นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1810
ความเห็น: 1

Admissions 2.ประวัติระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา

แล้วคนไทยจะไปสู้ใครได้ หากไม่ใส่ใจพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไม่พัฒนาความพร้อมของกำลังคน จัดระบบการศึกษาที่ผิด ไม่สอดคล้องกับวิวัฒนาการและความจริง

ได้ทิ้งท้ายไว้ในบันทึก http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/21501 ว่าระบบมีความมั่ว จะมาดูกันต่อไป

จากความรู้ที่ได้จากการสัมมนา เมื่อ 2 ธ.ค.54 ที่ ม.แม่ฟ้าหลวง ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย

ระบบการจัดสอบคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัย สมัยแรก ๆ ก็ต่างสถาบันก็จัดสอบกันเอง เนื่องจากมีสถาบันการศึกษาจำนวนไม่กี่แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์ ธรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์(มหิดล ในปัจจุบัน) ศิลปากร เกษตรศาสตร์ และอยู่ในกรุงเทพฯ ก็จัดสอบกันเองได้

แต่ก็เกิดความวุ่นวายที่บางคนที่เก่งสอบติดหลายที่ เมื่อประกาศรายชื่อจึงมีการสละสิทธิ์บางที่ที่เหลือจากการตัดสินใจ และมีการเลื่อนอันดับกันไปหลายรอบ คือจากมหาวิทยาลัยหนึ่ง ก็เลื่อนไปมหาวิทยาลัยที่สอง สาม ไปเรื่อย ๆ จะไม่เลื่อนอันดับก็ไม่ได้เพราะมหาวิทยาลัยก็ได้คนเก่งเข้าเรียน และนักเรียน รวมผู้ปกครองก็ต้องการอันดับที่เลือกไว้ที่ดีกว่า

จึงเริ่มคิดการจัดสอบร่วมกันในปี 2504 ระหว่าง เกษตรศาสตร์ กับมหิดล และรวมกันทุกแห่งในปี 2505

แต่ปี 2509 ก็มีการแยกกันอีก โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเสนอ ครม. ให้จัดคัดเลือกแยก ซึ่งก็เกิดปัญหาทั้งการเดินทาง เพราะเริ่มมีมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัด คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลานครินทร์ และมีการสละสิทธิ์ เลื่อนอันดับกันวุ่นวาย

ดังนั้น ในปี 2510 จึงได้เกิดระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่เรียกกันว่า entrance กันมายาวนาน และระบบก็พัฒนามาได้ดี คัดเลือกคนได้เหมาะสม

และมาเปลี่ยนเป็นระบบใหม่ เรียกว่า Admissions กลาง ดังกล่าวในปี 2553 ยังวุ่นวายและมีปัญหาตลอดเวลาและมากขึ้น

  • มีการคัดผู้ที่มีความพร้อม ความสามารถไม่ตรงสาขาที่เข้าเรียน มีการตกออก เปลี่ยนสถานศึกษาใหม่
  • ระบบการคัดเลือกไม่สอดรับกับหลักสูตรที่มีมากมายหลากหลายขึ้น
  • มีการวิ่งสอบคัดเลือกกันมากมาย วุ่นวาย เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น
  • นักเรียนเครียดมากขึ้น กวดวิชากันมากขึ้น
  • อาจมีข้อดีด้านโรงเรียนกวดวิชา การเดินทางทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนดี แต่มีปัญหาการแบ่งแยกตามฐานะและความพร้อม
  • ที่แย่สุดคือ มาตรฐานการศึกษาที่ต่ำลง

กับโลกที่พัฒนาขึ้น มีการแข่งขันกันมากขึ้น แล้วคนไทยจะไปสู้ใครได้ หากไม่ใส่ใจพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไม่พัฒนาความพร้อมของกำลังคน จัดระบบการศึกษาที่ผิด ไม่สอดคล้องกับวิวัฒนาการและความจริง

ในขณะที่หลาย ๆ ประเทศให้ความสำคัญกับการศึกษาพัฒนาคนกันมาก ๆ กันทั้งนั้น

ลองดูว่าคนไทยอยู่ส่วนไหนของระบบงาน

  • ฝ่ายสมอง บริหารคนต่างชาติ หรือจบการศึกษาต่างประเทศ
  • แรงงานจากต่างชาติ
  • ระดับฝีมือไม่มี และขาดแคลน
  • การจ้างงานวุฒิการศึกษาสูงแต่ตำแหน่งต่ำ เรียนนาน รับสมัครตำแหน่งตำกว่าปริญญาตรีมีผู้จบปริญญาตรีมาสมัครมากมายและทำงานในระดับต่ำกว่าปริญญาตรี สมัครผู้มีวุฒิการศึกษาปริญญาตรี มีผู้สมัครวุฒิปริญญาโทมากมายเช่นกัน   

นี่คืออาการ มาตรฐานการศึกษาต่ำลง  

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 05 ธันวาคม 2554 15:48 แก้ไข: 05 ธันวาคม 2554 15:48 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 คนธรรมดา.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

อีกแนวคิดก็คือ คนไทยเห่อปริญญา และกำหนดการจ้างงานโดยดูจากปริญญาไม่ได้ดูความสามารถ

จึงเกิดค่านิยมเรียนให้สูง ๆ ไว้ก่อน เอาปริญญามาโชว์ แต่ความสามารถเป็นที่น่ากังขา

ดังนั้นเมื่อไปสมัครงาน และไม่ได้งานตามวุฒิที่ตนเองได้รับ เพราะอาจมีความสามารถไม่พอ จึงต้องมาสมัครในวุฒิที่รับต่ำลง

และ

ก็อาจเป็นไปตามที่ท่านวัลลภว่าไว้ด้วยว่า มาตรฐานการศึกษาต่ำลง เพราะมีมหาวิทยาลัยมากมายที่เกิดขึ้น ต่างก็อยากแสดง KPIs ของการจบโดยมีการตกออกให้น้อยที่สุด

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.215.182.36
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ