ้น ที่สำคัญ หากข้อมูลที่ดักเก็บไว้ถูกนำไปใช้ในทางไม่ชอบ ก็จะมีผลเสียหายตามมา โดยทั้ง 3 ข้อนี้เป็นความกังวลซึ่งปรเมศวร์ มินศิริ เว็บมาสเตอร์กระปุกดอทคอมโพสต์ไว้บนเว็บบอร์ด thaifollow.com
       
       ทันที ที่ข่าวนโยบายติดตั้ง Sniffer แพร่กระจายไป ชาวอินเทอร์เน็ตในเมืองไทยพากันจับกลุ่มวิจารณ์และไม่เห็นด้วย กระทั่งล่าสุด มีการจัดตั้งกลุ่ม thainosniff ขึ้นมา เรียกร้องไม่ให้ภาครัฐทำการดักจับข้อมูลด้วย Sniffer
       
       มั่นใจแก้รัดกุมที่ต้นเหตุ
       
       นายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประธานคณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยลุกขึ้นมาแสดงความเห็น ต่อต้าน Sniffer ว่า การ ติดตั้ง Sniffer เป็นการช่วยป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ ต้นเหตุ แถมยังสามารถคัดกรองเว็บไซต์เหมาะสมทุกประเภท ต่างจากพ.ร.บ.การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่สามารถเอาผิดได้เมื่อมีคดีความเกิดขึ้นเท่านั้น ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ
       
       "สำหรับ กรณีที่หลายภาคส่วนเป็นห่วงว่าการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวจะทำให้เกิดการละเมิด สิทธิส่วนบุคคลนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงด้วย แต่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเหมือนถนนสาธารณะที่จะต้องมีการเฝ้าระวัง ไม่ให้มีการใช้เพื่อดำเนินการผิดกฎหมาย"
       
       อาจินระบุว่าข้อมูลที่วิ่งอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นมีจำนวน มหาศาล เป็นไปได้ยากที่ไอเอสพีจะเฝ้าดูข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าทุกราย ประกอบกับไอ ซีทีจะมีเกณฑ์ข้อมูลที่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ส่งไปยัง ISP แต่ละรายแบบอัตโนมัติ ซึ่งผู้ประกอบการ ISP จะต้องคัดเฉพาะข้อมูลที่เข้าข่ายเท่านั้นมาพิจารณา และหาก ISP รายใดนำข้อมูลส่วนตัวลูกค้าไปใช้ประโยชน์ก็จะถูกดำเนินการทางกฎหมายทันที
       
       “เรา จะให้ ISP คัดกรองข้อมูลที่น่าสงสัย สมมุติมีปริมาณการเข้าใช้เว็บไซต์เพลงเว็บไซต์หนึ่งจำนวนมากผิดปกติ เราก็ต้องตรวจเช็คว่าเว็บไซต์ดังกล่าวอยู่ในรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตจากเจ้า ของลิขสิทธิ์เพลงหรือไม่ อย่างไรก็ดี การเฝ้าระวังทราฟิกที่น่าสงสัยบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นการเฝ้าระวังที่ ต้นเหตุ ดีกว่ารอให้เกิดคดีแล้วค่อยไปไล่ตรวจจับ ประกอบกับอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ที่มีใช้อยู่ทั่วไปในระดับสากล เพราะในต่างประเทศให้ความสำคัญกับการดักจับข้อมูลไม่เหมาะสม เช่นในอเมริกา ก็มีการร่างกฎหมายดักจับข้อมูลขึ้นมาโดยเฉพาะ”
       
       อย่างไรก็ดี การติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวดังกล่าวยอมรับว่าเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการ ISP ต้องรับภาระเอง แต่การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคม โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบหลีกเลี่ยงที่จะให้ความร่วมมือ ไอซีทีจึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติใน ฐานะผู้กำกับดูแลสั่งการให้ ISP ติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว
       
       "สำหรับ กลุ่มผู้คัดค้านก็ต้องถามกลับไปว่าพวกเขาคัดค้านอะไร กรณีการดำเนินการของรัฐบาลครั้งนี้ต้องการสร้างความสงบสุขบนสังคมอิน เทอร์เน็ต และเป็นเกราะป้องกันเยาวชนให้พ้นจากภัยที่มากับอินเทอร์เน็ต การทำหน้าที่ของรัฐครั้งนี้เปรียบเสมือนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้า เมือง คนที่ผ่านไปมาต้องยอมเสียความเป็นส่วนตัวบ้างเพื่อความปลอดภัย ความสงบสุขของประเทศ และการเฝ้าระวังการใช้งานบนเครือข่ายนี้ก็ดูแลโดยรัฐนั้นคือไอซีที ซึ่งการันตรีว่าจะไม่มีการละเมิดข้อมูลส่วนของประชาชนไปใช้ประโยชน์อย่าง อื่นแน่นอน"
       

       ทั้งนี้ นอกจากการขอความร่วมมือกทช. ไอซีที ได้ดำเนินการส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดตีความว่า การติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเฝ้าระวังการละเมิดลิขสิทธิ์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ก่อนเกิดคดีความ นั้นสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และยังได้ดำเนินการแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับเรื่องดังกล่าวไปพร้อมกันด้วย
       

       กระแสค้านก่อตัว
       
       คณะทำงานโครงการปราบปรามคอนเทนท์เถื่อนผิดลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วยตัวแทนจาก 5 ส่วน ได้แก่ กระทรวงไอซีที กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ขณะนี้แผนการใช้ Sniffer เป็นเครื่องมือปราบปรามนั้นยังค้างอยู่ที่ กทช. ซึ่งยังไม่มีกำหนดการผ่านพิจารณาที่ชัดเจน
       

       ระหว่างที่เรื่องยังไม่ชัดเจน ชาวอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยออกมาคัดค้านเรื่องนี้ด้วยการติดป้าย #thainosniff บนทวิตเตอร์ (Twiiter) และมีการใช้ชื่อ thainosniff เป็นชื่อกลุ่มในเว็บเครือข่ายสังคมเฟสบุ๊ก (Facebook) ลักษณะเดียวกับ #welovetheking ซึ่งชาวทวิตเตอร์ติดป้ายเพื่อบ่งบอกว่าเป็นกลุ่มเทิดพระเกียรติในหลวง ยังไม่มีมีแถลงการณ์ออกมาอย่างเป็นทางการในขณะนี้
       
       ปฏิเสธไม่ได้ว่าการติดตั้ง Sniffer นั้นเป็นวิธีการปราบปรามคอนเทนท์เถื่อนบนอินเทอร์เน็ตที่ได้ผลจริง โดยเฉพาะการปราบ"ขบวนการโหลดบิต"ชุมชน นักแลกเปลี่ยนข้อมูลคอนเทนท์เถื่อนขนาดใหญ่ที่จะได้รับผลกระทบอย่างแรงหากมี การติดตั้ง Sniffer ในอนาคต แต่การหักดิบด้วยการดักข้อมูลผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนในประเทศนั้นเป็นสิ่ง ที่ชาวเน็ตถือว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่ยากจะยอมรับได้ จน มีบางรายเปรียบเทียบว่าการติด Sniffer ไม่ต่างอะไรกับการติดกล้องวงจรปิดในห้องน้ำ พร้อมประนามว่าโครงการนี้จะทำให้ไอซีทีกลายเป็นถ้ำมอง ซึ่งเชื่อขนมกินได้เลยว่า การพิจารณาเพื่อหาทางเดินที่ดีที่สุดของเรื่องนี้จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าทุกอย่างจะลงตัว
       
       ปรเมศวร์ชี้ Sniff ดาบ 2 คม
       
       ปรเมศวร์ มินศิริ เว็บมาสเตอร์กระปุกดอทคอม ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตั้งอุปกรณ์ Sniff ที่เกตเวย์นั้นทำให้เกิดทั้งข้อดีและข้อเสีย คือช่วยมองหาความผิดปกติเพื่อแก้ไขและพัฒนาให้ยิ่งขึ้น แต่อีกประเด็นหนึ่งที่สังคมจับตามองคือการเข้าไปละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล
       
       "เครื่องมือ Sniffer เป็นดาบสองคมซึ่งหากใช้ในทางที่ถูกต้องก็จะสามารถช่วยให้ผู้ดูแลระบบได้สอด ส่องมองหาความผิดปกติในเครือข่ายเพื่อแก้ไขและปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น ได้ ซึ่งหลายครั้งผู้ดูแลระบบหรือ Administrator ก็จะใช้เครื่องมือนี้ตรวจสอบระบบเครือข่ายเมื่อมีความผิดปกติเกิดขึ้นอยู่ แล้วซึ่งหากใช้ในประเด็นนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจคือ หากมีการใช้เพื่อดักรับข้อมูลการใช้งานของผู้ใช้โดยทั่วไป โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นการตรวจจับเฉพาะจุดที่สงสัยว่าจะมีการกระทำความผิดนั้น น่าเป็นห่วง"
       
       โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพยสินทางปัญญา ในอินเทอร์เน็ตที่น่าศึกษาคือ Digital Millennium Copyright Act 1998 (DMCA) ของสหรัฐอเมริกา เนื้อหาโดยสรุปคือนอกจากจะคุ้มครองเจ้าของทรัพย์สินทางปัญหาแล้ว จะต้องให้ความเป็นธรรมกับ ISP หรือตัวกลางข้อมูลด้วยว่าหากเป็นแค่สื่อกลางที่ไม่มีเจตนาในการทำละเมิด ลิขสิทธิ์ก็จะไม่ต้องรับผิด เช่น การกำหนดมาตรการแจ้งเพื่อให้ลบออก (Notice and Takedown)
       
       เนื่องจากในสังคมปัจจุบัน ความเป็นส่วนตัว หรือ Privacy นั้นเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของทุกคน ที่หลายๆประเทศต่างให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากในหลายประเทศต่างให้การรับรองหลักการไว้ในรัฐธรรมนูญ ความเป็นส่วนตัวจึงเป็นสิทธิอย่างหนึ่งที่ทุกคนควรจะได้รับความคุ้มครอง
       
       ซึ่งรวมถึงสิทธิหลายๆประการเช่น ความเป็นส่วนตัวในชีวิตร่างกาย กฎหมายจึงต้องระบุเงื่อนไขในการจับกุมและควบคุมตัวบุคคลให้ชัดเจน, ความเป็นส่วนตัวในเคหะสถาน การเข้าไปในบ้านของผู้อื่นหรือการค้นสถานที่จึงต้องมีหมายศาล และความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลและการสื่อสาร จึงจะต้องให้ความคุ้มครองความเป็นส่วนตัว เช่น โทรศัทพ์ จดหมายอิเลกทรอนิกส์
       
       "การ ดักรับข้อมูลส่วนนี้จึงไม่ควรสามารถกระทำต่อบุคคลทุกคนในทันที นอกจากจะมีหมายศาลให้ดำเนินการกับผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดตามที่กฎหมาย รองรับ" ปรเมศวร์ กล่าวโดยสรุป

http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9530000009163
http://share.psu.ac.th/blog/forget/15101
 

ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ในประเทศไทยมีกฎหมายที่รองรับว่าการดักฟังโทรศัพท์นั้นถูกกฎหมายหรือไม่?

ลองดูรัฐธรรมนูญปี 2550

หมวด  ๓
สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย 

เช่น

มาตรา ๒๘ บุคคลยอมอางศักดิ์ศรีความเปนมนุษยหรือใชสิทธิและเสรีภาพของตนไดเทาที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น  ไมเปนปฏิปกษตอรัฐธรรมนูญ  หรือไมขัดตอศีลธรรมอันดีของประชาชน บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว  สามารถยกบทบัญญัติ แหงรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใชสิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเปนขอตอสูคดีในศาลได

บุคคลยอมสามารถใชสิทธิทางศาลเพื่อบังคับใหรัฐตองปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวดนี้ไดโดยตรง หากการใชสิทธิและเสรีภาพในเรื่องใดมีกฎหมายบัญญัติรายละเอียดแหงการใชสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไวแลว  ใหการใชสิทธิและเสรีภาพในเรื่องนั้นเปนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

บุคคลยอมมีสิทธิไดรับการสงเสริม สนับสนุน และชวยเหลือจากรัฐ ในการใชสิทธิตามความในหมวดนี้ 

มาตรา ๓๖ บุคคลยอมมีเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางที่ชอบดวยกฎหมาย
 
การตรวจ การกัก หรือการเปดเผยสิ่งสื่อสารที่บุคคลมีติดตอถึงกัน รวมทั้ง การกระทําดวยประการอื่นใดเพื่อใหลวงรูถึงขอความในสิ่งสื่อสารทั้งหลายที่บุคคลมีติดต่อถึงกัน จะกระทํามิได เวนแตโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย เฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ หรือเพื่อรักษาความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

การดักฟังโทรศัพท์ในทางปฏิบัตินั้นผมเข้าใจว่ามีจริง โดยหน่วยงานด้านความมั่นคง หรือหน่วยงานด้านสืบสวนอย่าง DSI หรืออื่นๆแต่ไม่ได้ทำอย่างเปิดเผย และกระทำในส่วนที่เชื่อได้ว่ามีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ

ซึ่งต้องมีมูลหรือมีการข่าวด้ายอื่นช่วย

หรือในทางสืบสวนคดี ก็ต้องมีมูลที่เกี่ยวกับคดีนั้นๆ

การใช้ข้อมูลดักฟังโทรศัพท์เป็นหลักฐานหรืออ้างอิงในคดีนั้นศาลรับเป็นหลักฐานหรือไม่ต้องถามนักกฎหมายดู

ดูตัวอย่างกรณีเรื่องมีข่าวการดักฟังโทรศัพท์ต่อสถานทูตไทยในกัมพูชา

มันทำไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย แต่ความจริงอีกเรื่อง และหากทำจริงใครจะยอมรับ? ว่าทำผิดกฎหมาย

หรือลองค้นข้อมูลข่าวเก่าๆ ที่เกี่ยวกับการให้การดักฟังโทรศัพท์เป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายในสหรัฐฯ ดู

ตัวอย่าง

กรณีการดักฟังโทรศัพท์ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา

วิเคราะห์ข่าว

 

เราเอง

เพิ่มเติม

พรบ. คอมพิวเตอร์ 2550

มาตรา ๘ ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคล ทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต้องถามว่า อะไรที่รองรับว่าการ sniff นั้นกระทำโดย "ชอบ" 

เราเอง

ไม่รู้หัวหน้าคณะทำงานนี้มีการศึกษาระดับใด... แต่ก็ไปโทษการศึกษาได้ยาก... มีคนเคยตะโกนว่า "การศึกษาไม่ได้ช่วยทำให้หมาเป็นคน" ไม่รู้จะใช้ได้กับกรณีนี้หรือเปล่า อ้างอะไรได้ง่ายๆ แบบนี้..

ใครใคร่ทำอะไรก็ทำไปก็แล้วกัน... 

ผมได้ข่าวว่า สงขลา จะมี gateway เป็นของประเทศ เพิ่มขึ้นอีก 1 แห่ง ในอนาคต

เพื่อให้เป็นข้อมูลครบถ้วนนะครับ

เพิ่มเติมส่วนที่เกี่ยวข้องกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐

เฉพาะมาตรา ๒๘ และ (๖)

หมวด ๒
พนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๑๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวนในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการ กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ เฉพาะที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด และหาตัวผู้กระทำความผิด

(๖) ตรวจสอบหรือเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคล ใด อันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดและสั่งให้บุคคลนั้นส่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นให้ด้วยก็ได้

----------------------------------------

เกิดการกระทำผิด เป็นคดี อยู่ในขั้นสืบสวน? ไม่ใช่เหวี่ยงแหทั้งหมด ?

 

เราเอง

Ico48
สายลมแสงแดด [IP: 222.123.47.139]
22 มกราคม 2553 22:48
#53271

ถ้าอยากรู้ว่าเจ้าหน้าที่มีใครบ้างก็ตามนี้เลยครับ

http://share.psu.ac.th/file/patt.e/prakad.pdf

แก้ไข ข้อความที่ผิดในความเห็น เฉพาะมาตรา ๒๘ และ (๖) เป็น เฉพาะมาตรา ๑๘ และ (๖)

เราเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.233.224.8
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ