นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2475
ความเห็น: 1

แผนพัฒนาคณะทรัพยากรธรรมชาติ ปี2554-2559

พัฒนาเกษตรไทย ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน......การพัฒนาประเทศคือคุณค่าของคณะทรัพยากรธรรมชาติ .

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 เป็นวันรับฟังความคิดเห็นแผนพัฒนาคณะช่วงปี 2554-2559 หลังจากที่มีการดำเนินการมาเกือบปีระหว่างคณะและภาควิชา ที่คณะกำหนดทิศทางและกรอบโดยกรรมการประจำคณะ แล้วให้ภาควิชาไปกำหนดทิศทางกิจกรรมของเนื้อหาของภารกิจ การเรียนการสอน การวิจัยและบริการวิชาการ แล้วนำมาเป็นภาพรวมของคณะซึ่งได้มีการส่งกลับไป-มาหลายรอบ เพื่อปรับให้เป็นภาพทิศทางเดียวกันและสอดคล้องกัน ที่สำคัญคือให้มีส่วนร่วมของบุคลากรทั้งระดับภาควิชา ระหว่างภาควิชาในกรรมการประจำคณะ ในที่สุดก็ไปร่างแผนพัฒนาคณะเพื่อนำไปสู่การรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานและองค์กรภายนอก ทั้งภาครัฐและเอกชน ชุมชน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงศิษย์เก่า

 

จากชื่อคณะทรัพยากรธรรมชาติ ทำให้ภารกิจของคณะมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิตทางการเกษตรให้คุ้มค่าและยั่งยืน โดยในร่างของแผนพัฒนาคณะ กำหนดปณิธาน ค่านิยม วัฒนธรรมองค์กร และวิสัยทัศน์ เพื่อเป็นทิศทาง แนวทาง แนวปฏิบัติร่วมกัน

  •  ปณิธาน ยึดถือประโยชน์เพื่อมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
  • คณะใช้ปณิธานตามพระราชดำรัสของพระราชบิดาที่ให้สอดคล้องกับมหาวิทยาลัย คือ ยึดถือประโยชน์เพื่อมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง เป็นปณิธานการทำงาน ปฏิบัติภารกิจ การหล่อหลอมบัณฑิต

 

  • ค่านิยม พัฒนาเกษตรไทย ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
  • การปฏิบัติภารกิจและการพัฒนาคณะมุ่งเน้น พัฒนาเกษตรไทย ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน หมายถึงการปฏิบัติทุกภารกิจของคณะ ไม่ว่าการจัดการเรียนการสอน การผลิตบัณฑิต การวิจัย การบริการวิชาการ ต้องนำไปสู่การพัฒนาการเกษตรของประเทศ และคำนึงถึงคุณค่าและความยั่งยืนของทรัพยากร ที่ยึดทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง คือพอดี สมเหตุสมผล และผลในอนาคตหรือเป็นภูมิคุ้มกัน ภายใต้กรอบคุณธรรม จริยธรรม และปณิธาน

 

  • วัฒนธรรมองค์กร ขยัน กตัญญู รู้งาน สานสามัคคี มีวินัย ไฝ่คุณธรรม ที่ใช้เป็นบุคลิก พฤติกรรมการปฏิบัติงาน และการหล่อหลอมบัณฑิตของคณะ

 

  • วิสัยทัศน์ ทำวิจัยและสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนาประเทศ และผลิตบัณฑิตคุณภาพสากล ในสาขาการเกษตรและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

โดยกำหนดเป้าหมายที่จะสร้างและใช้ความรู้เพื่อพัฒนาประเทศ ไม่ใช่พัฒนาเพียงคณะ เพื่อให้การพัฒนาประเทศคือคุณค่าของคณะทรัพยากรธรรมชาติ และ

การผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ ความสามารถในระดับสากลเพื่อให้สามารถพัฒนาประเทศได้ในสภาวะการเปิดเสรีการค้า เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้กว้างขวางขึ้น ที่ขณะนี้ภาคการเกษตรของไทยได้ขยายไปในภูมิภาคทั้งในอาเซียน จีน อินเดีย ซึ่งมีทั้งภาคเอกชนของไทย และบริษัทนานาชาติ อย่างบริษัท ซีพี มีกิจกรรมทั้งใน จีน อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงการผลิตในลาว พม่า กัมพูชา เวียตนาม ซึ่งก็มีบัณฑิตของคณะไปทำงานอยู่ทุกแห่ง และจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น ล่าสุดบริษัท ปตท.กำลังไปเปิดธุรกิจการทำสวนปาล์มน้ำมันขนาดใหญ่ในประเทศอินโดนีเซีย และได้มาติดต่อคัดเลือกบัณฑิตของคณะไปปฏิบัติงาน ซึ่งคณะจะได้ทำความร่วมมือในการผลิตบัณฑิตร่วมกับภาคเอกชนเหล่านี้เพื่อเตรียมบุคลากรร่วมกันต่อไป

 

สำหรับตัวเนื้อหาของทรัพยากรธรรมชาติก็จะเน้น ทรัพยากรที่อยู่ในภาคใต้ ทั้ง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ไม้ผล แพะ สัตว์น้ำ รวมถึงการพัฒนาชุมชนการผลิต มาตรฐานการผลิต และการเกษตรที่เป็นโอกาสของภาคใต้ พืชผักบางชนิด เช่น ข้าวโพดหวาน บร๊อคโคลี่ พริก ถั่ว แตง ไม้ดอก ไม้ประดับ เพื่อการใช้ การบริโภคในภูมิภาค     

การเปิดการรับฟังจากภาคส่วนภายนอก จะเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อนำไปปรับให้สอดรับการภาคผู้ใช้ผลผลิตและบริการ ก่อนนำไปเป็นแผนพัฒนาคณะต่อไป

 

หมวดหมู่บันทึก: ประวัติศาสตร์
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: 03 พฤศจิกายน 2554 19:49 แก้ไข: 03 พฤศจิกายน 2554 19:49 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ: Ico24 anni, Ico24 คนธรรมดา, และ 3 คนอื่น.
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

สรุป บุคลากรเข้าร่วมจำนวน 89 คนค่ะ สำหรับภาคเอกชนและภาครัฐบาลที่ตอบรับเข้าร่วมมี 4 หน่วยงานค่ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.26.176.182
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ