นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 750
ความเห็น: 2

บริหารความสามารถ vs บริหารอำนาจ

การบริหารความสามารถต้องการความอิสระในวิธีการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย เพื่อให้แต่ละคนใช้ความสามารถสร้างค่าสร้างประโยชน์ได้เต็มที่ ไม่ติดไม่ผิดกฎ ระเบียบ วิธีการ

 

 

การบริหารความสามารถ คือ การใช้ความสามารถของคนทำให้ให้เต็มที่ ตามวิธีการที่เหมาะสมกับแต่ละคน

 

การบริหารอำนาจ เป็นการบริหารด้วยการทำงานตามกฎระเบียบที่ทุกคนต้องทำเหมือนกัน คืออยู่ในอำนาจตามกฎระเบียบ การไม่ทำตามกฎ ระเบียบ ถือว่าเป็นการทำผิด

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะบริหารแบบใด สิ่งที่ต้องการคือความสำเร็จ ความก้าวหน้า การสร้างค่าเพิ่ม

 

นั่นคือ การบริหารความสามารถเป็นการให้แต่ละคนทำงานได้อย่างมีอิสระในวิธีการที่แตกต่างกันในการบรรลุเป้าหมายงาน คือทำวิธีการใดก็ได้ให้ได้ผลสำเร็จของงาน

 

การบริการด้วยอำนาจ ทุกคนต้องทำตามวิธีการที่กำหนด ไม่ต้องคิดวิธีการอื่นเพราะไม่สามารถทำได้เพราะผิดวิธี ผิดกฎ ผิดระเบียบ การเพิ่มค่าคือการทำให้ได้มาก ทำให้เร็ว ทำไม่ให้ผิดพลาด

 

การบริหารความสามารถ เป็นการท้าทายความสามารถคน ทำตามที่แต่ละคนถนัด สร้างค่าด้วยนวัตกรรม ของใหม่ที่เกิดประโยชน์เกิดค่าต่างกัน ตามความสามารถ ความถนัดของแต่ละคน

 

การบริหารความสามารถต้องการความอิสระในวิธีการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย เพื่อให้แต่ละคนใช้ความสามารถสร้างค่าสร้างประโยชน์ได้เต็มที่ ไม่ติดไม่ผิดกฎ ระเบียบ วิธีการ

 

การบริหารอำนาจ ต้องการระเบียบวิธีการเป็นกรอบการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย คนทำงานมีหน้าที่ทำตามกรอบแนวทาง ไม่สามารถคิดออกนอกกฎระเบียบได้เพราะจะมีความผิดตามระเบียบ ที่เป็นการทำแบบการใช้แรงงาน การทำงานแบบเครื่องจักรอุตสาหกรรม ไม่ต้องการความเป็นอิสระที่เลือกทำไม่ได้เพราะผิดระเบียบ ผิดขั้นตอน ผิดอำนาจตามระเบียบ

 

องค์กรที่บริหารความสามารถ เป็นองค์กรที่ใช้คนตามความสามารถ ต้องการสร้างนวัตกรรม อย่างเช่น กูเกิล เฟชบุ๊ค บริหารที่สร้างนวัตกรรมจากการใช้ปัญญา ท้าทายความสามารถคนในการทำงานในการสร้างค่า

  

การจะเลือกแบบไหนก็อยู่กรอบความคิด การออกแบบการทำงานว่าให้ทุกคนต้องทำเหมือนกัน หรือมีอิสระในการทำ การสร้างค่าการทำงาน

 

การบริหารอำนาจเป็นการคิดออกแบบของคนที่มีอำนาจ ให้คนที่เหลือทำตาม

 

การบริหารความสามารถ ทุกคนมีอิสระในการคิดของตนเองตามความสามารถตนและวัดผลที่ความสำเร็จของงานตามทิศทางที่กำหนด    

 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 26 มิถุนายน 2559 13:10 แก้ไข: 26 มิถุนายน 2559 13:10 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา, Ico24 บิวตี้, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
หอยโข่ง@คลองหลา [IP: 171.5.98.192]
21 กันยายน 2559 11:39
#105560

 

ที่สำคัญมากกว่า น่าจะเป็นการเลือกบุคคลที่จะขึ้นมามีอำนาจหรือใช้อำนาจ

ซึ่งก็คือหัวหน้าโครงการ หัวหน้างาน หรือผู้บังคับบัญชาในระดับต่าง ๆ

นอกจากความรู้ความสามารถแล้ว อุปนิสัยและคุณธรรมก็มีส่วนสำคัญมาก

เพราะการใช้อำนาจ จะมีผลกระทบต่องบประมาณและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

หากผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้คนประเภท "สี่ห่วย" อันประกอบด้วยคนที่

"เก่งแต่ไม่ดี" หรือ "ดีแต่ไม่เก่ง" หรือ "ดูเหมือนจะเก่ง" หรือ "ดูเหมือนจะดี"

ก็จะส่งผลเสียต่อทั้งงานและคน

 

เคยมีกรณีตัวอย่างที่มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อทำงานสำคัญงานหนึ่ง

โดยมีการแบ่งงานเป็นส่วน และมีผู้รับผิดชอบหลักพร้อมคณะทำงานแต่ละส่วน

ในช่วงหนึ่งของงาน จะมีการถ่ายรูปกับบุคคลสำคัญ ซึ่งจะคัดเลือกเฉพาะ

บุคคลที่ "เหมาะสมจริง ๆ" เท่านั้น โดยพิจารณาจากการอุทิศตนเพื่อส่วนรวม

และลำดับอาวุโส โดยผู้คัดเลือกคือหัวหน้างานส่วนต่าง ๆ พิจารณาร่วมกัน

ซึ่งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกก็มีทั้งคนที่ "อาวุโสและอุทิศตน" รวมทั้งคนที่

"อาวุโสแต่ไม่ค่อยอุทิศตน" และ "อุทิศตนไม่แต่ค่อยอาวุโส"

โดยมีผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแต่ไม่ได้รับการคัดเลือกอีกจำนวนหนึ่ง

หลังจากได้รายชื่อรอบแรกแล้ว ก็มีการเรียกร้อง คร่ำครวญ จากผู้ผิดหวัง

ตามด้วยการ ถอน แทรก เปลี่ยน ปรับ สลับ โยก ฯลฯ วันละหลายรอบ

ซึ่งเป็นผลจากการ "เลียแข้งเลียขา" ร่วมกับหลักการ "ค่าของคน อยู่ที่คนของใคร"

ของกลุ่มผู้มีอำนาจในการพิจารณาประเภท "สี่ห่วย" นั่นเอง

อีกทั้งในกลุ่มผู้ที่ได้รับคัดเลือกเอง ก็ยังมีการช่วงชิงพื้นที่ ทำเล

อันเป็นสถานการณ์ที่ช่วยเผยธาตุแท้ของแต่ละผู้คนได้ชัดเจนยิ่ง

และสุดท้าย...ก็โยนความผิดทั้งหมดให้กระโถนท้องพระโรงที่ต้องร้องไห้เป็นเผาเต่า

 

 

"ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด

  การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุข เรียบร้อยจึงมิใช้การทำให้ทุกคนเป็นคนดี

 หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมความดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และคุมคนไม่ดี

 ไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"

(พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ

ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี 11 ธันวาคม 2512)

 

 

.

Ico48
ตถตา [IP: 223.205.60.171]
22 กันยายน 2559 00:39
#105562

(เพิ่มเติมข้อมูลจากกรณีตัวอย่างข้างต้น)

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน หลายฝ่ายให้การตรงกันว่า

กรณี "ถอน แทรก เปลี่ยน ปรับ สลับ โยก"

กว่าร้อยละแปดสิบ เป็นฝีมือของมนุษย์ป้าเกินเกษียณ

ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นจำเลยสังคม เล่าขานเป็นตำนานสืบไป

 

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.236.38.146
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ