นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Wullop Santipracha
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 1617
ความเห็น: 0

บัณฑิต

เรียนแบบผู้เรียนที่คอยผู้มาสอน รวมถึงผู้สอนก็ยังสอนเน้นการเรียนเนื้อหามากกว่าการศึกษา พัฒนาคน เน้นความเป็นบัณฑิต ที่ต้องสอนให้ทำมากกว่าการสอนให้จำ

บัณฑิตคือ ผู้รู้ ดังนั้น ผู้เป็นบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาต้องเป็นผู้รู้  3 ประการ คือ

  1. รู้อยู่ ในฐานะสมาชิกในสังคม ต้องรู้ให้อยู่ได้ดี รู้หน้าที่ในสังคม ปฎิบัติตัวดี ทำหน้าที่พลเมืองที่ดี รู้กฎ ระเบียบ วัฒนธรรม ประเพณี รู้ถูกผิดชอบชั่วดี ให้สมกับการเป็นบัณฑิต สมกับผู้มีการศึกษา
  2. รู้รอบ ในฐานะบัณฑิตต้องรู้สถานการณ์บ้านเมือง ภาวะเศรษฐกิจ สังคมการเมือง ทั้งในและต่างประเทศ ในระดับชาติและชุมชน เรียกว่า รู้กว้าง รู้ไกล รู้รอบ แต่ไม่ต้องรู้ลึก เป็นการรู้เพื่อให้อยู่ดี อยู่พอดี
  3. รู้ลึก คือความรู้ในหลักสูตรวิชาชีพที่เรียน เพราะต้องใช้ทำงาน ให้แก่สังคมตามหน้าที่ของแต่ละคน คือต้องรู้สำหรับใช้ทำงาน ต้องรู้ทั้งรายเอียดของงาน ต้องรู้คุณภาพของการทำงาน ซึ่งแต่ละคนมีหน้าที่แตกต่างกันไป เป็นแพทย์ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ นักวิชาการ อาจารย์ นักกฎหมาย นักบัญชี นักธนาคาร ฯลฯ คือความรู้ ความสามารถในวิชาชีพที่เป็นมืออาชีพ จึงต้องรู้จริง รู้ลึก รู้ทำให้ดีให้มีคุณภาพ
  4. รู้ทัน นอกจากต้องรู้อยู่ รู้รอบ รู้ลึก แล้วยังต้องตื่นตัว ติดตาม เหตุการณ์สังคม บ้านเมือง โลก และเทคโนโลยี คือ รู้ทันทั้งความเป็นอยู่และในสาขาอาชีพ

เมื่อการเรียนเพื่อเป็นบัณฑิต ต้องเรียนให้รู้และมีคุณสมบัติทั้ง 4 ด้าน ความเป็นมหาวิทยาลัยจึงต้องจัดกระบวนการเรียนให้ดี ให้ได้คุณสมบัติดังกล่าว สำหรับในตัวหลักสูตรอุดมศึกษา มีรายวิชาที่ให้เรียนรู้อยู่ในกลุ่มวิชาศึกษาทั่วไป เพื่อเรียนให้รู้อยู่ รู้รอบ ส่วนด้านรู้ลึกเป็นกลุ่มรายวิชาแกน วิชาชีพ ของหลักสูตร

นอกจากวิชาเรียน ผู้เรียนจึงต้องฝึกการอยู่ด้วยการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเรียนรู้จากสภาพจริงในการอยู่ร่วมกัน ฝึกการมีมนุษยสัมพันธ์ การปฎิบัติในฐานะหน่วยหนึ่งของสังคม รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบ ซึ่งยากที่จะเรียนด้วยการสอน แต่ต้องปฎิบัติจริง การมีเพื่อน การอยู่ในสังคมทั่วไป ซึ่งเป็นไม่ใช่แค่จำ รับรู้ แต่เป็นการอยู่จริง ใช้จริง คือใช้ในชีวิตจริง ๆ นอกเวลาเรียน นอกเวลาราชการ ที่ต้องรับผิดชอบในหน้าที่ตน ครอบครัวในฐานะลูก พี่ น้อง ฯลฯ การปฎิบัติตนในสังคมจริง ตามกฎ ระเบียบ วัฒนธรรม ประเพณี

ส่วนวิชาชีพนั้น จะเป็นการเรียนการฝึกในหลักสูตร เป็นส่วนใหญ่ที่มีการสอน การตรวจสอบ การประกันความรู้ ความสามารถให้ทำงานได้

จะเห็น การเรียนการสอน  การศึกษาพื่อให้เป็นบัณฑิต เป็นผู้รู้ ที่ใช้เวลา 4 5 หรือ 6 ปี ตามแต่สาขาวิชาชีพนั้น เวลาส่วนใหญ่ต้องเรียนรู้เองมากว่า คือเรียนรู้อยู่ รู้รอบ รู้ทัน ที่เรียนนอกห้องเรียน นอกเวลา ไม่มีหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทั้งกลางวัน กลางคืน ที่ต้องเรียนรู้แบบอยู่จริง ที่ทำให้ผู้เรียนเปลี่ยนบทบาทจากผู้เรียนหรือผู้ถูกสอน มาเป็นนักศึกษาคือ การหา การใช้ความรู้ ที่คนส่วนใหญ่เรียนแบบไม่ได้ใส่ใจให้ความสำคัญ ซึ่งในความเป็นจริงเป็นส่วนที่สำคัญของชีวิต และยังเรียนแบบผู้เรียนที่คอยผู้มาสอน รวมถึงผู้สอนก็ยังสอนเน้นการเรียนเนื้อหามากกว่าการศึกษา พัฒนาคน เน้นความเป็นบัณฑิต ที่ต้องสอนให้ทำมากกว่าการสอนให้จำ

ส่วนวิชาการ วิชาชีพนั้นมีระบบ กระบวนการที่ดีอยู่แล้ว

ดังนั้น การเรียน การศึกษา ให้เป็นบัณฑิต เป็นผู้รู้ต้องใส่ใจให้ความสำคัญต่อการ รู้อยู่ รู้รอบให้มากขึ้น หากต้องการอยู่แบบผู้รู้ แบบอยู่ดี อยู่แบบรู้เท่า รู้ทัน รวมถึงการสอน สำหรับวิชาที่เป็นการอยู่ ต้องเน้นสอนแบบรู้อยู่ ไม่ใช่แบบรู้ลึกแต่อยู่ไม่ดี อยู่เป็น

สอนให้รู้จำทำได้เท่าที่เรียน สอนให้รู้ทำจะทั้งทำได้และทำทัน รู้ทั้งงาน การทำงาน และการดำรงชีวิต

 

Sections: การเรียนการสอน
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 25 June 2012 18:47 Modified: 25 June 2012 18:47 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.231.226.13
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ