นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Wullop Santipracha
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 1415
ความเห็น: 3

ความโง่เขลาของพัฒนาระบบการศึกษาไทย : 1 ตามธรรมชาติ พัฒนาการของคน และผู้เรียนเป็นสำคัญ

จัดให้สอดคล้อง เหมาะสม ก็จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ทุกส่วน เป็นความจริงตามธรรมชาติ ของชีวิต แบบเข้าใจ เข้าถึง จึงพัฒนา

การศึกษาไทย สมัยเมื่อ 20-30 ปีก่อน มีการศึกษาที่เป็นระบบ เริ่มจาก

การเรียนระดับปฐมศึกษา 4 ปี ให้เรียนการเขียน อ่าน การคิดคำนวณ ศิลปวาดเขียน ที่เป็นพื้นฐานในการเรียนระดับปฐมศึกษาตอนปลายที่เรียนศาสตร์พื้นฐานให้กว้างขึ้น เช่น วิชา ศีลธรรม ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วรรณคดี ภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นพื้นฐานการดำรงชีวิต ที่ต้องรู้จักประเทศ รู้จักสังคม ความเป็นอยู่

ต่อด้วยมัธยมต้นที่เรียนเพื่อความพร้อมในการศึกษาที่จะนำไปประกอบอาชีพ และสายสามัญที่เป็นวิชาวิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ด้านภาษา คณิตศาสตร์ เพื่อแยกแยะความถนัด ความชำนาญ นำไปสู่การศึกษาขั้นต่อไป โดย

ผู้มีความสามารถสูงด้านสติปัญญา จะศึกษาต่อในระดับมัธยมปลายสายสามัญ ที่แยกความถนัดเป็นสองด้าน คือ สายวิทยาศาสตร์ สำหรับการศึกษาในระดับสูงขึ้นนสาขาวิทยาศาสตร์ คือ แพทย์ วิศวะ วิทยาศาสตร์ และสายศิลปศาสตร์ที่ไปศึกษาในสาขาภาษาต่าง ๆ ซึ่ง การเรียนสายสามัญเพื่อทำหน้าที่งานในสาขาที่ต้องการทักษะในระดับสูง เช่น แพทย์ วิศวะ นักกฎหมาย ต้องการสร้างความรู้ เช่นนักวิจัย นักวิชาการ ในสาขาต่าง ๆ

สำหรับผู้ถนัดด้านการปฏิบัติ จะไปเรียนต่อสายวิชาชีพ ที่ใช้ฝีมือ ศีลปะในการทำงาน ซึ่งสำคัญในการผลิต และทำงานจริง ทั้งสายช่าง สายอาชีวะ สายการศึกษาคือการเป็นครู ผู้สอนในระดับต้น สายพาณิชย์ คือบุคลากรสายธุรการ สายการพยาบาล

สำหรับคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม ประเพณี จะอยู่ในกิจกรรมที่ทำจริง 

การแยกเป็นสายสามัญ สายอาชีพ ไม่ได้แยกเพราะความสำคัญต่างกัน แต่เป็นความสามารถ ความถนัด ต่างกัน เพื่อให้แต่ละคนใช้ความสามารถ ศักยภาพได้เต็มที่ ได้เร็ว ไม่ต้ิองเสียเวลาเรียนในส่วนที่ไม่ถนัด ไม่จำเป็น ที่เป็นทุกข์ทั้งผู้เรียน ผู้สอน เสียเวลา ค่าใช้จ่ายเพิ่มทั้งการเรียน การจัดทรัพยากร ผู้สอน

แต่หากจัดให้สอดคล้อง เหมาะสม ก็จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ทุกส่วน เป็นความจริงตามธรรมชาติ ของชีวิต แบบเข้าใจ เข้าถึง จึงพัฒนา มีความสุข สมคุณค่าของชีวิต เป็นการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ

หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 10 พฤษภาคม 2555 12:14 แก้ไข: 10 พฤษภาคม 2555 12:14 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา และ Ico24 ยาดม.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico64 ขอแสดงความคารวะ ครับท่าน

ความโง่เขลาของ "ใครที่" พัฒนาระบบการศึกษาไทย ?

ก็บ่นเรื่องนี้มานานมาก ๆ ...ได้โอกาส ร่วมแสดงความเห็นครับ

รากฐานเรื่องนี้ และมีผลต่อเนื่องในทุก ๆ วงการของไทยก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ "เคพีไอ" นั่นแหละครับ

ก็เริ่มจาก "ไครที่" ว่าจำเป็นต้องแสดง "ผลงาน" และสิ่งเดียวที่มองเห็นสำหรับในวงการศึกษาคือการ "ปฏิรูป" ซึ่งแปลตรง ๆ ว่า "รูปตรงกันข้าม" ไงครับ ของที่เคยดี ๆ อยู่ก็เลยต้องทำให้เละ...

เรื่องนี้ยาว...ครับ ค่อยกลับมาใหม่

Ico48
นักศึกษา [IP: 58.11.176.152]
11 พฤษภาคม 2555 10:48
#77142

เรื่อง ความโง่เขลาในการพัฒนาระบบการศึกษาไทย

ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมระบบการศึกษาของไทยถึงเป็นแบบนี้ ทั้งๆ ที่มีนักวิชาการระดับหัวกะทิ (แบบสดและแบบกล่อง)

เยอะแยะเกลื่อนประเทศ ตั้งแต่ ศ. / รศ / ผศ / ดร. / ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็มีแต่ปากพูด แต่ไม่ค่อยจะลงมือทำ ส่วนคนที่ทำก็ไม่

รู้เรื่องการศึกษาที่แท้จริง คนที่รู้จริงก็ไม่ลงมือทำ ปัญหานี้น่าเบื่อที่สุด เรียนกันตั้งแยะแต่ไม่สามารถนำความรู้ไปแก้ไขปัญหาได้

แล้วอย่างนี้มันคืออะไร........

ทุกระบบกำลังปรับตัว การลงทุนเพื่อการศึกษาขณะนี้สูงมากสำหรับผู้ปกครอง เมื่อไหร่การศึกษาใช้เงินน้อยลง คนได้ฝึกตนเองตามความเป็นจริง และความจำเป็นบนต้นทุนและพื้นฐานของชีวิตมากขึ้น ตามทุนที่ตนมี ตนเป็น ความสมดุลของการพัฒนาคนกับทรัพยากรที่มีคงเกิดได้

ม.อ.ได้ต้นทุนการเสียสละที่ดินของคุณหญิงหลง ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อการศึกษา เราจะทำหน้าที่คืนทุน(กำไร)ให้กับสังคมอย่างไร

คงต้องย้อนกลับมาทบทวนเป้าหมายของคนทำงานด้านการศึกษา ว่าอะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงของตนเองในการทำหน้าที่จัดการศึกษากันแน่

สถานการณ์ในปัจจุบัน สินค้าอย่างอื่นมีการต่อรองราคา แต่การศึกษาไม่เคยมีใครต่อรองมีแต่ขอผัด-ผ่อน เรียนจบ ไม่จ่ายก็ไม่ได้ไปรับรองการจบ แต่สิ่งนั้นหาใช่ใบรับรองว่าได้ทำงานตามที่ได้เล่าเรียนมาไม่

คนรุ่นหลังคงรอผู้มากด้วยประสบการณ์ร่วมกันหาทางรอดให้ กับสังคม....

การเสียสละ เท่านั้นที่จะช่วยให้เกิดความงดงาม ในระบบการศึกษาและในสังคม

เชื่อเช่นนี้

ยาดมเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.85.245.126
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ