นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 946
ความเห็น: 0

การทำงานให้มีตัวตน คนมีค่า 1. ที่มาและสาเหตุ

ขาดสำนึกการทำงานเพื่อใช้ พัฒนางานจริง

การทำงานให้มีตัวตน คนมีค่า หมายถึง การทำงานให้รู้เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ ใช้ความรู้ทำงานและพัฒนางานในหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพและค่าแก่องค์กร

เช่นพนักงานพิมพ์ ไม่เพียงแต่หนังสือตามสั่ง แต่ต้องใช้ศัพท์ ใช้คำให้ถูกต้อง ใช้แบบฟอร์มให้ถูกต้อง ใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ให้เป็นคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช่พิมพ์เป็น ต้องใช้โปรแกรมจัดระบบการทำงาน ช่วยงานตามความสามารถด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีการพัฒนา

ต้องทำงานให้รู้สาระ ข้อมูล ระบบงาน ไม่ใช่แค่ทางผ่านแค่บุรุษไปรษณีย์ ซึ่งต้องใช้ระบบการทำงาน ต้องเข้าใจงานองค์กรไม่ใช่แค่หน้าที่ของหน่วยงานที่ทำ ต้องรู้ว่าเคยมีงานอะไรต้องทำประจำ ไม่ใช่แค่ทำงานไปวัน ๆ ซึ่งการเข้าใจและรู้จักระบบงานจะได้เตรียมงานไว้ เพราะงานส่วนใหญ่ขององค์จะเป็นงานที่เกิดประจำ ซ้ำ ๆ กันปีต่อปี เพียงต้องการข้อมูลใหม่ จึงเรียกว่า ทำงานแบบมีประการณ์ ไม่ใช่แค่แก่ตามอายุงาน

ความจริง คนทำงานทุกคนถูกคัดเลือกด้วยความรู้ความสามารถ ด้วยสัญญา ข้อตกลงในการสอบคัดเลือกว่ามีความรู้ มีความตั้งใจทำงาน แต่อยู่ไป ความรู้ ความตั้งใจ คำมั่นสัญญากลับหายไป ที่แปลกใจคือไม่สามารถนำความรู้ที่ตนมีมาใช้งาน พัฒนาค่างานได้

เช่น พนักงานคอมพิวเตอร์น่าจะให้ความรู้ที่มีดูว่า จะมาปรับการทำงานด้วยเทคโนโลยีให้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างไร กลับรอทำงานตามสั่งที่คนสั่งมักไม่ค่อยมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ จึงได้กระบวนการทำงานด้วยมือผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่ขาดการใช้ความสามารถทางคอมพิวเตอร์เพิ่มประสิทธิภาพการจัดระบบการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

คือตัวอย่างการทำงานที่มีตัวตน คนที่มีความรู้หายไป กลายเป็นคนทำงานด้วยมือ ไม่มีความรู้ สติปัญญาที่มีตามวุฒิการศึกษา ตามตำแหน่งหน้าที่ รวมถึงด้านอื่น ๆ  การทำบัญชี การเงิน การบริหารจัดการ การบริหารบุคคล การศึกษา ที่ทำงานให้ผ่านไป แต่ไม่ปรับตามเป้าหมายของวิชาการนั้น ๆ จึงเป็นตัวปัญหาทำให้งานช้ามากกว่าเพิ่มค่า ประสิทธิภาพงาน ผิดหลักการของความเป็นมืออาชีพ

ปัญหาที่เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะ การศึกษาที่เป็นแบบเรียนลอกไม่ใชเรียนรู้ คือลอกความรู้จากตำรามาเรียน แต่ไม่เข้าใจในความรู้นั้น ๆ จึงนำมาใช้งาน พัฒนาการทำงานไม่ได้ ที่สำคัญผู้สอนก็ไม่เคยนำความรู้นั้นไปใช้งานจริง จึงแตกฉานแบบจำมาถ่ายทอด อ่านมาสอน แยกแยะไม่ออกว่าอะไรที่ใช้งาน อะไรไม่จำเป็น ทำให้การสอนมีความรู้เนื้อหามากมายจนสอนไม่ทัน คนเรียนก็จำไม่ทัน อย่างดีก็จำไปทำข้อสอบได้ แต่นำไปใช้งานไม่ได้ เพราะไม่ถูกใช้ตั้งแต่ผู้สอนแล้ว

อีกอย่าง คือต้นแบบของการเรียนรู้และการทำจริงในชีวิต โดยเฉพาะด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่มีเพียงคำพูด แต่ไม่ปฏิบัติจริงของสังคม ของการใช้ชีวิตจริงไม่เป็นไปตามที่ปรากฎในตำรา คำสอน ทฤษฎี จึงทำให้เกิดการเรียนแบบจำไปทำข้อสอบ แต่ไม่นำไปปฏิบัติ ทั้งระบบของสังคมทุกระดับ รวมถึงผู้สอนก็ทำ ใช้ชีวิตต่างจากที่สอน

ปัญหาจึงเกิดจากการสอนแบบเรียนจำ ไม่ใช่เรียนทำ จึงประยุกต์ใช้จริงไม่ได้

อีกทั้งยังขาดสำนึกการทำงานเพื่อใช้ พัฒนางานจริง เช่นการทำวิจัยไม่ได้วัดผลการนำไปใช้งาน แต่วัดว่าไปตีพิมพ์ที่ไหน มีใครอ่านไปอ้างอิง ใช้เงิน กำลังมากมาย ได้กระดาษไม่กี่แผ่น ต่างจากการทำธุรกิจที่ไม่มีรายงานเป็นกระดาษแต่มีผลงานไปใช้สร้างค่าทำธุรกิจ

สรุป เหตุเพราะระบบการศึกษา การทำงาน การสร้างค่างาน โดยเฉพาะค่านิยมของสังคมไทย ไม่นำไปสู่การพัฒนางานจริง

จึงนำความรู้ไปใช้งานจริง พัฒนาค่างานไม่ได้ เป็นผลให้มีงานธุระการ งานกระดาษมากมายเป็นหลักฐาน ที่ผลงานจริงยังไม่เชื่อ แต่ทำกระดาษจึงเชื่อได้

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 29 สิงหาคม 2555 19:45 แก้ไข: 29 สิงหาคม 2555 19:51 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา และ Ico24 บิวตี้.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.94.202.6
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ