นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 984
ความเห็น: 0

คนขององค์กร เพื่อเพิ่มค่าคนทำงานและประสิทธิภาพขององค์กร

สามารถเพิ่มค่าของบุคคลได้ทุกระดับ และนำความสามารถของแต่ละคนมาทำงานได้เต็มที่

องค์กรในที่นี้ หมายถึง หน่วยงานใหญ่สุดที่ทำงานด้วย เช่น มหาวิทยาลัย ที่ต้องทำงานร่วมกันเป็นระบบ พึ่งพา เสริมกันและกัน

มหาวิทยาลัย โดยทั่วไป ประกอบด้วย คณะ หน่วยงาน ภาควิชา งาน หน่วย ฯลฯ

แน่นอนการทำงานของแต่ละคนจะสังกัดหน่วยย่อยสุด จึงทำให้แต่ละคนทำงานตอบสนองต่อหน้าที่ต่อหน่วยงานย่อยสุดของตน และคนที่อยู่หน่วยงานระดับใหญ่กว่าจะคอยควบคุมหน่วยงานระดับเล็กลงตามลำดับ เช่น มหาวิทยาลัยควบคุมคณะ คณะควบคุมภาควิชา และบ่อยครั้งที่คนระดับล่างสุดอาจมีความรู้ ความชำนาญ ตำแหน่งเฉพาะตนสูงกว่าด้วย และผู้ที่อยู่หน่วยงานระดับสูงสุดอาจไม่รู้เรื่องของสาระจริงของงาน ทำหน้าที่เพียงรวบรวมส่งผ่านขึ้นและลง เข้าและออก

การทำงานเช่นนี้ เป็นเพียงความรับผิดชอบตามระดับหน่วยงาน แต่ไม่สามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และอาจทำให้คนในหน่วยงานระดับที่เล็กกว่าตั้งใจและรับผิดชอบลดลง เพราะถูกควบคุมโดยหน่วยงานระดับสูงกว่าตลอดเวลา ทำให้หน่วยงานระดับสูงกว่ามีภาระงานเพิ่มขึ้นจากการสะสมของงานของทุกหน่วยงานระดับที่เล็กลงมา

นอกจากประสิทธิภาพการทำงานไม่เกิด ยังนำไปสู่ความขัดแย้ง โทษกันไปมา ที่เลวร้ายที่สุดคือ

  • การสูญเสียคุณภาพการบริการสู่ลูกค้า
  • สียเวลาในการทำงานเพราะงานที่สุมรวมหน่วยงานระดับสูง เช่น ภาควิชาตัดสินใจไม่ได้ คณะตัดสินใจไม่ได้ ต้องรอระดับมหาวิทยาลัย ยิ่ง มอ. มีหลายวิทยาเขตยิ่งมีปัญหาและเสียเวลาเพิ่มขึ้น

แนวคิดของความเป็นคนขององค์กรในการทำงาน คือการใช้หน้าที่งานขององค์กรเป็นตัวตั้ง ที่ไม่ว่าจะทำงานในหน่วนงานระดับใด ในหน้าที่เดียวกัน ต้องให้สามารถทำหน้าที่บริการได้เช่นเดียวกัน เช่นเดียวกับสาขาของธนาคารที่ให้บริการได้เช่นเดียวกันไม่ว่าสาขาใด ที่ใด

ซึ่งการทำเช่นนั้นได้ ต้องปรับแนวคิดกระบวนการทำที่ยึดประสิทธิภาพการทำงานให้เป็นหนึ่งเดียว ที่

1.  คนทำงานจะไปยึดติดกับระดับหน่วยงานในองค์กร แต่ขึ้นกับเป้าหมายการบริการและทำงานให้มีประสิทธิภาพตามหน้าที่ ตามตำแหน่งงาน เช่น นักวิชาการการเงิน นักวางแผน นักวิชาการบุคคล ฯลฯ ทุก ๆ นัก

2.  ทุกคนต้องมีความรู้ในงานเท่าเทียมกันที่เรียกว่า สามารถทำงานแทนกันได้

3.  ต้องมีระบบฐานข้อมูลเป็นระบบรวม อย่างเช่นบัญชีธนาคารที่พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงเพื่อการให้บริการได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

4.  ต้องคิดว่า ทุกคนเป็นคนขององค์กร ไม่ใช่ของหน่วยงานระดับภาควิชา คณะ มหาวิทยาลัย

5.  ต้องไม่ใช่ทำงานเพื่อตอบสนองต่อผู้บริหารแต่ละระดับ แต่ต้องตอบสนองต่อเป้าหมายและประสิทธิภาพขององค์กร

การทำเช่นนี้ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว ในการปฎิบัติงานได้ทุกระดับ

สิ่งที่สำคัญ ต้องวางฐานข้อมูลให้เป็นระบบ ด้วยเทคโนโลยีอย่างเช่นระบบบัญชีธนาคารของลูกค้าทุกคน ไม่ว่าเจ้าหน้าที่สาขาใด ๆ สามารถนำมาใช้งานบริการลูกค้าได้ และการทำลักษณะเช่นนั้น จะทำให้ระบบ competency ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะทำงานเป็นระบบเดียวกันและบนมาตรฐานเดียวกัน

การทำให้ระบบการทำงานเป็น คนขององค์กร จะสามารถเพิ่มค่าของบุคคลได้ทุกระดับ และนำความสามารถของแต่ละคนมาทำงานได้เต็มที่ ด้วยการทำงานแบบเพื่อนร่วมงาน ไม่ใช่ควบคุมตามระดับของหน่วยงานในองค์กร ซึ่งเป็นการทำงานตามความสามารถ ไม่ใช่ ควบคุมด้วยอำนาจ 

 

หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 16 สิงหาคม 2555 17:47 แก้ไข: 16 สิงหาคม 2555 17:47 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Baby, Ico24 Our Shangri-La, และ Ico24 คนธรรมดา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.204.191.31
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ