นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1627
ความเห็น: 1

ความคิดแนวปฏิบัติดี ๆ กับสิ่งแวดล้อม

น่าจะถึงเวลาร่วมกันคิดดี คิดอย่างมีความรู้เท่าทัน ทำดีอย่างพอดี ก็มีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างดี ซึ่งไม่ใช่ธรณี ฟ้าพิโรธ แต่เป็นผลของน้ำมือมนุษย์เราเอง

   เช้านี้ 8 เม.ย.54 ได้รับฟังข่าวว่าประเทศจีนจำกัดการเพิ่มรถยนต์ในกรุงปักกิ่งที่มีเพิ่มของรถยนต์ในอัตราสูงมาก อันเกิดจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี ทำให้ผู้มีเงินจำนวนมากขึ้น อีกทั้งผลพวงของการจัดโอลิมปิคที่ทำให้ถนนหนทางดีขึ้น ดังนั้น ทางการจึงต้องจำกัดการเพิ่มจำนวนรถยนต์ด้วยการจำกัดจำนวนการจดทะเบียนไว้เดือนละไม่เกิน 20,000 คัน หรือปีละ 240,000 คัน

ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินว่า มีการจำกัดการใช้รถยนต์ด้วยการจำกัดการใช้รถตามเลขทะเบียนวันคู่ วันคี่ ทำให้บางบ้านที่มีเงินซื้อรถเพิ่มให้มีทะเบียนเลขคู่และเลขคี่อย่างละคัน จะได้ใช้รถได้ทุกวัน

สำหรับประเทศญี่ปุ่นก็มีการกำหนดให้ผู้ซื้อรถยนต์ต้องไปปลูกต้นไม้อย่างน้อย 1 ต้น เพราะต้นไม้ช่วยจำกัดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์และปลดปล่อยอ๊อกซิเจน เรียกว่าช่วยฟอกอากาศให้ดีขึ้นนั่นเอง

ได้ไปมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น มีกติกาในการใช้รถยนต์ใมหาวิทยาลัยที่ให้ขับรถยนต์มาจากบ้าน เมื่อเข้าจอดในมหาวิทยาลัยแล้วไม่มีการนำไปวิ่งในมหาวิทยาลัย แต่จะเดินกันในมหาวิทยาลัย หรือบางคนจะใช้จักรยานแทน

ก็แนวปฏิบัติที่ทำได้ไม่ยาก หากร่วมมือร่วมใจกันจริง ๆ

พูดถึงต้นไม้ที่เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวในโลกที่มีประโยชน์ต่อโลกและมวลสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในโลกอย่างมาก

- ต้นไม้ เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่จับพลังงานแสงมาเปลี่ยนเป็นพลังงานเคมีในรูปสารอาหารต่าง ๆ ทั้ง คาร์โบไฮเดรท  ไขมัน โปรตีน ที่ใช้เป็นแหล่งอาหารพลังงานของคนและสัตว์ ซึ่งสารอาหารดังกล่าวประกอบด้วยธาตุ คาร์บอนจากคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ รวมตัวกับน้ำที่ดูดมาดินและอากาศด้วยกระบวนการสังเคราะห์แสง พร้อมปลดปล่อยอ๊อกซิเจนออกมาด้วย ดังนั้น ต้นไม้จึงช่วยฟอกอากาศ ทั้งกำจัดคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ และปล่อยอ๊อกซิเจน สำหรับคน สัตว์ที่กินพืชเข้าไปเพื่อใช้เป็นอาหารและพลังงานด้วยกระบวนการย่อยและการหายใจ ก็ปลดปล่อยคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ออกมา

- ต้นไม้ ช่วยลดคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ด้วยการสังเคราะห์แสงที่ไปสร้างเป็นเนื้อไม้ซึ่งส่วนเป็นธาตุคาร์บอน ทำให้คาร์บอนถูกตรึงไว้ในต้นไม้ ต้นยิ่งใหญ่ยิ่งตรึงไว้มาก แต่คาร์บอนที่ถูกสัตว์ คนกินเป็นอาหารเข้าไปกลับหมุนเวียนออกมาในรูปคาร์บอนไดอ๊อกไซด์อีกด้วยการหายใจใช้พลังงาน แสดงว่าพืชที่ปลูกเป็นพืชอาหารเป็นการตรึงคาร์บอนไว้ในระยะสั้น ๆ ที่ยังเป็นต้นพืช ซึ่งก็ยังทำหน้าที่ฟอกอากาศเช่นกัน 

- ต้นไม้ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของอากาศ ในกระบวนการเจริญของต้นไม้ก็ต้องการพลังงานและสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์ในช่วงการออกดอกออกผล ซึ่งการหายใจของพืชนั้น มีการปลดปล่อยน้ำออกมา ดังนั้น การมีป่าไม้จึงทำให้อากาศชุ่มชื้น และในป่าดงดิบที่มีต้นไม้มาก ๆ รากไม้ ใบไม้ที่ตกมาทับถมกันยังช่วยยึดน้ำในดินให้ชุ่มชื้น จะเห็นต้นน้ำตกมาจากป่าไม้ที่ทึบ แต่ป่าถูกโค่นทำลาย น้ำตกจึงหายไป เกิดความแห้งแล้ง อีกทั้งป่ายังช่วยยึดดิน หินไม่ให้ถล่มทลายอีกด้วย แต่การไปหักล้างถางป่ามาปลูกพืชจำนวนน้อยในที่เนินชันจึงเกิดโคลนถล่มเมื่อมีน้ำมาก ๆ  

ต้นไม้มีคุณค่าต่อโลกมากมาย ทั้งต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ทั้งสภาพแวดล้อม และภัยอันตราย หากต้องการอยู่ดีมีสุข ต้องช่วยกันปลูกต้นไม้ ไม่ตัดไม้ทำลายป่า โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดชัน ทั้งหมดอยู่ที่น้ำมือมนุษย์เท่านั้น หากกินพอดี อยู่พอดี ไม่มีที่ดินเกินตัวกันทุกคน ทุกคนก็อยู่ร่วมกันอย่างดี มีสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่เสี่ยงภัยอันตรายอย่างที่เป็นในภาคใต้

น่าจะถึงเวลาร่วมกันคิดดี คิดอย่างมีความรู้เท่าทัน ทำดีอย่างพอดี ก็มีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างดี ซึ่งไม่ใช่ธรณี ฟ้าพิโรธ แต่เป็นผลของน้ำมือมนุษย์เราเอง

 

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 08 เมษายน 2554 19:09 แก้ไข: 08 เมษายน 2554 19:09 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
[[ddlink]] [IP: 101.66.58.231]
15 ตุลาคม 2554 09:04
#69768

enjoy in Hong Kong received 09 new Watch series 2010 Basel Bulgari

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.215.182.36
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ