นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1485
ความเห็น: 0

ความสำเร็จของการเรียน

การไม่เรียนให้ได้ผลผู้เสียหายมากหลักคือผู้เรียน

การเรียน คือการหาความรู้เพื่อนำไปใช้งานได้ดี และดีขึ้น

ดังนั้น จึงไม่ใช่แค่รู้ การนำความรู้ไปใช้งานต้องรู้ว่าจะนำไปใช้งานอะไร ทำอย่างไรจึงใช้ได้ดี และขึ้น

การเรียนเป็นหน้าที่และประโยชน์ของผู้เรียนที่ต้องเรียนให้รู้ ที่ต้องทำให้รู้ให้ได้ด้วยศักยภาพและวิธีการของตนเอง จึงต้องวิเคราะห์ตนเองว่าจะเรียนอย่างไรให้ได้ความรู้

การเรียนให้สำเร็จ ต้องรู้อะไร ไปใช้งานอะไรอย่างไร ต้อง

1. ศึกษาตัวหลักสูตรที่เรียน ซึ่งมีอธิบายไว้แล้ว เรียนไปเพื่อทำอะไรบ้าง ต้องการความรู้อะไรบ้าง ทำไมต้องเรียนแต่ละวิชา เช่น ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต แสดงว่า ต้องมีความรู้วิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน วิชาแกน วิชาชีพ วิชาเลือก

ปัญหาคือ ผู้เรียนส่วนมากไม่อ่าน ศึกษาตัวหลักสูตร และเชื่อว่า หลายคนเรียนจบโดยไม่อ่านหลักสูตรของตัวเอง จึงเรียนไปเรื่อยตามแผนการเรียน ไม่ผ่านก็เรียนใหม่ หรือเรียนรายวิชาไม่เป็นลำดับขั้นตอน จึงทำให้เรียนได้ไม่ดี หรือคะแนนดีแต่นำความรู้ไปใช้ไม่เป็o

2. วิเคราะห์ความสามารถ ความถนัดของตน เพื่อให้ทราบว่าจะเรียนอย่างไร ในแต่ละวิชา ต้องเตรียมตัวอย่างไร ยิ่งสมัยนี้ทุกวิชาความรู้มีแหล่งความรู้มากมายที่หาเองได้ ไม่จำเป็นต้องเรียนจากผู้สอนทั้งหมด และเป็นสิ่งจำเป็นที่ใช้เป็นแหล่งความรู้ในการใช้ทำงานต่อไป และก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยวิเคราะห์ตนเอง เตรียมตัวเอง มักเรียนไปตามเวลาของหลักสูตร

3. รับผิดชอบต่อเป้าหมายการเรียน หมายถึงเรียนแต่ละวิชาต้องรู้อะไร ซึ่งทุกวิชามีในวัตถุประสงค์ของรายละเอียดวิชา ที่ผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่ศึกษาให้รู้ว่าต้องให้ได้อะไร รู้ เข้าใจ ใช้งาน และส่วนหนึ่งมุ่งแต่โทษองค์ประกอบ โทษผู้สอน โทษพฤติกรรมของตัวเอง เรียนไม่รู้เรื่อง ผู้สอนสอนไม่รู้เรื่อง เวลา ห้องเรียนไม่เหมาะสม หนีเรียนมีทั้งมาเรียนแต่ไม่ตั้งใจเรียน และหนีเรียน หนีความรู้ คือไม่รู้ ไม่หา ไม่ทำงาน ไม่เรียนรู้ บางคนทำงานก็ลอกเพื่อนอย่างไม่รู้หน้าที่การเรียนรู้

4. การเรียนอย่างรู้หน้าที่ ต้องถามตัวเองเสมอว่า ได้ความรู้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ หากมีบุคลิกการเรียนไม่สอดคล้องกับผู้สอนสามารถหาด้วยตัวเอง หากยังไม่รู้ ไม่เข้าใจ สามารถสอบถามเพื่อร่วมเรียน ถามรุ่นพี่ที่เรียนผ่านมาแล้ว ถามผู้สอนทั้งผู้ช่วยสอน และอาจารย์ หรือถามนักศึกษาบัณฑิตศึกษาในสาขาวิชาที่เรียนก็ได้ เพราะท่านเหล่านี้คือ ตัวช่วย

แต่ส่วนใหญ่มักละเลยหน้าที่ ละเลยความรับผิดชอบในการเรียนรู้ ทิ้งความรู้โดยยอมไม่รู้

ฝากข้อคิด ว่า ตัวเองเรียนไม่รู้เรื่องด้วยเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ แล้วทำไมคนอื่นเรียนได้ และถามตัวเองได้ทำหน้าที่ ใช้ความพยายามเต็มที่แล้วหรือยัง

การเรียนให้สำเร็จนั้นไม่ยาก เพียงต้องรับผิดชอบในหน้าที่ด้วยการศึกษาดำเนินการใน 4 ข้อดังกล่าว และจำไว้เสมอว่า การไม่เรียนให้ได้ผลผู้เสียหายมากหลักคือผู้เรียน พ่อแม่ผู้ปกครองที่ตั้งความหวังในการเรียน ประเทศชาติที่ต้องการกำลังคนที่มีความรู้ แต่เสียทั้งเงิน ทั้งเวลา แต่ไม่ได้ประโยชน์ทั้งความรู้ ความสามารถ ที่นำไปสู่อนาคต การใช้วิชา การใช้ชีวิต ซึ่งมีผลต่ออนาคต ต่อหลักสูตร ต่อสถาบันการศึกษา ที่บอกว่า บัณฑิตมีความรู้ ความสามารถ ความรับชอบอย่างไรที่จบจากสถาบันนั้น ๆ 

และหน้าที่การเรียนรู้ไม่ใช่แต่นักศึกษาเท่านั้น ยังรวมถึงผู้ทำงาน ที่เข้าอบรมพัฒนา  ซึ่งอาการของผู้ไม่รู้หน้าที่ เห็นได้

1)   โทษผู้สอน วิทยากร ห้องเรียน อาหาร

2)   อ้างงานด่วนโน่นนี่ เวลาไปอบรม

3)   อบรมกี่ครั้งก็ทำงานเหมือนเดิม ไม่ได้ความรู้ทักษะมาพัฒนาการทำงาน ทำเหมือนคนพัฒนาไม่ได้

ซึ่งการไม่รับผิดชอบต่อการเรียนของตนทำงาน มีความเสียหายมากต่อองค์กร เพราะต้องใช้ทั้งงบประมาณ เวลาการจัดให้ไปเรียน และไม่ได้ผลการเรียนรู้ มาสร้างค่างาน นอกว่าเขียนในประวัติว่า ได้ไปเรียน อบรมหลักสูตรอะไรบ้าง  ซึ่งไม่ใช่ค่าของการเรียนรู้ การอบรม 

 

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 23 มิถุนายน 2555 20:18 แก้ไข: 23 มิถุนายน 2555 20:18 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 pai, Ico24 คนธรรมดา, และ Ico24 นางสาว แสงจันทร์ ปิ่นกาญจนรัตน์.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.24.122.228
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ