นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1506
ความเห็น: 0

Admissions 5. ความคิด องค์ประกอบพิการ

คงเป็นเวรเป็นกรรมของคนไทยที่มีคนจัดระบบการศึกษาที่มั่วไป ทั้งหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญ และความสำคัญของสาระด้านวิทยาศาสตร์ ทั้ง ๆ ที่สมัยก่อนได้ดำเนินการมาชัดเจนตามหลักการแล้ว

จากเป้าหมายการจัดการศึกษา ตามรัฐธรรมนูญไทย ได้กำหนดหลักการศึกษาที่สำคัญไว้ คือ ผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งหมายถึง ให้จัดการศึกษาตามทักษะและความถนัดในการเรียนรู้ของแต่ละคน

ที่สมัยก่อนมีการแยกการศึกษา ออกเป็นสายสามัญและสายวิชาชีพ

สายวิชาชีพ คือ ผู้ที่ต้องการฝึกทักษะความชำนาญ ไม่ถนัดด้านวิชาการ ที่เรียนแล้วจบไปทำงานฝีมือซึ่งสำคัญมากในการอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องศึกษาถึงระดับปริญญาตรี ให้เสียเวลา คือ อาชีวะศึกษา เป็นช่าง ที่ปัจจุบันมีความต้องการจำนวนมาก

ส่วนสายสามัญ คือ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาตรี จึงเรียนวิชาการพื้นฐาน ที่สำคัญมีการแยกเป็นสายวิทยาศาสตร์ และสายศิลป์ ตามความถนัดของผู้เรียน ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540

แต่ไม่ทราบว่า ท่านใดหรือคนกลุ่มใดที่ไปยกเลิกการแยกสายวิทย์ สายศิลป์ของการเรียนสายสามัญของ ม.ปลาย

ลามมาถึงการสอบจบ ม.ปลาย ที่เรียกว่า โอเน็ต ที่แยกเป็น 8  กลุ่มสาระวิชา คือ (1) ภาษาไทย (2) สังคมศึกษา (3) ภาษาอังกฤษ (4) คณิตศาสตร์ (5) วิทยาศาสตร์ (6) สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ และ การงานอาชีพและเทคโนโลยี รวม 3 สาระวิชา

จะเห็นว่า กลุมสาระทางวิทยาศาสตร์ลดความสำคัญลงไป ทั้ง ๆ ที่ความรู้ ความสามารถทางวิทยาศาสตร์เป็นหัวใจทักษะสำคัญในโลกปัจจุบัน ที่เดิมมีแยกเป็น เคมี ฟิสิคส์ ชีววิทยา นี่คือส่วนสำคัญที่ทำให้การคัดเลือกผู้เข้าเรียนในสาขาที่ต้องการความสามารถทางวิทยาศาสตร์มีปัญหา

 

ดังนั้น เมื่อรวมสัดส่วน โอเน็ต กับการสอบความถนัดทั่วไป หรือ GAT: General Aptitude Test จึงแยกความถนัดทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ทั้งความถนัดทางวิทยาศาสตร์ และสาระวิชาทางวิทยาศาสตร์เอง

  • อย่างการเรียนทางวิศวะต้องการความรู้ด้าน ฟิสิคส์และคณิตศาสตร์เป็นหลัก แต่อาจสอบได้ฐานชีววิทยามากที่ส่งผลต่อการเรียนวิศวะ
  • หรือแม้แต่วิทยาศาสตร์กายภาพกับวิทยาศาสตร์ชีวภาพก็เช่นกัน

โดยอ้างว่า การสอบ Admissions เป็นการวัดทักษะเป็นด้าน ๆ ไม่ใช่สาระวิชา ทั้ง ๆ ที่การศึกษาต่อนั้นต้องการความรู้ทางสาระวิชา ที่หากมีฐานความรู้ที่ไม่มาก ไม่แม่นจะศึกษาให้เข้าใจลึกซึ้งในระดับสูง ในเชิงลึกได้ยาก

  • รวมถึงด้านคณิตศาสตร์ก็ไม่สามารถวัดคัดแยกความสามารถด้านตรรกะในการคิด คำนวณ ออกแบบในสาขาวิชาสถาปัตยกรรมได้ เช่นกัน

 

ทั้งหมดคือ มั่วไปหมดของทั้งระบบการศึกษา และการสอบคัดเลือกผู้เข้าศึกษา Admisions ของไทยที่เอาทั้งคะแนนสอบจบคือ GPAX และโอเน็ต มาถึงไว้ถึง 50% เหลือวิทยาศาสตร์ที่รวมกัน 3 แกนหลัก คือ เคมี ฟิสิคส์ ชีววิทยา ที่ระบบ entrance ที่แยกออกได้นั้นมีสัดส่วนถึง 60-70% ที่ระบบ Admissions รวม 3 วิชาเป็น ไม่เกิน 25% ทำให้แยกผู้เรียนที่ถนัดวิทยาศาสตร์ไม่ได้ และถนัดวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์สำหรับการเรียนสาขาวิศวะ วิทยาศาสตร์กายภาพและวิทยาศาสตร์ชีวภาพไม่ได้ ผลคือ เหนื่อยทั้งผู้เรียน ผู้สอน มาตรฐานลดลง มีการตกออกจำนวนมาก สูญเสียเวลาในการเข้าเรียนใหม่      

คงเป็นเวรเป็นกรรมของคนไทยที่มีคนจัดระบบการศึกษาที่มั่วไป ทั้งหลักการผู้เรียนเป็นสำคัญ และความสำคัญของสาระด้านวิทยาศาสตร์ ทั้ง ๆ ที่สมัยก่อนได้ดำเนินการมาชัดเจนตามหลักการแล้ว

Sections: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 09 December 2011 19:19 Modified: 09 December 2011 19:19 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 คนธรรมดา and Ico24 หยกมณี.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.26.176.182
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ