นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2763
ความเห็น: 0

การทำงาน : ทักษะการทำงาน

ทักษะการทำงาน ที่หลายครั้งถูกละเลยในรายละเอียด จนดูเหมือนทำงานไม่เป็น ไม่มีทักษะในการทำงาน

จากผลการประเมินบัณฑิตจากนายจ้างและผู้ประกอบการ หรือผู้ใช้บัณฑิต มักพบเสมอว่า บัณฑิตขาดทักษะการทำงาน และจากการสังเกตก็เป็นจริง รวมถึงผู้ทำงานหลายคน โดยเฉพาะการทำงานเป็นทีม ส่วนการทำงานเฉพาะตัวส่วนใหญ่สามารถทำได้ แต่ยังขาดการทำงานเชิงระบบ ดังบันทึก http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/21306

 

การทำงานเชิงระบบต้อง

  1. คิดงาน ด้วยการทำความเข้าใจเนื้อหา องค์ประกอบ ขั้นตอนของงานทั้งหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ ว่ามีอะไรบ้าง มากน้อยเพียงใด ต้องใช้อุปกรณ์ เครื่องมืออะไร ต้องแบ่งงานเป็นกี่ฝ่ายย่อย แต่ละฝ่ายต้องทำอะไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง เตรียมงานก่อนหลัง หากคิดคนเดียวไม่ได้ก็จัดทีมร่วมกันคิดเบื้องต้น ที่สำคัญต้องให้ทราบปริมาณของงาน และหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเพื่อใช้ในการดำเนินการขั้นต่อไป
  2. คิดคน เมื่อคิดงานได้แล้วก็คิดถึงว่าใครควรรับผิดชอบฝ่ายใด โดยพิจารณาถึงความถนัด ความชำนาญ ความรอบรู้ และต้องมีเหมาะสมกับปริมาณงาน หลายครั้งจัดงานน้อย/มากกว่างานก็เป็นปัญหา คนน้อยทำงานไม่ทัน คนมากมีผู้ว่างงาน ซึ่งสำคัญมาก ๆ เพราะจะติดนิสัยที่ไม่ดีกันต่อเนื่องไป เช่น เป็นกรรมการโดยไม่มีหน้าที่ ดังนั้นต้องมีความชัดเจนในส่วนนี้อย่างมาก 
  3. มอบหมายงาน ส่วนนี้เป็นปัญหามาก คือการมอบหมายงานไม่ชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นร่วมประชุมปรึกษาหารืองาน แต่ลืมมอบว่าใครต้องทำอะไรบ้าง เมื่อไร ตอนปรึกษาหารือก็พอจะทราบว่าต้องมีงานอะไรบ้าง แต่พอลงมือทำงานกลับไม่รู้ว่า ใครต้องทำอะไร ดังนั้น จึงมีการมอบหมายงานที่ชัดเจน จะได้ไม่ต่างคน ต่างคิด ที่มักทำให้เกิดปัญหาเพราะคิดว่าคนอื่นทำแล้ว ตนไม่มาคงไม่เป็นไร จนกระทั่งบางครั้งไม่มีใครมาก็มี จึงต้องมอบหมาย จัดตารางให้ชัดเจนว่าใครต้องมาวัน เวลาใด ต้องทำอะไร หากไม่ชัดเจนทำให้มาแล้วไม่รู้ว่าต้องทำอะไร ที่นำไปสู่ความขัดแย้งว่า มาแล้วไม่ช่วยกันทำงาน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีการบอกว่าต้องทำอะไร

การมอบหมายงาน ที่ชัดเจนทั้งกำหนดการ และหน้าที่ ขั้นตอน รวมถึงเนื้องาน ต้องกำหนดให้ชัดล่วงหน้า เพื่อทุกคนจะได้เตรียมตัว เตรียมการ จัดเวลา รู้หน้าที่

การไม่มีใครบอก อย่าไปเหมาเอาเองว่าทุกคนต้องรู้ ซึ่งเป็นปัญหา จนมองไปถึงว่า คนนั้นเป็นคนไม่ดี ไม่ให้ความร่วมมือ ทั้ง ๆ ที่ความจริงไม่มีใครบอกว่าต้องทำอะไรบ้าง อย่างไร เมื่อไร สิ่งที่เลวร้าย แทนที่จะไปบอกให้ช่วย กลับไปซุบซิบนินทา จนเกิดความหวาดระแวงกัน

การมอบหมายงานที่ชัดเจนล่วงหน้า ยังช่วยให้ทราบว่ามีกำลังคนทำงานเพียงพอหรือไม่ บางท่านที่ไม่สะดวกจะได้สับเปลี่ยนแทนกัน ทำให้มั่นใจว่ามีคนทำงานเพียงพอ หลายครั้งเห็นคนจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีใครทำหน้าที่ เนื่องจากขาดการมอบหมายหน้าที่ที่ชัดเจน

4.  การกำหนดหน้าที่ นอกจากการมอบหมายงานแล้ว ยังต้องมีการกำหนดหน้าที่ให้ชัดเจนด้วย เช่น ผู้ประสานงาน ผู้จัดการประจำฝ่าย ประจำวัน เพื่อช่วยประสานกำกับ ตรวจสอบความพร้อม แก้ปัญหา เพื่อกำกับงานเป็นไปตามระบบ

5. การติดตาม เป็นการดูในภาพรวม ว่าส่วนใดขาดเกินอะไรบ้าง เพื่อดูทั้งระบบ หากมีงานหลาย ๆ วัน อย่างเช่น งานเกษตรภาคใต้ ก็ควรมีการประเมินผลประจำวัน เพื่อปรับแก้ไขสำหรับวันต่อ ๆ ไป

 

เป็นทักษะการทำงาน ที่หลายครั้งถูกละเลยในรายละเอียด  จนดูเหมือนทำงานไม่เป็น ไม่มีทักษะในการทำงาน

ส่วนใหญที่ทำ คือ คิดงาน คิดคน แต่แบบคร่าว ๆ ละไว้ในฐานที่ขาดความชัดเจน ให้เข้าใจกันเอาเอง ที่นำไปสู่การไม่เข้าใจกัน

ที่ขาดมาก ๆ คือ การมอบหมายงานที่ชัดเจน และไม่กำหนดหน้าที่ จึงไม่มีใครกล้าบอกใคร โชคดีหน่อยก็หากมีความสนิทกันก็กระซิบบอกให้ช่วยกัน แต่หากมีการมอบหมายทั้งงาน ทั้งหน้าที่ สามารถแสดงบทบาทและทำหน้าที่ได้ชัดเจน

แนวปฏิบัตินี้ น่าจะช่วยนำทางไปสู่การแก้ปัญหา การทำงานไม่เป็น หรือทักษะการทำงานได้

 ทักษะการทำงาน

  • ชัดเจนในเนื้องาน ปริมาณ ขั้นตอน กระบวนการทำงาน
  • ชัดเจนในคน ความสามารถ และจำนวน
  • ชัดเจนในงานที่จะทำ ตามที่มอบหมาย
  • ชัดเจนในหน้าที่ มีการติดตาม
  • 
หมวดหมู่บันทึก: พัฒนางานประจำ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 24 พฤศจิกายน 2554 18:34 แก้ไข: 24 พฤศจิกายน 2554 18:34 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 1,000, Ico24 anni, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.214.184.124
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ