นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 803
ความเห็น: 1

คนทำงานยุคใหม่ ต้องคิดได้ ใช้เป็น

ถามตัวเองว่า ที่ทำเป็นแบบอย่างที่ดี หรือยัง แล้วอะไรคือสิ่งที่ดี แล้วทำ

การทำงาน การดำรงชีวิตของคนยุคปัจจุบัน ที่มีความรู้มากมาย ที่ต่างไปจากสมัยก่อน

นอกจากมีความรู้มากมาย ยังเกิดขึ้นใหม่จนตามแทบไม่ทัน รวมความแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ทำให้ทุกคนอยู่เหมือนเดิมไม่ได้ ต้องปรับตัวให้ทัน รู้เท่าทันทั้งความรู้ และจิตใจ คือต้องปรับทั้งกายและใจ

การปรับตัวให้ทัน ต้อง

1.  ต้องคิดได้ ต้องคิดตามความเป็นจริง ไม่ใช่คิดตามทฤษฎี คิดตามความรู้ที่อ่าน ที่เรียน เพราะทั้งหมดคืออดีตที่ผ่านมาแล้ว ที่ต่างจากความเป็นจริง ทั้งสภาพอากาศ สังคม เศรษฐกิจ ทั้งค่าเงิน ราคาวัตถุดิบ ปัจจัยการผลิต และเทคโนโลยี ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนแปลงทุกวัน จึงต้องตามด้วยการคิดให้ทัน

2.  ต้องหาและอ่านให้เป็น การอ่านไมใช่อ่านแค่รู้ แต่ต้องเข้าใจ ถึงที่มา สาเหตุ ความเหมือน ความต่าง เพื่อให้สามารถปรับใช้งานได้ตามสภาพจริง ไม่ใช่สภาพที่อ่าน สภาพตามทฤษฎี นั่นคืออ่านอย่างวิเคราะห์ ให้สามารถนำไปสังเคราะห์ใช้งานได้ จึงไม่ใช่รู้แบบจำ แค่ทำตามได้

3.  ต้องนำความรู้มาใช้งานเป็น คำว่าใช้เป็น คือให้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งประสิทธิผล และประสิทธิภาพ ที่ตอบสนองต่อเป้าหมาย ตรงตามความต้องการ ไม่เกิดผลกระทบเสียหาย ต้องเร็ว ต้องดี ต้องถูก และคำว่า ถูกนั้นไม่ใช่ราคาถูก แต่หมายถึงถูกต้องคือ ถูกตามระเบียบ ระบบ ไม่มีพิษมีภ้ย และถูกใจผู้ใช้ นั่นคือถูกตามความเหมาะสมและถูกใจผู้รับ จะเห็นว่าของคุณภาพมีการจองซื้อมากกว่าของราคาถูก แต่ไม่ตรงตามความต้องการของผู้ซื้อ

การทำงานเป็น ต้องวิเคราะห์เป็น ถึงข้อดี ข้อเสีย ราคา มูลค่า ต้นทุน ความคุ้มค่า คุ้มทุน เพราะปัจจุบันไม่มีของฟรีที่อ้างเฉพาะคุณค่า แต่ต้องให้คุ้มค่าเพราะคนทำยังต้องการค่าตอบแทนที่ดีที่คุ้ม

นอกจากวิเคราะห์เป็น ยังต้องนำเสนอเป็น ทั้งนำเสนอด้วยวาจา การเขียน ต้องกระชับ ชัดเจน เพราะเวลาปัจจุบันมีค่ามาก การชักช้า บางครั้งแค่เสี้ยวนาทีก็อาจเสียเปรียบ แต่ยังเห็นคนไทย โอ้เอ้ ชักช้า ไม่ผลักด้นตนเอง ไม่ผลักดันงาน

อีกอย่าง ที่คนไทยขาด คือ การพึ่งพากันและกัน คนใหม่กลัวคนเก่า คนเก่าดูแคลนคนใหม่ว่าไม่มีประสบการณ์ ทางที่ดีต้องพึ่งพากันละกัน เพราะคนใหม่มีความรู้ ทักษะ และความไวในการปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ  ส่วนคนเก่ามีประสบการณ์ ต้องเปิดใจรับรู้ความสามารถของคนรุ่นใหม่ และประสบการณ์คนรุ่นเก่า แล้วร่วมผลักดันไปสู่เป้าหมายของงาน อย่างจริงใจ

อีกส่วนที่สำคัญ ต้องลดอารมณ์และเข้าใจอารมณ์ของกันและกัน โดยเฉพาะคนไทย ที่ยิ่งรู้จักกันในเพื่อนร่วมงาน กลับยิ่งมีปัญหาและไม่เข้าใจคำว่าเพื่อนร่วมงาน ที่เห็นหลายคนไปทำงานนอกหน่วนงาน นอกภาควิชา นอกคณะ นอกมหาวิทยาลัยได้ดี แต่กับหน่วนงานของตน กลับไม่ช่วยกันสร้าง ยังช่วยทำลาย แล้วจะเจริญได้ไง

ดังนั้น หากต้องการให้หน่วยงาน ภาควิชา คณะ มหาวิทยาลัยเจริญ คนในองค์ต้องเจริญก่อนด้วยการสร้าง ไม่ใช่ทำลาย

ยิ่งเป็นมหาวิทยาลัย การทำงานดียังเป็นบทเรียนที่ดีแก่นักศึกษา จะเป็นคนรุ่นใหม่ที่ดีอีกด้วย เพราะบทเรียนที่ดีไม่ใช่อยู่ที่สอน แต่อยู่ที่การปฏิบัติจริง

คนในปัจจุบัน จึงต้องคิดได้ ใช้เป็น คิดให้ทันความจริง ใช้ให้เป็นประโยชน์ และเป็นแบบอย่างที่ดี หากต้องการเห็นสังคมที่ดี

อย่ามัวโทษใคร ๆ รอให้ใครมาทำ มาเปลี่ยนแปลง ให้ถามตัวเองว่า ที่ทำเป็นแบบอย่างที่ดี หรือยัง แล้วอะไรคือสิ่งที่ดี แล้วทำ       

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 17 พฤศจิกายน 2555 19:35 แก้ไข: 18 พฤศจิกายน 2555 14:40 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 บิวตี้ และ Ico24 หนูณิชน์.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ใช่เลยคะ อารมณ์ ทำให้เสียคนมานักต่อนักแล้ว อิอิ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.231.226.211
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ