นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Wullop Santipracha
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 748
ความเห็น: 0

นักศึกษา คือ active learning 2. กระบวนการ

อย่าเข้าใจผิดว่า การเรียนปฏิบัติการที่ทำตามคำสั่ง ตามคู่มือ เป็น active learning เพราะเป็นการเรียนแบบรอเรียน และบทปฏิบัตินั้น เป็นแค่ทำครั้งเดียวในชีวิตการเรียน (ถ้าไม่ตก) ไม่สามารถสร้างกระบวนการทำงานแบบทำอาชีพได้ 

 

 

 

ทำไมคนจึงเป็นแบบ passive ต้องมาดูที่กระบวนการเรียนการสอน คือการเรียนเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน ประกอบอาชีพ ว่า เรียนแบบรอเรียน passive หรือ active วิ่งหาความรู้ รู้ว่าต้องเรียนอะไร เรียนอย่างไร จึงสามารถทำให้มีความสามารถทำงานแบบ active ได้ 

 

อย่างน้อย ต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจในสถานะ บทบาท ว่า ทำไมเมื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย จึงเรียกว่า นักศึกษา ไม่ใช่นักเรียน

 

นั่นแสดงว่า นักศึกษาต้องเรียนแบบไปหาความรู้ ฝึกใช้ความรู้ ฝึกพัฒนาเพิ่มค่าความรู้ 

 

แต่นักเรียนคือ รอเรียน แบบ pasive เรียนแบบให้คนมาสอน เรียนแบบสั้งให้ทำตาม 

 

 

การเรียนแบบ active ต้องเริ่มจากการเข้าามเป็นนักศึกษา ต้องรู้ว่า มาศึกษาหาความรู้อะไร มีความสามารถอะไร เรียนอะไร อย่างไร ซึ่งความรู้เหล่านี้ หาได้จาก คู่มือการศึกษา หลักสูตร การปฐมนิเทศน์ของคณะ ของหลักสูตร และผู้ที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว จะได้รู้ว่า ทำอะไรได้บ้างหลังจบการศึกษา ต้องมีความสามารถอะไร อย่างไร จึงทำให้ทำงานได้ดี เลือกงานที่ต้องการได้

 

หลายคนเข้าเรียน ไม่เคยอ่านหลักสูตรที่เรียน ไม่สนใจเรียนรู้รับรู้การปฐมนิเทศน์หลักสูตร ไม่ศึกษาว่า คุณลักษณะแบบไหนที่ทำงานได้ดี ก็รอเรียนตามบังคับ ตามเวลา แบบ passive แบบไม่สอนก็ไม่เรียน มิหนำซ้ำยังหนีเรียนทั้งหนีจากห้องเรียน และหนีการเรียนแบบเข้าชั้นเรียนแต่ไม่ตั้งใจเรัยน

 

การเรียนแบบ active ขั้นต่อไป หลังการหาความรู้จากหลักสูตร คือการหาความรู้จากวิชาเรียน ว่าต้องการให้มีความรู้ ความสามารถอะไร ทั้งที่กำหนดในหลักสูตร และคุณสมบัติที่ต้องการในการทำงานให้ได้ดี ในตำแหน่งงานต่าง ๆ อย่างเช่น ต้องเก่งภาษาอังกฤษ เก่งการสื่อสาร คอมพิวเตอร์ เก่งการวิเคราะห์ค่างาน เก่งการพัฒนาสร้างมูลค่างาน เพื่อนำสิ่งเหล่านี้ไปจัดลำดับการหาความรู้ สร้างความสามารถ แบบการเป็นนักศึกษา แบบการหาความรู้ ไม่ใช่รอสอน รอเรียน นั่งเรียน สอบให้ผ่านไป 

 

ตัวชี้วัดผลการศึกษา คือ หาความรู้ได้ ใช้ความรู้เป็น ทำให้มีค่าเพิ่ม ดีกว่าเดิม ตรงตามความต้องการของลูกค้า ตามยุคสมัย ไม่ใช้ช่คะแนนสอบผ่าน ผ่านกานเรียน ผ่านกิจกรรม ทำปฏิบัติการ แต่ต้องมั่นใจว่าทำเป็นอาชีพ ทำมาหาเลี้ยงชีพได้ แบบ active working

 

การเรียนการสอนแบบ active learning ต้องปรับบทบาท วิธีการสอน ที่เน้นกระบวนการศึกษาด้วยตนเอง ด้วยการเน้นที่เป้าหมายของ active working เน้นการหาความรู้ ฝึกฝนการใช้ความรู้ การทำงาน การนำเสนองาน การวิเคราะห์ค่างาน มีกี่แบบ กี่วิธี แต่ละวิธีมีข้อดี ข้อด้อย ในสถานการณ์ใด แบบไหนตอบสนองสร้างค่าให้ลูกค้าได้ดี มีค่าสูงกว่า คือการสอนต้องออกแบบให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถเหล่านี้ ผู้เรียนต้องเป็นผู้เล่นบทเหล่านี้จริง ไม่ใช่รอสอน และมีวิธีการที่แตกต่างกันมากมาย ไม่จำเป็นต้องเป็นวิธีเดียวกัน เพียงแต่ต้องหาเป็น ใช้เป็น คิดเป็น 

 

อย่าเข้าใจผิดว่า การเรียนปฏิบัติการที่ทำตามคำสั่ง ตามคู่มือ เป็น active learning เพราะเป็นการเรียนแบบรอเรียน และบทปฏิบัตินั้น เป็นแค่ทำครั้งเดียวในชีวิตการเรียน (ถ้าไม่ตก) ไม่สามารถสร้างกระบวนการทำงานแบบทำอาชีพได้ 

 

การผลิตบัณฑิตในยุคปัจจุบัน การสร้างคนให้พร้อมทำงาน ให้เป็น active working ต้องปรับบทบาทวิธีการทั้งผู้เรียน ผู้สอน ให้สามารถสร้าง พัฒนาคนเป็นมืออาชีพ แบบ active learning ด้วยการสร้างกระบวนการทำงาน ไม่ใช่การสอน บอกความรู้ ทำกิจกรรม ที่ไม่สามารถสร้างความสร้างความสามารถในการทำงานได้จริง

 

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 16 สิงหาคม 2558 08:00 แก้ไข: 16 สิงหาคม 2558 08:00 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.207.130.162
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ