นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1780
ความเห็น: 3

การทำวิจัย 2. หลักการทำวิจัย

การวิจัยไม่ใช่การทำตามกระบวนการ วิเคราะห์ทางวิชาการ แต่ต้องทำให้ผู้วิจัย รู้แจ้ง เห็นจริง เข้าใจจริง

หลักสำคัญของการทำวิจัย คือ ต้องไม่ทำซ้ำกับสิ่งที่มีการทำแล้ว จึงเรียกว่า re+search เพื่อการพัฒนาที่ดีกว่าเดิม และช่วยกันทำ คือที่มาว่าการทำวิจัยแล้วต้องมีการเผยแพร่ จดสิทธิบัตร ให้รู้มีใครได้ทำไปถึงไหนแล้ว

เสียดายที่คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าเป็นการจับจองเป็นเจ้าของ เก็บเป็นความลับที่ทำให้ช่วยกันพัฒนาต่อไม่ได้ และอาจเสียเปล่าเพราะไม่มีการนำไปใช้งาน 

การทำวิจัยต้องเริ่มด้วย

  • การค้นคว้า หาความรู้ ทางทฤษฎีด้วยการอ่าน การเรียนจากแหล่งความรู้ จากผู้รู้ ติดตามความรู้  ให้เข้าใจอย่างชัดเจน
  • ต้องทำให้ได้ความรู้ที่ทันสมัย รู้ว่ามีการทำไปถึงไหนแล้ว มีวิธีการทำอย่างไรบ้าง มีผลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ อะไร อย่างไรบ้าง

การอ่านบทความวิจัยต้องดูค่าความแม่นยำ มูลค่าการนำไปใช้ประโยชน์ และอย่างหลงคำอธิบายของผู้เขียน ผู้นำเสนอเท่านั้น  แต่ต้องว่าให้ได้ว่า มีมูลค่า ไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยดูที่ข้อมูล มีงานวิจัยจำนวนมากมีผลที่ได้ไม่มากนัก ไม่แตกต่างจากของเดิมมากนัก คือมีค่าการใช้ประโยชน์จริงได้น้อย ไม่คุ้มค่าการลงทุน

การอ่าน การค้นคว้าหาความรู้ เป็นสิ่งที่นักวิจัยจำนวนมากละเลย ทำแบบผ่าน ๆ ไม่รู้ไม่เข้ามจริง จึงนำไปใช้ประโยชน์ได้น้อย ไม่คุ้มค่า  หรือบางคนข้ามขั้นไป จึงทำวิจัยได้ไม่ดี ไม่มีความคิดวิเคราะห์ที่ดี แม่นยำ จนอาจทำวิจัยไม่เป็น

การวิจัยไม่ใช่การทำตามกระบวนการ วิเคราะห์ทางวิชาการ แต่ต้องทำให้ผู้วิจัย รู้แจ้ง เห็นจริง เข้าใจจริง ก่อน จึงนำไปสู่การทำวิจัยได้ดี เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนา เพื่อใช้ประโยชน์จริง 

อย่าเป็นนักวิจัยแบบใช้แรงทำวิจัย แต่ต้องเป็นนักวิจัยที่พัฒนา สร้างค่าจากความคิด ความอ่านของตน ให้เกิดผลใช้สร้างค่าได้จริง คือนักวิจัยมือชีพ ไม่ใช่แค่ทำอาชีพทำวิจัย

นักวิจัยมืออาชีพ คือ ทำวิจัยเพื่อนำผลไปใช้ประโยชน์ สร้างรายได้มาเลี้ยงชีพ  

อาชีพทำวิจัย เป็นการรับจ้างทำวิจัย หาทุนทำวิจัยต่อเนื่องไป หาเลี้ยงชีพด้วยการทำวิจัย ไม่ใช่จากผลของการทำวิจัย

 

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 13 สิงหาคม 2555 17:18 แก้ไข: 13 สิงหาคม 2555 17:18 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อาจารย์ขา สายฝน เรืยน ป.เอก สาขาการบริหารนวัตกรรมเพื่อการพัฒนา ตอนนี้พึ่งได้ ปีที่ 1 ค่ะ ถ้าเรา จะเอาเรื่องเดิมที่เค้าทำแล้ว มาศึกษาหลายๆ เล่ม ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และอ่านจนทะลุ ปรุโปร่ง และเข้าใจอย่างดีแล้ว เราจะพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่ หรือเป็น "โมเดล หรือทฤษฎีใหม่" ของสายฝนเอง จะได้มั้ยค่ะอาจารย์ วันที่ 2 กันยายน 2555 นี้ สายฝนก็จะสอบ 3 บท พอสอบ 3 บท ผ่านแล้ว สายฝนก็จะเริ่มดำเนินการวิจัยตามแผนการวิจัยและเทคนิคการวิจัยในบทที่ 3 แล้วค่ะอาจารย์ สายฝนจะติดตามบทความใน share ของอาจารย์ค่ะ สายฝนมีความฝันไว้ว่า จะเป็นนักวิจัยที่ดีให้ได้ค่ะอาจารย์ ไม่แต่รู้ว่าจะทำได้มั้ย เหนื่อยมากค่ะอาจารย์ กว่าจะได้บทที่ 3 นี้ขนาดยังไม่ลงมือปฏิบัติตามแผนและเทคนิคการวิจัย

ขอบคุณ คุณสายฝนที่ติดตาม

ความยากคือการท้าทายความเก่ง และส่งคนเก่ให้โดดเด่นขึ้น

การพัฒนาทุกอย่าง จะเป็นรูปแบบซิกมอยด์ หรือเส้นกราฟรูปตัว (sigmoid curve) เมื่่อผ่านหน้าผาไปได้ หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องธรรมดา

การขึ้นหน้าผาต้องใชัความพยายาม ความอดทนที่สูงมากตามความยากของเรื่อง

หากตั้งใจจริง ทุกอย่างจะเกิดได้แน่นอน

แล้วจะเขียนบันทึกต่อให้เห็นว่า การสร้างนวัตกรรมนั้น ต้องดูอย่างไร

สายฝนก็จะติดตามค่ะอาจารย์ แต่ตอนนี้สายฝนก็ได้ลาออกจากเรียนแล้วค่ะ ก็ลาออกในวันที่ 15 สค.55 นี้เอง เสียดายที่สายฝนต้องทิ้งการเรียนในครั้งนี้ไป เพราะว่า ต้องใช้เงินทุนของตนเองทั้ง 100% กว่าจะจบ ก็ประมาณ 700,000 บาท ตอนนี้ก็ใช้ไปประมาณ 300,000 บาท แล้วค่ะ สายฝนสงสาร "สามีและลูก" ที่บ้าน ที่ต้องทุ่มเทให้กับสายฝนไปเรียนในครั้งนี้ค่ะ สายฝนเอาเงินไปฝากให้ลูกดีกว่า ไม่รู้จะเรียนไปทำไม เสียเวลาเปล่า

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.204.48.40
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ