นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1660
ความเห็น: 0

วิจัยสถาบัน 1. ความหมาย

การวิจัยสถาบัน ต้องมีความรู้ทั้งระบบงาน เทคโนโลยี องค์กร ขั้นตอนการทำงาน ที่ต้องวิเคราะห์ให้ดี ออกแบบให้ดี

วิจัยสถาบัน เป็นคำสองคำ คือ วิจัย และ สถาบัน

การทำวิจัย เป็นการพัฒนาความรู้ในเนื้อหา สาระ ทฤษฎี ทันสมัย เพื่อพัฒนางาน ทั้งงานเชิงลึกด้านวิชาการ และการพัฒนางาน กระบวนการทำงาน ใช้งาน ที่มีการผสมผสานทางทฤษฎี เทคโนโลยี เพื่อการใช้งานให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลดีขึ้น

  • งานวิจัยต้องมีความแม่นยำ เชื่อถือได้ เช่น การพัฒนวิธีการรักษาคนไข้ด้วยเครื่องมือใหม่ ๆ ที่ใช้เวลาน้อย ลดอาการเจ็บ หรือการทดสอบ ทดลองยารักษาโรค
  • การวิจัยเป็นการพัฒนาความรู้ ความสามารถของผู้วิจัยหรือคนทำวิจัย ซึ่งคำว่า วิจัย ภาษาอังกฤษมาจากคำว่า research คือ re แปลว่า ทำใหม่ และ search แปลว่าสืบค้น ดังนั้น การ research หรือทำวิจัยจึงต้องค้นคว้าหาความรู้ใหม่ ๆ ในงานที่จะทำวิจัย จนมีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ดี โดยเฉพาะในเนื้อหาสาระ ไม่ใช่แค่การทำเท่านั้น
  • งานวิจัยที่ดีต้องนำไปพัฒนางาน ใช้งานให้ได้ดีกว่าเดิม เช่น หากเป็นด้านการเกษตร ก็อาจพัฒนาพันธุ์พืชก็ต้องดีกว่าพันธุ์ที่มีใช้อยู่ด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ผลผลิตสูงกว่า ทนร้อน ทนแล้งดีกว่า ต้านทานโรดระบาดดีกว่า หรือการจัดการผลิตที่ลดต้นทุน ใช้ปุ๋ยน้อยกว่า ผลผลิตมีคุณภาพดีกว่า เป็นต้น ซึ่งลักษณะเช่นนี้ก็ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ คือต้องทราบว่า สถานการณ์ที่เป็นอยู่แล้วเป็นอย่างไร เช่น หากไม่มีโรคระบาด พันธุ์ต้านทานโรคก็ไม่มีประโยชน์ การเพาะปลูกในพื้นที่อากาศหนาว การทนร้อนก็ไม่มีประโยชน์

 

การทำวิจัยสถาบัน จึงมีทั้งการทำวิจัยที่เป็นการแก้ปัญหา และพัฒนาการปฏิบัติงานของสถาบัน ดังนั้น เมื่อทำวิจัยต้องได้ผลมาแก้ปัญหา และพัฒนางานให้ดีขึ้น เช่น การวิจัยเรื่องการใช้กระดาษในหน่วยงานว่า สิ้นเปลือง คุ้มค่า มากแค่ไหน ก็ต้องเข้าใจ คำว่า ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความสอดคล้องขององค์กร เพื่อจะได้นำมาวิเคราะห์ผลได้ แต่ต้องมีการดูข้อมูลเบื้องต้น ว่าหน่วยงานใช้กระดาษมากน้อยเพียงใด ถ้ามีการใช้ไม่มาก การทำวิจัยก็ไม่คุ้มค่า รวมทั้งการมีทางเลือกอื่นหรือไม่ หากไม่มีทำไปก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนนี้เป็นการประเมินคุ้มค่าเบื้องต้น

 

ต้องรู้ว่า การวัดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ว่าวัดอย่างไรที่แม่นยำเชื่อถือได้ ที่ต้องเปรียบเทียบกับมาตรฐานงานทั่วไป หรือองค์กรอื่น

รวมทั้งวิธีการนำทคโนโลยีมาใช้ เช่น การศึกษาการสิ้นเปลืองการใช้กระดาษ อาจต้องวิเคราะห์ด้านอื่นด้วย เช่น การจัดซื้อ จัดหา การจัดเก็บ การบริการ การพิมพ์และค่าใช้จ่าย การเดินหนังสือ หากมีระบบออนไลน์ ก็ส่งได้รวดเร็ว ส่งได้ทันทีพร้อมกัน ยิ่งอาคารสำนักงานที่ห่างไกลกันก็ยิ่งคุ้มค่า ลดการพิมพ์ การทำสำเนา ก็ลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ ลดคนเดินหนังสือ จะเห็นว่าสุดท้าย อาจไม่ใช่ประโยชน์ คุ้มค่าจากการลดการใช้กระดาษ แต่เป็นความคุ้มค่าของกระบวนการทั้งหมด โดยเฉพาะความรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้มีผลดี คุ้มค่าด้านเทคโนโลยี แต่หากมีความไม่พร้อมด้านเทคโนโลยีก็อาจไม่คุ้ม เช่น ต้องจัดซื้อ จัดหา จัดทำ จัดวางระบบโครงข่ายใหม่ทั้งมด บุคลากร เจ้าหน้าที่มีความไม่พร้อม เช่น ส่งไปออนไลน์ แต่ก็ยังต้องไปจัดพิมพ์ที่ผู้ใช้เท่าเดิมอีก ก็ทำให้เสียทั้งกระดาษและวัสดุ อุปกรณ์ ผู้เดินหนังสือภายใน ก็ได้ประโยชน์แค่เพียงส่งได้เร็วขึ้น ที่สำคัญ คือความสามารถของบุคลากร ที่บางครั้งยากมากที่จะให้มาปรับเปลี่ยนให้ใช้เทคโนโลยี ที่สำคัญที่มากจนเกิดความขัดแย้งกัน  

จะเห็นว่า การวิจัยสถาบัน ต้องมีความรู้ทั้งระบบงาน เทคโนโลยี องค์กร ขั้นตอนการทำงาน ที่ต้องวิเคราะห์ให้ดี ออกแบบให้ดี เช่น หากมีปัญหาการปรับตัวของบุคลากรก็ต้องออกแบบให้สามารถใช้งานง่ายกับผู้ใช้ มีปุ่มกดไม่กี่ปุ่ม ประมวลผลเบ็ดเสร็จ ก็สามารถแก้ปัญหาได้

 

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 18 พฤศจิกายน 2554 18:05 แก้ไข: 18 พฤศจิกายน 2554 18:05 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 Monly, Ico24 anni, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.205.96.39
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ