นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Wullop Santipracha
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 1117
ความเห็น: 2

เรื่องซึ้งที่น่าเศร้าใจ

อ่านจบก็ถามว่า ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ และในความจริงอาจมีเรื่องแบบนี้มากขึ้น แต่ว่าเกิดขึ้นกับใคร เกิดแล้วต้องทำใจให้ดี ให้ได้อย่างลุง

 

 

มีผู้ส่งไลน์มาให้อ่าน อ่านจบก็ถามว่า

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ และในความจริงอาจมีเรื่องแบบนี้มากขึ้น แต่ว่าเกิดขึ้นกับใคร เกิดแล้วต้องทำใจให้ดี ให้ได้อย่างลุง

 

เผื่อใจสำหรับคนมีลูก: อ่านแล้วจะเห็นภาพ แล้วน้ำตาจะไหลออกมาโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยนะ?

ขนาดมีลูกตั้ง 3 คน … ช่วยอ่านให้จบ 

 

..... เราย้ายมาอยู่ที่นี่ได้หลายปี เพื่อนบ้านก็ดี มีน้ำใจ ข้างบ้านรั้วติดกันมีคุณลุงคนหนึ่งเป็นข้าราชการบำนาญ เกษียณมาหลายปีแล้ว ภรรยาเสีย ตั้งแต่เรายังไม่ย้ายเข้ามา ลูก ๆ ทั้ง 3 คน ต่างก็แต่งงาน มีครอบครัว ไปอยู่ที่จังหวัดอื่น ๆ กันหมด

..... ลุงแกก็อยู่บ้านคนเดียวมาเกือบ 10 ปี 

 

เราได้รู้จักลุง ก็ได้เห็นในน้ำใจไมตรี เป็นคนใจดี อบอุ่น น่ารัก

.....มีโรคประจำตัวตามประสาคนแก่ คือ เบาหวาน ความดัน และเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปตามปกติ 

ด้วย ความที่อยู่บ้านคนเดียว บางครั้งเจ็บป่วย ก็ลำบากหน่อย เพราะไม่มีลูกหลาน คอยช่วยเหลือ ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราก็ได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือ พาไปหาหมอ พาไปทำธุรต่าง ๆ และถ้าป่วยหนักถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล ก็จะช่วยโทรตามลูก ๆ ของแกให้ลูก ๆ ก็จะมาเยี่ยมบ้าง ไม่มาบ้าง แล้วแต่โอกาส

 

เรารู้ว่า คุณลุงเหงา .....

บ่อยครั้งที่คุณลุงจะบ่นถึงคุณป้า ซึ่งเราไม่เคยเจอตัวจริง ได้เห็นแต่ในรูป เพราะท่านเสียไปหลายปีแล้ว ก่อนที่เราจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ 

 

ช่วงเทศกาล ปีใหม่ สงกรานต์ เมื่อบ้านอื่น ๆ เขามีลูก ๆ มาเยี่ยม เราเห็นคุณลุงนั่งเหงาเพียงลำพังเราก็ซื้อของขวัญ ของกิน ของใช้ บางครั้งก็เป็นพวกผลไม้บ้าง เครื่องดื่มบ้าง ไปไหว้ 

 

..... ลุงก็ดีใจ ให้ศิลให้พร กันยกใหญ่

.....แล้วก็บ่น รำพึง รำพัน ถึงลูก ๆ

.....น้ำตาไหล นั่งมองแต่ประตูหน้าบ้านรอว่าเมื่อไร จะมีรถของลูก ๆ กลับมาเยี่ยมบ้าง .....

 

หลายปีมานี้ คุณลุงก็ได้แต่รอ เราก็ได้แค่ปลอบว่าลูก ๆ เขาคงติดธุระ วันไหนเขาว่างก็คงมาเยี่ยม ไม่ต้องคิดมาก เสียสุขภาพไปเปล่า ๆ 

 

ที่หลังบ้านคุณลุง มีต้นมะม่วงพันธุ์ดีอยู่หลายต้น มีต้นหนึ่งที่ลูกโต หวานอร่อยเป็นนิเศษ เราไปช่วยลุงเก็บเป็นประจำ และคุณลุงก็จะแบ่งมาให้ทุกครั้ง

.......ลุงจะคัดลูกสวย ๆ เก็บใส่กล่องดูแลเป็นพิเศษ เก็บไว้รอลูก ๆ อยากให้ลูกได้กินของดี ๆ หลายครั้งหลายหน เราเห็นคุณลุงรอลูก ๆ จนมะม่วงเน่าเสียไป ไม่รู้กี่หน ต่อกี่หน 

หลายปีมานี้ ก็ไม่เคยเห็นลูก ๆ กลับมากินมะม่วงที่พ่อบ่มไว้แม้แต่ครั้งเดียว 

 

มีที่แปลงหนึ่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ คุณลุงบอกว่าอยากขาย ให้เราช่วยดำเนินการให้หน่อย เราก็เขียนป้ายไปติด แล้วลงประกาศให้ 5 เดือนเศษ ๆ หลังจากประกาศขาย ในที่สุดก็มีผู้สนใจและก็ขายได้ในที่สุด ในราคา 1 ล้านบาท

เมื่อได้เงินมา สิ่งแรกที่คุณลุงพูดถึงคือ คิดถึงลูก ๆ ถ้ารู้ว่าพ่อขายที่ได้คงดีใจ ลุงบอกว่าจะแบ่งเงินให้ลูกทั้ง 3 คน เท่า ๆ กัน 

วันรุ่งขึ้น ลุงก็มาหาเราแต่เช้า บอกว่าวันนี้ ขอแรงหน่อย ช่วยพาลุงไปธนาคารที จะไปโอนเงินให้ลูก เราก็พาไป วันนั้นเป็นลูกค้ารายแรกของธนาคาร

......คุณลุงโอนเงิน ให้ลูกคนละ 3 แสนบาท .....

 

..... เมื่อกลับมา จอดรถส่งลุงหน้าบ้าน

ก่อนลงจากรถ คุณลุงหยิบเงิน ในกระเป๋า 1 แสน บาทยื่นส่งให้ บอกว่าเอานี่ ลุงให้

.......เรารีบปฏิเสธ บอกว่า ไม่เป็นไรหรอกครับลุง ไม่ต้องให้ผมลุงเก็บไว้ใช้เถอะ ให้ลูก ๆ ไปเกือบหมดแล้ว

...... ลุงบอกว่า เอาไปเถอะ ลุงได้รับบำนาญทุกเดือน ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ที่แปลงนี้ที่ขายได้ ก็เพราะเราต้องรับโทรศัพท์และพาคนไปดูที่ หลายเดือนมานี้ไม่รู้ขับรถไป-กลับกี่รอบแล้ว และอีกอย่าง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลุงก็ได้แต่รบกวน ไม่เคยได้ให้อะไร ตอบแทนบ้างเลย 

พ่อหนุ่มไม่ใช่ลูก ไม่ใช่หลาน แต่ก็ยังอุตส่าห์เสียเวลาเป็นธุระจัดการเรื่องราวให้สารพัด รับไว้เถอะ ลุงอยากให้จริง ๆ ถ้าไม่รับลุงจะเสียใจนะ

......เราก็ไหว้ ขอบคุณครับลุง 

กลับมานอนคิด ไตร่ตรอง รู้สึกไม่สบายใจ ดึก ๆ จึงหยิบเงินไปหาลุงอีกรอบ

.....แต่ลุงไม่รับคืนและยืนยันว่าตั้งใจจะให้เราจริง ๆ 

 

อีก 2 วันถัดมา มีรถยนต์มาจอดที่บ้านลุง ลูกสองคน คนเล็กและคนกลางมาเยี่ยมและทวงถามเราถึงเงิน 1 แสนบาท

พูดจาประมาณว่า เราไปหลอกเอาเงินคนแก่ เรารีบเข้าไปในบ้านหยิบเงิน 1 แสน เดินไปที่บ้านลุง แล้วคืนเงินให้ลุง 

 

ลุงปฏิเสธและพยายามอธิบายให้ลูก ๆ ฟัง แต่ทั้งสองคนไม่ยอม เราจึงวางเงินไว้ แล้วเดินออกมา 

 

ก่อนตะวันตกดิน ได้ยินเสียงรถขับออกไป สักพักลุงก็มาหา เล่าว่าสองคนนั้นแบ่งเงินกันคนละ 5 หมื่นแล้วก็ลากลับไปแล้ว 

คุณลุงกล่าวคำขอโทษอย่างที่สุด ลุงน้ำตาไหล บอกว่าเสียใจ ไม่คิดว่าลูก ๆ จะเป็นไปถึงขนาดนี้

..... ลุงบอกว่าจะเอาเงินบำนาญที่ได้รับทุกเดือนมาทยอยคืนให้ จนกว่าจะครบ 1 แสนบาท

.....เราบอกว่าไม่เป็นไรหรอกครับลุง ไม่ต้องทำอย่างนั้น

 

..... อีก 3 วัน เกือบ ๆ เที่ยงคืน ลุงมาที่บ้าน พร้อมกับลูกชายคนโต 

 

" เมื่อ 3 วันที่แล้ว พ่อโทรฯ ไปเล่าเรื่องให้ฟัง พี่ก็ไม่สบายใจ พอดีที่ทำงานส่งไปสัมมนาหลายวันออกมาไม่ได้ พอเสร็จธุระ ก็รีบขับรถมาเลย มาถึงซะดึก พี่ต้องขอโทษแทนน้อง ๆ สองคนด้วย เสียมารยาทจริง ๆ เดี๋ยวต้องคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้ง อายุก็มากแล้วแต่ก็ไม่รู้จักโต แย่จริง ๆ

...... เอาอย่างนี้ ขอเลขบัญชีธนาคารให้พี่ได้ไหม เดี๋ยวกลับไปพี่จะรีบโอนเงินมาคืนให้ " 

" ไม่ต้องหรอกครับ ไม่เป็นไร..... เราปฏิเสธไป" 

วันถัดมาเมื่อลูกชายคนโตกลับไป ลุงเล่าให้ฟังด้วยความดีใจ 

" เจ้าใหญ่มันบอกว่า วางแผนไว้แล้วอีก 5 ปี จะย้ายมาทำงานที่บ้าน จะพาลูกมาเมียมาอยู่ที่นี่ " 

เราสังเกตุเห็นแววตาอันสดใส ของคุณลุง...บ่งบอกถึงความ ปิติ ยินดี อย่างที่สุด 

ดีใจด้วยครับลุง ต่อไปลุงจะได้ไม่เหงาแล้ว 

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เกือบ 4 ปี แล้วซินะ ที่ลุงนับวันรอว่าจะมีลูก ๆ กลับมาอยู่ด้วย

เราเห็นปฏิทิน ที่คุณลุงขีดฆ่า วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า และสุดท้าย..... 

ลุงน่าจะอดทนรออีกนิด .. อีกนิดเดียวเองครับลุง 

ในห้องไอซียู เรากับพี่ใหญ่นั่งอยู่คนละข้างเตียงคนไข้

.....ช่วงเวลา สุดท้ายของชีวิต 

คุณลุงขยับนิ้วมือ เรากับพี่ใหญ่เอื้อมมือไปจับมือลุง ดวงตาค่อย ๆ ปิดลงช้า ๆ 

คุณลุงจากไปด้วยอาการสงบ

...หลังงานศพ เสร็จสิ้น..... 

ค่ำคืนนั้น พี่ใหญ่มาหาเราที่บ้าน ยื่นถุงกระดาษส่งให้ บอกว่า..... 

" พ่อฝากไว้ให้ พ่อกำชับไว้ตั้งแต่ก่อนตาย ว่าต้องให้เรารับไว้ ไม่งั้นพ่อจะนอนตายตาไม่หลับ" 

 

เราแกะถุงเปิดดูข้างใน มีซองจดหมายทั้งหมด 10 ซอง 

จ่าหน้าว่า... 

คืนเงินเดือนที่ 1-2-3... ไปจนถึง คืนเงินเดือนที่ 10

ในแต่ละซอง ข้างในมีธนบัตรใบละ 1,000 บาท สิบใบ....ซองสุดท้าย มีข้อความว่า 

ถึง... 

หลานที่ไม่ใช่สายเลือด แต่ก็เป็นหลานที่ดีกับลุงเหลือเกิน

..... ลุงคืนเงินให้ตามที่เคยสัญญาขอบคุณที่ช่วยเหลือ เป็นธุระให้ ในทุก ๆ เรื่อง และเป็นเพื่อนคนแก่มาตลอด 

.... ป้ามารอลุงแล้ว..... ลุงต้องไปก่อน. 

 

อีก 2 วันถัดมาที่บ้านคุณลุง มีคนเข้ามาทำความสะอาด.....เราสังเกตุเห็นปฏิทินที่คุณลุงใช้ขีดฆ่าเพื่อนับวันรอลูก ๆ ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะหน้าบ้าน เดินไปที่ถังขยะหน้าบ้านลุง มองไปที่ประตู มีป้ายประกาศติดไว้ 

ขายบ้าน ด่วน ! 

เราไปเก็บปฏิทินมาทำความสะอาด

....... นึกถึงภาพคนแก่ ที่หยิบดินสอขีดฆ่าตัวเลขบนปฏิทิน ด้วยอาการมือสั่นเทา ลูก ๆ คงไม่รู้หรอกว่า ภายใต้ปฏิทินเก่า ๆ ไร้ค่าใบนี้ 

..... มันซ่อนความห่วงหาอาลัยซ่อนความเงียบเหงา ว้าเหว่ ซ่อนความเจ็บปวดร้าวลึก ของคนแก่คนหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดียวเพียงลำพังมานานกว่า 10 ปี 

เราตั้งใจจะเก็บปฏิทินนี้ไว้ เพื่อเป็นที่ระลึกตลอดไป

ขอให้บุญกุศล และคุณงามความดี ทั้งหลายทั้งปวง ที่คุณลุงได้สั่งสมมาตลอดชั่วชีวิต 

จงนำพาดวงวิญญาณอันบริสุทธิ์ของคุณลุง ไปสู่สุคติในดินแดน อันสงบ ร่มเย็น ชั่วนิจนิรันดร์.....   

 

อ่านจบ ก็ขออย่าให้ใครเป็นแบบลูก ๆ เพื่อไม่ให้มีสภาพเป็นพ่อแบบ ลุง 

 

 

หมวดหมู่บันทึก: เรื่องทั่วไป
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 01 กุมภาพันธ์ 2558 22:15 แก้ไข: 01 กุมภาพันธ์ 2558 22:32 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 MK, Ico24 คนธรรมดา, และ 5 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อ่านแล้วน้ำตาไหลนะคะ ชีวิตคนเราไม่มีอะไรที่แน่นอนเลย อย่างน้อยคุณลุงท่านก็มีบุญพอที่จะมีเพื่อนบ้านดีๆมาเป็นเพื่อนช่วยดูแล ได้มาเล่าเรื่องราวสะท้อนให้คนอื่นๆ โลกใบนี้คงมีคนแบบคุณลุงที่ขาดคนเหลียวแลแม้แต่ลูกตัวเองอยู่อีกไม่น้อยทีเดียวนะคะ 

Ico48
ชวนป๋วย ปี่แป่กอ [IP: 180.183.27.58]
02 กุมภาพันธ์ 2558 14:23
#101673

 

ในอีกแง่หนึ่ง ก็ไม่รู้ว่าลุงป้าแกอบรมเลี้ยงดูลูกอย่างไร ถึงได้พร้อมใจกันไม่ผูกพันธ์ห่วงใยเหลียวแลพ่อเลยอย่างนั้น

สมัยลูกเด็ก ๆ เคยพาไปเยี่ยมปู่ทวด ย่าทวด เป็นประจำบ้างหรือเปล่า ปลูกฝังความคิดและทัศนคติให้ลูก ๆ อย่างไร ?

 

เคยเห็นบางคนเมินตำแหน่งยิ่งใหญ่ เงินเดือนก้อนโต เพื่ออยู่ใกล้ชิดดูแลพ่อแม่

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.233.111.242
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ