นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 910
ความเห็น: 0

ทำงานแบบหารเฉลี่ย

คิดระอาเพื่อนร่วมงาน นอกจากการทำงานแบบไม่มีความสุข ยังทุกข์ และพาเพื่อนทุกข์ บดบังความสามารถ ผลงานของตนด้วย

คำว่า หารเฉลี่ย หมายการนำของทุกสิ่งมารวมกันแล้วแบ่งให้เท่า ๆ กัน ใครมีมากเฉลี่ยให้คนส่วนน้อย ใครมีน้อยก็รับของเพื่อนมา หากเป็นเงินคนมีน้อยกว่าค่าเฉลี่ยก็กำไร คนมีมากกว่าค่าเฉลี่ยก็ขาดทุน

แต่หากเป็นงานจะหารเฉลี่ย แบ่งงานให้เท่า ๆ กันได้ไหม ?? คนมีงานน้อยก็ต้องทำมากขึ้น และคนมีงานมากก็ทำลดลง ซึ่งดูเหมือนจะดีในแง่ของความยุติธรรม

แต่ในทางปฏิบัติจริง ไม่สามารถหารได้แบบนั้น เพราะ

  • แต่ละคนมีความสามารถต่างกัน ยิ่งสมัยนี้ ยิ่งมีความต่างกันมากขึ้น ทั้งความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ
  • แต่ละคน ได้รับค่าแทน เงินเดือนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง และวุฒิการศึกษา

การทำงานแบบหารเฉลี่ย จึงไม่ใช่นำงานมารวมกันแล้วหารแบ่งกันแบบง่าย ๆ แต่ต้องแบ่งตามหน้าที่ และความสามารถ แบ่งมูลค่าและความสำคัญของส่วนที่ทำงาน

ส่วนสำคัญของการทำงานแบบหารเฉลี่ย ต้องยึดคำว่าเพื่อนร่วมงาน อย่างจริง ๆ เพราะคำว่า เพื่อน คือการช่วยเหลือ เกื้อกูลกันตามความสามารถ

ใครมีอะไรดีกว่า เก่งกว่า ต้องนำมาเสริมการทำงานทั้งกระบวนการ หมายถึงตั้งแต่ต้นจนจบ ต้องไม่เกี่ยงว่าเป็นงานของใคร คือดึงความสามารถมาใช้งานอย่างเต็มที่ เพื่อให้งานดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพราะหากไม่นำมาเสริมกันจะทำให้งานลดประสิทธิภาพลง

คือ เฉลี่ยความสามารถของคนที่เก่งมาเสริมทีม ให้งานดีขึ้น มีค่ามากขึ้น ในภาพรวม

ทีนี้ เมื่อมาดูค่าตอบแทน ก็จำเป็นต้องเฉลี่ยคืนให้คนเก่งที่นำความสามารถมาทำให้งานมีค่าและประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งคนที่ทำงานน้อยกว่า ความสามารถน้อยกว่า ต้องยอมรับความเป็นจริงนี้ หรือ มิฉะนั้นต้องพัฒนาความสามารถตนให้เท่าเทียมคนอื่น หรือความสามารถอื่นมาเสริมทีม เสริมกระบวนการทำงานให้มีค่าเพิ่มขึ้น

จะเห็นว่า การทำงานแบบหารเฉลี่ย เป็นการนำความสามารถของคนเก่งมาเสริมให้งานมีประสิทธิภาพ เร็ว มีค่ามากขึ้น

การทำงานแบบหารเฉลี่ย แต่ละคนต้องยอมรับในความสามารถจริง ๆ ของตนเองและเพื่อนร่วมงาน และยอมรับผลของการดำเนินการ

หลักสำคัญ ต้องไม่คิดเล็ก คิดน้อย คิดอิจฉา ริษยา ไม่คิดขัดขา ขัดขวางกันเอง คิดระอาเพื่อนร่วมงาน ที่ทำให้ทุกคนแพ้ 

แต่ต้องคิดแบบภาคภูมิใจกับเพื่อนร่วมงานที่เก่ง ช่วยเหลือให้กำลังใจ และยอมรับในความเป็นจริง

ต้องคิดภาคภูมิใจในตัวเองที่เอาความเก่งมาเสริมการทำงานของงาน ของเพื่อนร่วมงาน 

หากมัวคิดระอาเพื่อนร่วมงาน นอกจากการทำงานแบบไม่มีความสุข ยังทุกข์ และพาเพื่อนทุกข์ บดบังความสามารถ ผลงานของตนด้วย เรียกว่า ความเก่งก็ไม่พา ปัญญาก็ไม่เกิด 

ลองยกตัวอย่าง ว่ามีเพื่อนร่วมงานที่ทำอาหารอร่อย ทำแล้วมีคนติดใจ มาคนมาทาน มีลูกค้าเยอะ ทำให้มีกำไรมาก และเมื่อกำไรมาก ทุกคนก็ได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น

  แต่คนทำอาหารอร่อยจะได้ค่าตอบแทนมากกว่า คือ ทุกคนได้เพิ่ม แต่คนสำคัญที่ทำให้ได้มูลค่าเพิ่ม ได้มากกว่า ซึ่งคนอื่นก็ต้องเสริมเพิ่มค่า เช่น ช่วยเตรียมวัสถุดิบ การเสริฟ การบริการ เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น

การทำงานแบบหารเฉลี่ย จึงเป็นความรู้สึกของคำว่าเพื่อนร่วมงาน

  • ยอมรับความสามารถของแต่ละคน
  • เสริมทีม เสริมการทำงาน
  • และยอมรับผลการดำเนินการ ที่ทำให้แต่ละคนได้ผลประโยชน์เพิ่ม และให้คนเก่งกว่าได้มากกว่า

คือหลักของความพอดี พอเพียงในทีมงาน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และความเป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งทำให้ผลการทำงานแบบ ชนะ ชนะ ด้วยกันทั้งทีม เป็นการพัฒนาจิตวิญญาณการทำงานและการทำงานเป็นทีม แบบ win win  

 

created: 25 November 2012 17:46 Modified: 25 November 2012 17:46 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 คนธรรมดา and Ico24 บิวตี้.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.204.48.199
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ