นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2114
ความเห็น: 0

Admissions 4. คนเรียนเก่งเรียนเร็วและความเครียดผิดอะไร

การไร้เดียงของเด็กคือการพัฒนา การไร้เดียงของผู้ใหญ่คือการจำกัดและหมดโอกาสการพัฒนา

การเปลี่ยนระบบการสอบคัดเลือกที่เรียกกว่า entrance มาเป็น Admissions มาจากความคิดการไม่เข้าชั้นเรียนของนักเรียนที่เรียนเก่ง สอบเทียบได้ และความเครียดในการเรียน ดังบันทึก http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/21518

ที่ผู้เรียนเก่งส่วนหนึ่งไปเตรียมตัวไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย เนื่องจากหมดภาระหน้าที่สำหรับการเรียน ม.ปลายแล้ว ด้วยการไปเรียนกวดวิชา

คำถามว่ามีนักเรียนที่เรียนเก่งผิดตรงไหน แล้วความผิดที่นักเรียนไม่เข้าชั้นเรียนชั้นปีสุดท้ายของชั้นมัธยมปลาย เกิดจากสาเหตุอะไร นักการศึกษาไทยคิดว่าทำให้เสียระบบ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เหตุที่แท้จริง

บางคนอ้างว่า นักเรียนที่สอบเทียบ ม.ศ.5 ได้ตั้งแต่เรียนอยู่ ม.ศ. 4 แล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้นั้น ยังมีวุฒิภาวะไม่เพียงพอในการเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษา จริงหรือ ?

ความจริงระบบการส่งเสริมผู้เรียนเก่งของไทยในสมัยก่อนก็มี ที่เรียกว่า ข้ามชั้นไปเรียนชั้นที่สูงขึ้นไป หรือ pass ชั้น เพราะการเรียนที่รู้แล้วสำหรับคนเก่งนั้น ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย เสียเวลาทั้งผู้สอน ผู้เรียน

และก็เห็นคนเก่ง ๆ ทำงานดีมีอายุไม่มาก จำนวนมาก ที่ไม่ใช้ปัญหา กลับเป็นประโยชน์ที่ใช่ความรู้ ความสามารถทำงานได้เร็ว ได้นาน

ที่สำคัญ นักเรียนที่มีคุณสมบัติแบบนี้ก็มีจำนวนไม่มาก แทนที่จะช่วยให้เด็กเก่งพัฒนาให้ถูกต้อง ดีขึ้น ใช้ความอัจฉริยะมาขับเคลื่อนดีขึ้น กลับปรับระบบของนักเรียนทั้งหมดเป็นระบบ Admissions ที่นำเกรดเฉลี่ยมาเป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา แทนที่จะใช้ส่วนนี้ให้เป็นประโยชน์ในภาพรวม เช่น

เมื่อมีนักเรียนที่เรียนเก่ง ผ่านระบบการวัดผลด้วยการสอบเทียบไปแล้ว ก็แสดงว่ามีจำนวนผู้เรียนในชั้นเรียนจำนวนน้อยลง สามารถเคี่ยวเข็ญ มีเวลาช่วยให้นักเรียนที่เหลือเรียนได้ดีขึ้น เลยถ่วงกันไปทั้งคู่ คนเก่งรู้แล้วเบื่อหน่ายเพราะอยากใช้เวลาเตรียมตัวอีกขั้นหนึ่ง คนสอนก็ไม่รู้สอนอย่างไร สอนเก่งก็ไม่ได้เพราะคนที่ไม่เก่งตามไม่ทัน จึงมีเสียกับเสีย เป็นการฝืนธรรมชาติ แทนที่จะทำแบบ ได้กับได้  

 รวมถึงความเครียดจากการเรียน มุ่งมั่น ซึ่งเป็นการฝึกความอดทนที่ดี เพราะความสบาย ไม่เคยผ่านความเครียดเป็นเหตุให้สังคมมีปัญหา ทำให้คนมีอารมณ์เปราะบาง อ่อนไหว เอาแต่ใจตนเอง ขาดความอดทน ไม่เข้าใจคนอื่น นี่ต่างหากที่เหตุแห่งปัญหาของคนไทย สังคมไทย ที่เกิดจากไม่เคยฝึกประสบการณ์ของความเครียด ฝึกอดทนกับสิ่งที่ไม่ได้ดังใจ

ดังนั้น ทั้งนักเรียนที่เรียนเก่ง สอบเทียบความรู้ สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ตามมาตรฐาน และความเครียดไม่ใช่ความผิด และเป็นกระบวนการสร้างวุฒิภาวะของคนดีกว่าความสบาย ไร้ความเครียด

ปัญหาจึงเกิดจากความไม่มีวุฒิภาวะของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดระบบการศึกษาของไทย ไม่ใช่ของนักเรียน

ความไม่มีวุฒิภาวะของผู้ใหญ่ ส่งผลกระทบมากมายต่อการศึกษา ต่อการพัฒนากำลังคน ต่อการสร้างสังคม

ถึงเวลาแก้ไขหรือยัง หลักการศึกษาแต่ละระดับมีเป้าหมาย วัตถุประสงค์เฉพาะต่างกัน ที่ไม่ควรปนกันจนแยกแยะไม่ออก จึงมั่ว

  • การเรียนขั้นพื้นฐาน คือมีความรู้พร้อมจะไปขั้นต่อไป เหมือนกับเตรียมวัตถุดิบไปปรุงอาหาร จะเป็นอาหารอะไรก็ได้
  • การเรียนระดับอุดมศึกษา เหมือนกับจะคัดเลือกวัตถุเพื่อไปปรุงอาหารที่กำหนดเป็นอาหารแต่ละอย่าง

จะแกงเผ็ดก็ต้องคัดเลือกวัตถุสำหรับการทำแกงเผ็ด

จะทำไก่ย่างก็ต้องเลือกวัตถุดิบทำไก่ย่างที่ไม่ใช่แกงเผ็ด หรือ

จะต้มพะโล้ก็ต้องเป็นวัตถุดิบอีกประเภทหนึ่ง

 

ซึ่งเปรียบเหมือน การคัดเลือกผู้เรียนเข้าเรียนในแต่ละสาขาวิชา สาขาอาชีพ ต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกัน

หากมั่วไปหมดคงได้อาหารที่ไม่เป็นรสชาติ เช่น เอาไก่ที่หั่นเพื่อทำแกงเผ็ดไปทำไก่ย่างคงไม่ได้ หรือนำไปต้มพะโล้ก็มั่วเช่นกัน คือ การเรียน ม.ปลายเป็นการเตรียมไก่เพื่อให้เหมาะกับอาหารแต่ละชนิด แต่การคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยเป็นการเลือกไก่ไปทำอาหาร จะนำมาปนกันก็มั่วกันไป

การนำคะแนนเฉลี่ยสะสมมาเป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกคนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย จึงไม่รู้ว่าได้อาหารประเภทใด จากวัตถุดิบที่เตรียมมาไม่ตรงกับประเภทอาหารที่จะปรุง ถึงแม่ครัวจะเก่งอย่างไร ก็คงได้อาหารหน้าตาผิดปกติ เอาไก่ชิ้นสำหรับแกงเผ็ดไปย่าง หรือไปต้มพะโล้

หากยังไม่ปรับให้ตรงกับความเป็นจริง ให้ตรงกับระบบ ก็คงได้แกงไก่ทั้งตัว ย่างไก่เป็นชิ้นบ้างเป็นตัวบ้าง

เห็นหรือยัง ว่าการศึกษาไทยมีมาตรฐานเป็นอย่างไร เหมือนอาหารที่ไม่รู้ว่า อะไรเป็นอะไร

หากยังไม่รู้เดียงสา ก็ได้ผลแบบไร้เดียงสา แต่เป็นการไร้เดียงสาของคนที่ควรมีเดียงสาแล้ว มันจึงมีผลมาก ๆ ต่อคุณภาพและระบบการศึกษา เพราะมันเป็นแก่เกินรู้เดียงสา ไม่ใช่กว่าจะเดียงสา จึงหมดโอกาสแก้ไข ปรับให้รู้เดียงสาได้

"การไร้เดียงของเด็กคือการพัฒนา การไร้เดียงของผู้ใหญ่คือการจำกัดและหมดโอกาสการพัฒนา"  

Sections: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
License: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
created: 08 December 2011 19:21 Modified: 08 December 2011 19:21 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People who like this: Ico24 chanya, Ico24 คนธรรมดา, and Ico24 วราภรณ์ สุภเกษมวงศ์.
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.215.182.36
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ