นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2109
ความเห็น: 1

อาจารย์ต้องติดปัญญาให้ศิษย์ มหาวิทยาลัยต้องติดปัญญาให้สังคมและชุมชน

ปัญญา คือมีความรู้และทักษะการใช้ความรู้ให้สอดคล้องกับสภาวะของปัญหาและสภาวะการณ์

 ในสภาพที่วันนี้ ความรู้มีอยู่ทั่วและเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่า ใคร ที่ไหน เมื่อไร แต่ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน สังคม ชุมชน แม้แต้ระดับโลก ผันแปรปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลาที่เรียกว่าถึงมีความรู้ก็ยังไม่อาจรับมือได้ ทั้งภัยธรรมชาติ อย่างสึนามิที่ญี่ปุ่น น้ำท่วม ฝนแล้งในประเทศไทย และอื่น ๆ ในโลก รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงทุกวัน เทคโนโลยีปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ที่เรียกว่า ถึงมีความรู้อย่างไรก็ยากที่จะรองรับปัญหาได้ แต่ต้องมีปัญญา คือมีความรู้และทักษะการใช้ความรู้ให้สอดคล้องกับสภาวะของปัญหาและสภาวะการณ์   

ดังนั้น การจัดการเรียนการสอนของอาจารย์ จึงไม่ใช่แค่ถ่ายทอดความรู้ให้ลูกศิษย์ แต่ต้องติดปัญญาให้ลูกศิษย์ ต้องให้ลูกศิษย์

1.    ฝึกฝนการหาความรู้ จะได้รู้ว่าจะหาจากที่ใด อย่างไร ด้วยตัวเอง

2.    ฝึกฝนการใช้ความรู้เพื่อการตัดสินใจ แก้ปัญหา นำความรู้มาใช้ประโยชน์อย่างมีคุณธรรม จริธรรม จรรยาบรรณ ซึ่งแน่นอนต้องอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจ รู้จริงในความรู้และสถานการณ์ต่างๆ   

ซึ่งอาจารย์ ต้องปรับบทบาทในการจัดการเรียนการสอน ที่ให้ผู้เรียนเป็นผู้เล่นบท อาจารย์ชี้แนะ ชี้นำ ทำความเข้าใจ ชี้ให้เห็นผลกระทบทั้งต่อตนเอง สังคม ชุมชน ประเทศ สิ่งแวดล้อม และโลกในส่วนรวม เรียกว่าเตรียมคนให้ไปทำหน้าที่ทั้งประชาชน คนทำงานในอาชีพต่าง ๆ อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ

เชื่อว่าอาจารย์มีวุฒิการศึกษา ตำแหน่งทางวิชาการ สามารถทำได้ เพียงต้องปรับเปลี่ยนความคิดและกระบวนการ  

ส่วนบทบาทของมหาวิทยาลัยก็เช่นกัน ก็ต้องติดปัญญาให้ชุมชน สังคม ด้วยการให้ความรู้ ความจริง ผลกระทบ ทั้งปัจจุบัน อนาคต แต่ชุมชน สังคม ต้องเป็นผู้เลือกตัดสินใจว่าจะรับผลการกระทำอย่างไร ในสังคม และชุมชนที่อยู่  

เท่าที่ผ่านมา ผลการวิจัย ความรู้ ข้อมูลทางวิชาการมีมากมาย แต่การตัดสินใจเป็นของนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ นักการเมือง แต่ชุมชนไม่ได้ปฏิบัติตาม หรือปฏิบัติเพียงบางส่วน ผลที่ตามมาคือ มีความรู้มากมาย แต่ปัญหายังคงอยู่ และรุนแรงขึ้น เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ของทั้งชุมชน สังคม รวมนักวิชาการ นักการเมือง ทั้งระดับประเทศ และท้องถิ่น  

การจะเปลี่ยนตรงนี้ได้ ต้องทำให้ชุมชนมีความรู้และติดสินใจเอง เรียนรู้ความต้องการ รับผลกระทบเองในภาพรวม ด้วยปัญญาของชุมชนเอง นั่นคือหน้าที่บทบาทของมหาวิทยาลัย ที่ผ่านมาแก้ปัญหาไม่ได้ผล เพราะนำความรู้ไปใช้ไม่สอดรับกับสภาวะการณ์ ตัดสินใจแทน ผลจึงแก้ปัญหาไม่ได้ ที่สำคัญมักใช้ความรู้จากที่อื่น ต่างประเทศ คนละสภาวการณ์ทั้ง สภาพแวดล้อม ค่านิยมของสังคม ชุมชน มาใช้ จึงไม่สอดคล้องกัน ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ คือการไม่มีปัญญานั่นเอง ซึ่งเป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยต้องนำปัญหาชุมชนมาศึกษา เพื่อชุมชน เพื่อสังคม และผลที่สามารถใช้แก้ปัญหา พัฒนาได้ คือความรู้ที่เป็นสากล ไม่ใช่การตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ที่มีแต่กระดาษและปัญหายังท่วมท้น แล้วมหาวิทยาลัยจะมีคุณค่าอะไรแก่สังคม ชุมชน ประเทศ    

ขอให้คนมหาวิทยาลัย คิดใหม่ ทำใหม่ มาติดปัญญาแก่ศิษย์ที่จะเป็นบัณฑิตพร้อมไปทำหน้าที่ของประชาชนที่ดี ประกอบอาชีพด้วยการใช้ความรู้ ความสามารถ แทนการมีเพียงความรู้ และช่วยกันติดปัญญาให้สังคม ชุมชน เริ่มเร็วก็เกิดค่าเร็ว  

คนมหาวิทยาลัย เป็นปัญญาชนตามความคาดหวัง ของประชาชน ประเทศชาติ สังคม ชุมชน ต้องทำได้และช่วยกันทำ ต้องเริ่มปรับเปลี่ยนความรู้ ให้เป็นปัญญากันในวันนี้เลย  

ศิษย์จะเป็นมาอย่างไร ชุมชนมีปัญหาอย่างไร เป็นหน้าที่ของคนมหาวิทยาลัยที่ต้องติดปัญญาให้ หากเรามีปัญญา

แต่หากมีปัญหาก็แสดงว่าไรปัญญาเช่นกัน และหวังว่าจะไม่สร้างปัญหาเพิ่มขึ้นให้แก่สังคม ชุมชน ประเทศ และโลกนี้ มิฉะนั้น จะถูกเปลี่ยนเป็น ปัญหาชน แทน ปัญญาชน

 
หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 26 เมษายน 2554 19:19 แก้ไข: 04 พฤษภาคม 2554 18:08 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
apinya.r [IP: 192.168.101.4]
10 พฤษภาคม 2554 16:44
#65308
โดนจริง ๆ ค่ะ ...

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ