นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2320
ความเห็น: 1

ได้ทำ ทำได้ ทำเป็น

ตื่น ๆ มาพบกับความจริงกัน เท่านี้ก็สายไปมากแล้ว ที่สำคัญ ต้องรู้ตัวว่าการทำอะไร ให้ได้อะไร นำไปสู่เป้าหมายให้ทำเป็น

คำสามคำง่าย ๆ หากพิจารณาให้ลึกอีกนิด คิดให้ครบถ้วนอีกหน่อย จะสร้างความหมายและคุณค่าอย่างมาก  โดยเฉพาะการปฏิบัติงานราชการ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่พอเพียง ในยุควิกฤตขณะนี้  ทั้งวิกฤตพลังงาน สภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม  

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองเปรียบกับการขับรถ อาจมีบางคนมีรถ แต่ขับรถไม่ได้ (อาจเป็นลูกคนมีเงิน ก็จะมีคนขับรถไปรับ ไปส่ง) อันนี้ เรียกว่า (มีโอกาส) ได้ขับ แต่ขับไม่ได้ อันตรายน้อย สะดวกสบาย แต่ค่าใช้จ่ายสูง

 

สำหรับบางคน ขับรถได้ หมายถึง เข้าเกียร์เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย-ขวา ได้ แต่ไม่ใส่ใจ กฎความปลอดภัย และกฎจราจร ก็อันตรายต่อสังคม และทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่อผู้ร่วมใช้ถนนโดยทั่วกัน เพราะจะขับไปตามใจฉัน ดังใน มอ. ขณะนี้ ไม่รู้ว่า ใครมาก่อนไปก่อน เข้าวงเวียนจะต้องปฏิบัติอย่างไร ทำให้หลายคนต้องชะลอไปหมด เพราะไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจตรงในกฎจราจรให้รถในวงเวียนไปก่อ  อันนี้ เรียกว่า ขับได้ แต่ขับไม่เป็น ซึ่งก็เป็นปัญหา เสียเวลา สิ้นเปลืองพลังงานของทุกคน ที่สำคัญเป็นต้นแบบที่ไม่ดี สำหรับใน มอ. เรา (ถึงเวลาจะแก้ไขกันหรือยัง) ดังนั้น การทำเป็น คือต้องขับรถได้ รู้และปฏิบัติตามกฎกติกาความปลอดภัยและจราจร จึงเกิดประโยชน์มากขึ้น

 ทีนี้ มาดูการปฏบัติงาน หลายเรื่อง เป็นเรื่องดี คุ้มค่า แต่ไม่ได้ทำ อาจไม่พร้อมเรื่องเวลา งบประมาณ อันนี้ก็ไม่ได้ทำ  ประเด็นสำคัญคือ หลายเรื่อง ได้ทำและทำได้ แต่ประเมินความคุ้มค่า เชิงรูปธรรมได้น้อยมาก ตัวอย่างง่าย ๆ เช่นการบรรจุรายวิชา เนื้อหาในหลักสูตร ปรากฎว่า เรียนจบผ่านเกณฑ์การประเมินผล แต่นำไปใช้งานไม่ได้ เช่นมีการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ทุกหลักสูตรของ มอ. แต่ปรากฎว่า นักศึกษาจบไปแล้ว ใช้คอมพิวเตอร์ไม่ได้ (จากการประเมินของนายจ้าง และตัวบัณฑิตเอง) คำถาม คือเราสอนอะไรกัน จนวันนี้ต้องมีการจัดการอบรมเพิ่มเติม แสดงว่าใช้เงิน ใช้เวลาไปแล้วไม่ได้ผล อันนี้ เรียกว่า ได้ทำ แต่ทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องพูดถึง เรื่องทำเป็น  บันทึกนี้ ไม่ต้องการว่าใคร แต่ต้องช่วยกันถามว่า ทำไม แล้วจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ยิ่งหากมีการอบรมแล้ว ให้ผลดีกว่า ก็น่าจะปรับส่วนนี้เป็นหลักในหลักสูตร แล้วเอาที่ได้สอนกันในหลักสูตรออกไป จะได้คุ้มค่าและได้ผลมากกว่า  

 

หลายครั้ง เราดำเนินการแบบได้ทำ เช่น สอนให้เสร็จ ๆ ไป แต่ละภาคการศึกษา หวังผลแค่เพียงตัดเกรด เสร็จ แต่ไม่ทราบว่าจะใช้งานได้หรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่การจัดบรรยากาศความพร้อมที่เหมาะสมด้วย  ได้เคยไปประเทศจีน มีข้อกำหนดการเรียนภาษาจีนให้ได้ผล คือ ๑. นักศึกษาทุกคนต้องมีตำรามาตรฐาน ๒. จำนวนผู้เรียนต้องไม่เกิน ๒๕ คน อาจจะมีอย่างอื่นอีกที่รู้ไม่ครบ แต่เอาแค่สองข้อ ซึ่งก็จะนำส่วนนี้ไปคำนวณเป็นต้นทุนดำเนินการจากผู้เรียนด้วย หากไม่เป็นไปตามนี้ก็ไม่ดำเนินการ เพราะทำแล้วไม่ได้ผล ก็อย่าทำดีกว่า นอกจากเสียเวลาพลังงาน ที่สำคัญ เสียความเชื่อถือ

 ลองตรวจสอบของไทยดู ก็จะพบว่า เราเพียงทำกันแบบ (สักแต่)ได้ทำ ยังทำไม่ได้เลย ก็มาโทษกันว่า ทำไม การศึกษาไทยไม่ดี ยังไม่พอ สมศ. กำหนดสัดส่วนนักศึกษาเต็มเวลาเพิ่มอีกเท่าตัวของอัตราสากล เพื่อคุยว่าใช้มาตรฐานสากล ทั้งๆที่ ไม่มีความพร้อม ทั้งอุปกรณ์ ห้องเรียน ที่หนักสุดคือยังไม่รู้ตัวว่าเราทำอะไรกันอยู่ นอกจาก โทษกันไปมา  พูดง่ายๆ จ่ายน้อย แต่อยากได้มาก 

 

ตื่น ๆ มาพบกับความจริงกัน เท่านี้ก็สายไปมากแล้ว  ที่สำคัญ ต้องรู้ตัวว่าการทำอะไร ให้ได้อะไร นำไปสู่เป้าหมายให้ทำเป็น  

ยังมีอีกหลายประเด็น ที่อยากปลุกให้ตัวเองตื่น และต้องตื่นมาพร้อม ๆ กัน ถ้าตื่นกันไม่มาก ก็จะหน่ายไปเสียก่อน
created: 29 July 2008 17:49 Modified: 09 October 2010 17:25 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

หนูทำได้  ได้ทำ แฮ่ๆๆ แต่ไม่แน่ใจว่าทำเป็น หรือเปล่าค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.191.31
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ