นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1250
ความเห็น: 0

พฤติกรรมน่าห่วงของเด็กไทย

ที่แย่สุดคือ การใช่เด็กเป็นที่หาประโยชน์ส่วนตนแทนที่จะช่วยกันป้องกัน หล่อหลอมให้เป็นคนที่พร้อมเป็นพลเมืองดีของประเทศ

 

เมื่อ 12 ต.ค. 2555 ได้ทำหน้าที่คุมสอบตามวิชาที่สอน คือ ผู้สอนต้องคุมสอบ

นักศึกษาที่เรียนเข้าสอบกันทุกคน เมื่อคุมสอบไปประมาณ 1 ชม. ครึ่ง ซึ่งเวลาสอบมี 3 ชม. นักศึกษาบางคนเริ่มส่งข้อสอบ แต่เมื่อเปิดข้อสอบดู ปรากฏว่า ทำข้อสอบไม่หมดที่ไม่ได้เกิดความสะเพร่า แต่เพราะทำไม่ได้ จึงไม่ทำ

ที่แย่คือ ข้อสอบบางข้อที่ให้ทำเป็นการบ้าน ทำงานส่งและเคยทำไม่ถูก และได้เรียกให้มารับและอธิบายเพื่อให้เข้าใจจะได้นไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งคิดว่านักศึกษาทุกคนน่าจะทำได้ เพราะตอนมารับงานคืน ย้ำแล้วย้ำว่าเข้าใจหรือไม่ ซึ่งทุกคนบอกกว่าเข้าใจ ซึ่งมีคนทำไม่ได้จำนวนหลายคนจนน่าแปลกใจที่รับปาก แต่ไม่รับรู้ 

เห็นพฤติกรรมของเด็กไทยเช่นนี้แล้ว น่าเป็นห่วงมาก ๆ 

พฤติกรรมของเด็กไทย ปัจจุบัน 

การเรียน มักเรียนให้ผ่านให้สอบได้ ไม่ใช่เรียนรู้เพื่อนำความรู้ไปใช้งาน

รียนจำ มากกว่าเข้าใจ ซึ่งออกข้อสอบ ทำการบ้านที่ในลักษณะให้แสดงถึงความเข้าใจ นำไปใช้งานมักทำไม่ได้

ตอบคำถามแบบตอบไปเรื่อย ไม่ตอบตามคำถาม เช่นถามจุดเน้นเฉพาะแต่ตอบแบบยกมาทั้งหมดไม่ตอบจุดเน้นตามคำถาม

ทำอะไรแบบถอดใจ ทั้งเรียนทั้งสอบ เรียนไม่รู้เรื่องก็ปล่อยไป ไม่ค้นคว้า หาความรู้เพิ่มเติม รวมถึงการสอบอย่างที่กล่าวข้างต้น ซึ่งไม่ใช่พึ่งเกิดแต่เกิดมานานแล้ว

กลัวในหน้าที่ เห็นหลายคนมีความสามารถเป็นพิธีกร ร้องเพลงได้ดี แต่พอเสนอสัมมนา ให้นำเสนอกลับกลัว รวมทั้งตอบคำถามต่าง ๆ ทั้งที่น่าจะใช้ศักยภาพที่มาใช้ให้เป็นประโยชน์    

กล้าในสิ่งไม่ควรกล้า เช่น กล้าหนีเรียน กล้าแสดงกิริยา มารยาทที่ไม่สมควร อย่างเห็นเด็กผู้หญิงดื่มสุรา เบียร์ มากขึ้น แบบดูเป็นของเด่น ของดี

ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล มักสนุกไปโดยไม่คิดถึงผลเสีย ไม่คิดถึงอนาคต แม้แต่การเรียนก็ไม่ทำหน้าที่ ไม่เสียดายเวลา ค่าเล่าเรียน และมีอารมณ์เหงา เครียดง่าย

ตอบสนองต่อสิ่งเร้า อยากได้ของตามกระแส

มีรู้จักใช้เวลาให้เป็นเกิดประโยชน์ นอนดึก ตื่นสาย บังคับตัวเองในทางที่ดีไม่ได้ แต่ชอบทำในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์

อ่อนแอ อ่อนไหวต่อความรู้สึก ไม่มานะ อดทน

ที่สำคัญ มองหน้าที่ไม่ออก ว่าต้องทำอะไร ไฝ่แต่ความสนุกที่ตนชอบ ที่ไม่ชอบจะเป็นทุกข์ทันที

ยังดีที่ยังพอฟังเหตุ ฟังผล หากอธิบายด้วยเหตุผลที่ดี แต่ยังปฏิบัติตามเหตุผลไม่ได้

สาเหตุทั้งหมด ไม่น่าจะผิดที่เด็ก แต่ผิดจากการเลี้ยงดู การศึกษารวมถึงสังคมที่มักใช้เด็กเป็นเป้า เป็นเครื่องมือหาประโยชน์ของผู้ใหญ่

 ฤติกรรมของผู้ใหญ่ในสังคม ที่สร้างแต่สิ่งล่อใจ ใส่อบายมุข ทั้งหวย ทั้งยาเสพติด

และการใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล เอาตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ใส่ใจประโยชน์ของส่วนรวม ของประเทศ

สรุปคือ ต้นแบบสังคมไม่ดี จึงสอนยากเข้าไปอีก จึงเรียนเพื่อสอบผ่าน เพราะบทเรียนต่างจากสภาพ พฤติกรรมจริงในสังคม

หากจะแก้ต้องแก้ที่ต้นแบบ หากสังคมยังเป็นเช่นนี้ ยากที่ปลูกฝัง ยากที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรร

หากจะเปลี่ยน ต้องเปลี่ยนที่ผู้ใหญ่ อย่ารอคนรุ่นใหม่ที่ถูกผู้ใหญ่บังคับตั้งแต่การเลี้ยงดู การศึกษา และการทำให้ดู

ที่แย่สุดคือ การใช่เด็กเป็นที่หาประโยชน์ส่วนตนแทนที่จะช่วยกันป้องกัน หล่อหลอมให้เป็นคนที่พร้อมเป็นพลเมืองดีของประเทศ  

แล้วจะหล่อหลอมกันอย่างไร ฝากผู้ใหญ่แก้กันด่วน แก้ที่ท่านก่อนแกที่เด็ก

ที่บันทึกไว้ในหมวด บริหารทรัพยากรมนุษย์ เพราะเป็นการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญของสังคมไทย 

หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 30 ตุลาคม 2555 19:35 แก้ไข: 30 ตุลาคม 2555 19:35 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Our Shangri-La, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.214.184.124
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ