นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 746
ความเห็น: 0

สภาพฝนภาคใต้ย้อนกลับมา 2. น้ำที่ต้องจัดการ

คงต้องเปลี่ยนจากการป้องกันน้ำท่วมมาจัดการน้ำ ก่อนน้ำจะขาดแคลนจนเกิดปัญหา คือกักเก็บน้ำไว้ใช้ แทนปล่อยทิ้งไปเมื่อน้ำมาจนขาดแคลนน้ำ

ฝนของภาคใต้ตอนล่าง เป็นฝนที่เกิดจากอากาศหนาวจากประเทศจีน ที่เรียกว่าร่องความกดอากาศสูงพัดลงมาในเขตร้อน ผ่านอ่าวไทยจึงดูดซับน้ำเป็นฝนมาตกในภาคใต้ตอนล่าง ดังนั้น เมื่อใดที่ทางเหนือมีอากาศหนาว ทางภาคใต้จะมีฝนตก ด้วยเหตุดังกล่าว

การที่ลมหนาวมีความแรงกว่าลมร้อนในช่วงนี้ เป็นเพราะโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี ซึ่งฤดูนี้เป็นระยะเวลานี้เป็นช่วงที่โลกอยู่ในรัศมีที่ไกลจากดวงอาทิตย์ จึงทำให้อากาศหนาวมีความแรงมากกว่าอากาศร้อน ทำให้อากาศทางขั้วโลกพัดเข้าสู่อากาศร้อนบริเวณเส้นศูนย์สูตร รวมถึงประเทศไทย  ตามที่เราได้ยินการพยากรณ์อากาศ

“ร่องความกดอากาศสูงบริเวณประเทศจีนแผ่ลงมายังภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีอากาศเย็นลง หรือหนาวเพิ่มขึ้น”

ซึ่งตรงข้ามกับช่วงฤดูร้อน ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ที่โลกจะอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ที่ให้ลมร้อนมีความแรงกว่าลมหนาว ทำให้อากาศร้อนพักจากมหาสมุทรอินเดีย หอบเอาน้ำจากฝั่งอันดามันเข้าประเทศไทย ที่เรียกว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่ทำให้มีฝนตกหนักพาดผ่านบริเวณจังหวัดระนอง สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ และเป็นฤดูฝนของประเทศไทยทั้งภาคกลางภาคเหนือ ที่เกิดจากอากาศร้อนมีความแรงกว่าอากาศหนาว

รวมถึงการก่อตัวของพายุฤดูร้อนที่ก่อตัวแถบประเทศฟิลิปปินส์พัดเข้าสู่ทวีปตั้งแต่บริเวณประเทศเวียตนามจนถึงประเทศจีน ซึ่งเป็นบริเวณรับลมมรสุม ซึ่งปีนี้ ยังมีลมพายุก่อตัวล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเข้าฟิลิปปินส์ที่ทำให้เกิดความเสียหายและคนตายเป็นจำนวนนับพัน และเป็นพายุที่ไม่สามารถพัดเข้าหาฝั่งทวีปเอเซียเนื่องจากร่องความกดอากาศสูงมีกำลังแรง คืออากาศหนาวในช่วงนี้ของประเทศไทย ดันให้พายัพดกลับไปยังประเทศฟิลิปปินส์อีกรอบ  

อย่างปี 2554 ที่ผ่านมา เป็นปีที่พายุก่อตัวในทะเลจีนใต้มากเป็นพิเศษ และยังมาติดต่อกัน ที่ทำให้มีฝนตกมากในประเทศไทย จนเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของสภาพอากาศในปีนี้ ที่จังหวะเวลา การปะทะของอากาศปรับเปลี่ยนไป จนทำให้ประเทศไทยเกือบประสบปัญหาความแห้งแล้ง ทั่วประเทศ ยังโชคดีที่มีฝนตกในช่วงนี้มาบรรเทาความเดือดร้อน ที่เวลาขยับมาช้าลง ประมาณ 1 เดือน

เข้าใจธรรมชาติ เพื่อเตรียมการกับชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อลดปัญหา หากมีการเตรียมการที่ดี แต่ประวัติศาสตร์ธรรมชาติได้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะสภาพภูมิศาสตร์ ที่วันนี้ไม่รู่ว่าที่ใดคือที่สูง ที่ต่ำ ทำให้ไม่รู้ว่าน้ำจะไหลไปทางไหน เพราะฝีมือพวกเรา แต่ธรรมชาติของน้ำยังเหมือนเดิม คือไหลลงสู่ที่ต่ำ อยู่ว่าตรงไหนต่ำกว่า ก็ไปทางนั้น ท่วมขังบริเวณนั้นหากไม่มีทางไป จนล้นแล้วก็เอ่อไหลต่อกระจายออกไป

ตอนนี้ใครรู้บ้างว่า ในบริเวณหาดใหญ่ ตรงไหนสูง ต่ำ น้ำจะไหลไปทางไหน ตรงไหนเป็นแอ่งให้น้ำขัง

ความจริงน้ำเป็นสิ่งมีค่า ควรรู้ว่า หาดใหญ่ต้องใช้น้ำปีละเท่าไร เพิ่มขึ้นอย่างไร จะใช้น้ำจากแหล่งใด จะเก็บสะสมไว้ใช้อย่างไร เท่าไร ที่ไหน หากปล่อยทิ้งไป จะขาดแคลนน้ำในที่สุด

คงต้องเปลี่ยนจากการป้องกันน้ำท่วมมาจัดการน้ำ ก่อนน้ำจะขาดแคลนจนเกิดปัญหา คือกักเก็บน้ำไว้ใช้ แทนปล่อยทิ้งไปเมื่อน้ำมาจนขาดแคลนน้ำ ไม่ใช่เฉพาะหาดใหญ่

แต่ทั้งประเทศไทย จะได้ไม่ต้องมาห้ามปลูกข้าวทำนา จะได้ไม่มีปัญหาแห้งแล้ง จะได้ไม่มัวกลัวน้ำท่วม จะได้มีน้ำเพียงต่อการดำรงชีพ อุตสาหกรรม และเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตรกรรม จัดการน้ำคือคำตอบ

 

หมวดหมู่บันทึก: บริการวิชาการ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 15 ธันวาคม 2555 18:55 แก้ไข: 15 ธันวาคม 2555 18:55 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 LeeO, Ico24 คนธรรมดา, และ 2 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ