นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1673
ความเห็น: 5

มาขายความคิดให้กับตัวเอง 5:ทำงานให้ก้าวหน้าไปทางใด > ทางเลือกที่สามทำงานให้เป็นศักดิ์เป็นศรีและสมกับหน้าที่

ทุกคนที่มาทำงานก็ต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ เพื่อให้องค์กรทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ขึ้น
ในการทำงาน ถ้าไม่เลือกสายบริหาร และสายวิชาการ/ชำนาญการ แสดงว่าพอใจกับงานที่ทำอยู่แล้ว (แต่อาจารย์ ถูกคาดหวังว่า ต้องจบป.เอก ต้องเป็น รศ. เพื่อให้ทำงานบัณฑิตศึกษาได้) ก็ต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ที่สมัครมาทำงาน ต้องทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ ให้ภารกิจองค์กรดำเนินไปด้วยดี ทำงานอย่างมืออาชีพ ย้ำว่าตามหน้าที่ เช่น  
  • อาจารย์ มีหน้าที่สอน วิจัย บริการวิชาการ ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
  • หมอมีหน้าที่รักษาคนไข้
  • ผู้บริหารมีหน้าที่บริหารจัดการองค์กร
  • สายสนับสนุนก็ต้องทำหน้าที่สนับสนุนให้ท่านเหล่านั้นทำงานได้อย่างดี มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว ต้องสนับสนุนให้สมชื่อ (ตรวจสอบตัวเองหน่อยก็ดี ว่าที่ทำน่ะ หนับหนุน ?)
 เคยได้ยินคำพูดว่า เป็นถึงอาจารย์ จบปริญญาเอกแล้ว ยังทำผิดระเบียบโน่น ระเบียบนี่ ต้องเข้าใจว่าก็อาจารย์ไม่ได้ถูกจ้างให้มาทำเรื่องการเงิน พัสดุ ทะเบียน ฯลฯ ลองดูในหน้าที่ของอาจารย์ ไม่มีหน้าที่เหล่านี้ เขาจึงจ้างเจ้าหน้าที่นั้น ๆ มาทำหน้าที่ไงละ เช่น การเงิน นักวิชาการศึกษา เจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคล ฯลฯ ก็คาดหวังว่าเจ้าหน้าที่ด้านก็สนันสนุนกันและกันเช่นกัน  เช่น เจ้าหน้าที่การเงินก็ต้องสนับสนุนบุคลากรด้านอื่นๆ ทางด้านการเงินด้วย  ดังนั้น หากอาจารย์ หมอทำการเงินเอง เจ้าหน้าที่การเงินก็ตกงาน ก็เขาทำเป็นแล้วจะไปจ้างมาอีกทำไม รวมทั้งบุคลากรในแต่ละสายงานอื่น ๆ ด้วย   ยัง ยังเจออีก ที่เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่เฉพาะ เช่น การเงิน พัสดุ การเจ้าหน้าที่ ทะเบียน กิจการนักศึกษาฯลฯ มักพูดว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ที่ภาควิชา หรือเลขาภาควิชาไม่รู้เรื่องโน้น เรื่องเท่ากับนัก ๆ ทั้งหลาย อยากให้ทำความเข้าใจให้ดี ตำแหน่งเลขาภาควิชานะเป็นตำแหน่งธุรการ หรือเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป คือรับงานทุกด้านของภาควิชา ที่นัก ๆ ทั้งหลายทำ จึงไม่มีความชำนาญเท่ากับนัก ๆ ทั้งหลาย  ที่เป็นเช่นนี้ เพราะต้องการให้แต่ละท่านทำงานในหน้าที่ให้คุ้มค่า คุ้มเวลา เอาอาจารย์ เอาหมอ เอาผู้บริหาร มาทำธุรการ ก็จะได้ธุรการที่ห่วย ๆ แล้วยังใช้เวลาและทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง (ที่เขาทำห่วยนะดีแล้ว หากเขาทำได้ดีเหมือนท่านนัก ๆ ทั้งหลาย แล้วจะจ้างนัก ๆ ทั้งหลายไว้ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายทำไม ดังนั้น ต้องทำงานให้เห็นว่ามีค่ากว่าที่คนสายอื่นเขาทำเอง) 

เอ้า ลองคิดดู ให้หมอมาทำธุรการแทนที่จะไปรักษาคนไข้ อาจารย์มาทำธุรการแทนที่จะไปสอน วิจัยให้ดี แล้วคุ้มกับความรู้ที่มีหรือไม่ (แต่ท่านเหล่านั้น ก็ต้องใช้เวลาตามที่กำหนดนะ อย่าให้เสียเกียรติตัวเองเช่นกัน)

 

นี่คือทางเลือกที่สามของการทำงาน ที่ต้องรู้หน้าที่ให้สมศักดิ์ศรีของตำแหน่งแต่ละตำแหน่ง ส่วนความก้าวหน้า ก็ได้กำหนดไว้แล้ว นัก ๆ ทั้งหลายที่กำหนดรับผู้จบ ป.ตรีก็ก้าวหน้าจากระดับ ๓ ถึง ระดับ ๖ อาจารย์ถึงแม้จะจบ ป.เอก ก็ไม่เกินระดับ ๗ แต่อย่างไงก็ต้องทำงานตามหน้าที่นะ

ทุกคนที่มาทำงานก็ต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ เพื่อให้องค์กรทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ขึ้นเหมือนรถยนต์ ไม่ว่าส่วนใดบกพร่อง ก็วิ่งได้ไม่ดี ไม่มีประสิทธิภาพ และเกิดอันตรายได้ หากส่วนไหนไม่ดี ระวังจะถูกเปลี่ยนทิ้ง

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 02 มีนาคม 2551 12:59 แก้ไข: 15 พฤศจิกายน 2553 09:55 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

หนูชอบทางเลือกที่สามค่ะ "ต้องรู้หน้าที่และปฏิบัติให้สมศักดิ์ศรีของตำแหน่งแต่ละตำแหน่ง"
หากทุกคนรู้จักหน้าที่ ทุกองค์กร ทุกสังคม คงจะไปกันด้วยดีนะค่ะ สิ่งสำคัญคือรู้จักหน้าที่นี้แหละค่ะ ที่เป็นปัญหากันอยู่

รับทราบ และเป็นแนวคิดที่ดีค่ะ หากทุกคนได้ปฏิบัติตรงกับหน้าที่ที่รับผิดชอบ  และไม่ควรที่จะปฏิเสธงานหากได้รับมอบหมาย  แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืมคือ การพยายามที่จะเรียนรู้ควบคู่ไปด้วย  และการฝึกคิด  หากทำได้ทั้ง 2 ส่วน ก็จะดีไม่น้อย

ถ้ารู้หน้าที่และปฏิบัติงานให้สมศักดิ์ศรีของตำแหน่งองค์กรคงพัฒนาได้เร็วค่ะ แต่ในองค์กรคงจะสมบูรณ์แบบทั้งองค์กรไม่ได้  คงจะต้องอยู่ที่ฝีมือการบริหารงานบุคคล ที่จะต้อง เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตามพระราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"รับทราบ..ค่ะ"

^_^"

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.229.122.166
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ