นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1946
ความเห็น: 3

เรื่องเล่าดีๆ " จากญี่ปุ่น" ในวันแผ่นดินไหว

การดูแล วัฒนธรรม จิตสำนึกของการอยู่ร่วมกัน ในยามประสบภัย ในยามทุกข์ยาก ที่ทุกคนต้องการกำลังใจซึ่งกันและกัน

ตามที่บันทึก บทเรียนที่น่ารักจากสินามิ ญี่ปุ่น 11 มี.ค.54  http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/18842

วันนี้ได้รับ forward mail เรื่องเรื่องเล่าดีๆ " จากญี่ปุ่น" ในวันแผ่นดินไหว ที่แสดงให้เห็นการดูแล วัฒนธรรม จิตสำนึกของการอยู่ร่วมกัน ในยามประสบภัย ในยามทุกข์ยาก ที่ทุกคนต้องการกำลังใจซึ่งกันและกัน จึงขอนำมาขยายเป็นบทเรียน และขอบคุณผู้ส่งเมลต่อ ผู้แปล ผู้เล่า


        ผมได้อ่านข้อความจากเพื่อนคนหนึ่งที่ไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ญี่ปุ่นเป็นข้อความที่นักเรียนไทยแปลมาจากข้อความของ ชาวญี่ปุ่นหนึ่ง

        หลายคนคงได้อ่านหรือได้ฟังเรื่องราวของชาวญี่ปุ่นในยามที่เขาประสพภัยมาบ้างแล้วนี้คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมได้อ่านแล้วก็น้ำตาซึมอย่างไม่รู้ตัว

        ก่อนอ่านทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า "ข้าพเจ้า" คือคนญี่ปุ่นที่เป็นคนเขียนเรื่องนี้ขึ้นในสิ่งที่เค้าพบเจอ

        เรื่อง แรก ข้าพเจ้าได้เห็นเด็กน้อยพูดกับพนักงานรถไฟว่า
"ขอบคุณค่ะ/ครับที่เมื่อวานพยายามอย่างสุดชีวิตทำให้รถไฟเดินรถอีกครั้ง" พนักงานรถไฟได้ฟังแล้วร้องไห้ ส่วนข้าพเจ้าร้องไห้ฟูมฟายไปแล้ว(เพราะคืนวันที่เกิดแผ่นดินไหว รถไฟหยุดวิ่งกว่าจะวิ่งได้ก็หลังเที่ยงคืนไปแล้วหลายคนไม่ได้กลับบ้าน หลายคนต้องเดินกลับ)

        เรื่องที่สอง ที่ดิสนีย์แลนด์ คนติดไม่สามารถกลับบ้านได้จำนวนมากและทางร้านขายของได้เอาขนมใสแจกนักท่องเที่ยว
ก็ได้มีนักเรียนม.ปลายหญิงกลุ่มหนึ่งไปเอามาจำนวนมาก มากเกินพอแว่บแรก ข้าพเจ้ารู้สึกทันทีคือ ?อะไรวะ เอาซะเยอะเลย?
แต่วินาทีต่อมากลายเป็นความรู้สึกตื้นตันใจเพราะเด็กกลุ่มนั้นเอาขนมไปให้เด็กๆที่พ่อแม่ไม่สามารถไปเอาเองได้เพราะต้องดูแลลูกๆ

        เรื่องที่สาม ในซุปเปอร์แห่งหนึ่ง ของตกระเกะระกะเพราะแรงแผ่นดินไหวแต่คนซื้อก็เดินไปช่วยกันเก็บของแล้วก็หยิบส่วนที่ตนอยากซื้อไปต่อคิวจ่ายเงิน และในรถไฟที่เพิ่งเปิดให้ใช้บริการ
มีคนที่ตกค้างจำนวนมากกำลังเดินทางกลับก็ได้เห็นคนแก่คนหนึ่งลุกให้สตรีมีครรภ์นั่ง คนญี่ปุ่นแม้ในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ ก็ยังมีน้ำใจ มีระเบียบ

        เรื่อง ที่สี่ ในคืนแรกที่เกิดแผ่นดินไหว รถไฟไม่วิ่งทำให้คนจำนวนมากต้องเดินกลับบ้านแทนการนั่งรถไฟ ขณะที่ข้าพเจ้าต้องเดินกลับจากมหาลัยมายังที่พัก ร้านรวงก็ปิดหมดแล้ว ข้าพเจ้าได้ผ่านร้านขนมปังร้านหนึ่งซึ่งปิดไปแล้ว แต่คุณป้าเจ้าของร้านก็ได้เอาขนมปังมาแจกฟรีแก่คนที่กำลังเดินกลับบ้าน แม้ภาวะฉุกเฉินเช่นนี้ น้ำใจเช่นนี้ทำให้หัวใจข้าพเจ้าอบอุ่น ตื้นตัน

        เรื่อง ที่ห้า ในขณะที่รอรถไฟให้กลับมาวิ่งได้ข้าพเจ้าก็ได้รออยู่ในอาคารสถานีอย่างเหน็บหนาว โฮมเลส (คนจรจัด)
ก็ได้แบ่งปันแผ่นกล่องกระดาษให้โฮมเลสที่ข้าพเจ้ามองด้วยหางตาทุกวันที่มาใช้สถานีคืนนั้นทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

        เรื่องที่หก (เรื่องราวคืนรถไฟไม่วิ่งเยอะหน่อยนะครับ)
ด้วยระยะเวลาสี่ชั่วโมงที่ต้องเดินเท้ากลับบ้านก็ได้ผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่งตาก็ไปสะดุดกับแผ่นกระดาษที่เขียนว่า "เชิญใช้ห้องน้ำได้ค่ะ" หญิงสาวท่านหนึ่งได้เปิดบ้านตัวเองให้แก่คนที่กำลังเดินกลับบ้านได้ใช้
วินาทีที่ได้เห็นแผ่นกระดาษนั้นน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง น้ำใจคนญี่ปุ่น

        เรื่อง ที่เจ็ด แม้ว่าไฟดับ ก็ยังมีคนที่สู้ทำงานให้ไฟกลับมาติด
น้ำไม่ไหลก็ยังมีคนไม่ยอมแพ้ทำให้น้ำกลับมาไหล เกิดปัญหากับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ก็มีคนที่พร้อมจะเข้าพื้นที่เพื่อซ่อมมัน
ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ได้กลับมาสู่สภาพปกติด้วยตัวมันเอง ขณะที่พวกเราอยู่ในบ้านอันอบอุ่นแล้วก็พร่ำบ่นว่าเมื่อไรไฟมันจะติด
น้ำจะไหลน้าา ก็มีคนที่อยู่ข้างนอกท่ามกลางความหนาวเหน็บกำลังพยายามสู้อยู่

        เรื่อง ที่แปด ในจังหวัดจิบะ คนลุงคนหนึ่งที่หลบภัยอยู่ก็ได้เปรยออกมาว่า ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรน้า เด็กหนุ่มม.ปลายก็ตอบกลับไปว่า ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง ต่อจากนี้ไปเมื่อผมเป็นผู้ใหญ่ พวกผมจะทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมแน่นอน (ไม่เป็นไร พวกเรายังมีอนาคต!!!)

        เรื่อง ที่เก้า ขณะที่กำลังได้รับความช่วยเหลือ หลังจากที่ติดอยู่บนหลังคาบ้านมากว่า 42 ชั่วโมง คุณลุงก็ได้กล่าวว่า "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรครับ เคยมีประสบการณ์สึนามิที่ชิลีมาแล้ว ต่อจากนี้ไปพวกเรามาช่วยฟื้นฟูบ้านเมืองกันนะ" แกกล่าวด้วยรอยยิ้ม (สิ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือ ต่อจากนี้ไปเราจะทำอะไรต่างหาก)

        เรื่อง สุดท้าย ก่อนหน้านี้เมืองมันสว่างเกินไป เกินที่จะมองเห็นดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่จริงๆแล้วดาวสวยเช่นนี้เอง
ชาวเซนไดทุกคนลองแหงนมองขึ้นไปข้างบนดูซิ (ตรงนี้ไม่มั่นใจว่าแปลว่า ชาวเซนไดทุกคนมองขึ้นไปบนฟ้า รึเปล่า)

        ขอบคุณ คุณ ฉั่ว Kyoto ในการแปลข้อความพวกนี้เป็นภาษาไทย ให้พวกเราทุกคนได้อ่านกัน

        ขอบคุณ เพื่อนผมที่อยู่ที่นั้น และฝากข้อความมาให้อ่าน
และเค้าบอกว่าที่นั้นสบายดี กลายเป็นว่าแทนทีผมจะให้กำลังใจเพื่อนฝ่ายเดียว แต่เค้าได้ให้กำลังใจผมกลับมาจนเต็มหัวใจ

        สุดท้าย ?คนไทยในยามวิกฤต ช่วงน้ำท่วมหรือสึนามิ
เราก็เคยได้เห็นน้ำใจคนไทยแบบนี้เช่นกัน?


 

ความจริงในยามภัยพิบัติในไทยก็มีสิ่งเหล่านี้ให้เห็นเหมือนกัน ในยากทุกข์ยาก ต้องการกำลังใจ ดูแล ช่วยเหลือกัน และคงต้องช่วยกันสร้างวัฒนธรรมที่ดี สมเป็น สยามเมืองยิ้ม สำหรับประเทศไทย

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 18 มีนาคม 2554 12:26 แก้ไข: 18 มีนาคม 2554 12:41 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
[[ddlink]] [IP: 123.153.72.2]
29 กรกฎาคม 2554 13:11
#67026

0 million clocks and watches yield over possess excellent waterproof performance

Ico48
[[ddlink]] [IP: 123.153.72.29]
02 สิงหาคม 2554 18:51
#67142

word of mouth the greatest influence and obvious case should be no scratches

Ico48
[[ddlink]] [IP: 101.66.49.215]
31 สิงหาคม 2554 16:40
#68091

Breitling Airshow Airshow Breitling As growth ended when the Great Depression

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ