นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Wullop Santipracha
Ico64
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 1552
ความเห็น: 0

การพัฒนาการศึกษาไทย ต้องเข้าใจในธรรม(ชาติ) 4:วัยทารก-วัยเด็ก

เตรียมลูกเพื่อเป็นทาสของคนอื่น เป็นแค่แรงงาน เป็นแค่คนทำงาน เพราะคิด พัฒนาไม่เป็น ก็ทำใด้เพียงทำตามที่เรียนที่ถูกสั่ง เพราะไม่เป็นแม้แต่ตนเอง

จากบันทึก การพัฒนาการศึกษาไทย ต้องเข้าใจในธรรม(ชาติ)

1 ความแตกต่างตามธรรมชาติhttp://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/17937

 2: ธรรมชาติของมนุษย์กับจัดการการศึกษา  http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/17968

3: ผลการจัดการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/18655

มาสู่ 4:วัยทารก-วัยเด็ก         

 เริ่มจากคุณแม่ที่หลายท่านไม่รู้ว่า ธรรมชาติของการให้ลูกดื่มนมแม่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ไม่สามารถใช้อย่างอื่นทดแทนได้ รวมถึงการสัมผัสที่อบอุ่นที่ทำให้ขาดความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ความรู้สึกที่ดี จึงเป็นเด็กที่แข็งกระด้างที่แก้ไม่ได้ จึงเห็นคนยกพวกตีกัน อารมณ์โหดร้าย เอาแต่ใจและอารมณ์ตนเอง ขาดทักษะการควบคุมตนเอง ไม่สามารถผ่อนหนักผ่อนเบา สมัครสมานสามัคคีที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข          

โตขึ้นมาอีกนิด ระดับที่เริ่มเรียนรู้ ซึ่งตามสัญชาตญาณแล้ว เด็กทุกคนเมื่อถึงวัยนี้ ต้องการเรียนรู้ อยากรู้ อยากเห็น อยากลอง แต่ด้วยความเป็นพ่อเป็นแม่ที่ดี และด้วยความรักลูก จึงได้ริดรอนความอยากของเด็กตามสัญชาตญาณจนหมด ด้วยกลัวว่าลูกจะลำบากจึงทำให้ลูกหมดทุกอย่าง ลูกก็เลยลำบากจริงเพราะทำอะไรไม่เป็น ช่วยตัวเองไม่ได้ เห็นลูกเป็นเพียงของเล่นที่บำรุงความสุขและความอยากของพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย  คือให้ลูกหลานทำแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการเท่านั้น ลืมความรู้สึกเมื่อเป็นเด็กที่ถูกห้ามทำสิ่งที่อยากทำแล้ว รู้สึกอย่างไร เด็กจึงขาดโอกาสการเรียนรู้ตามสัญชาตญาณ ตามวัย ขาดความสามารถ ทักษะการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม ขาดทักษะการคิด ซึ่งหากคิดตามทฤษฎีวิวัฒนาการทางชีววิทยา ที่ว่า อวัยวะใดที่ไม่ได้ใช้งาน อวัยวะนั้นอ่อนแอและไม่พัฒนาแล้ว ในกรณีนี้ อาจทำให้สมองด้านความคิดสร้างสรรค์ไม่พัฒนาและอ่อนแอ ขาดความคิดที่เชื่อมโยงกันเป็นระบบกับธรรมชาติ ใช้ธรรมชาติโดยไม่เข้าใจถึงผลกระทบ ซึ่งเห็นคนไทยส่วนใหญ่มักขาดสิ่งนี้มากขึ้น ๆ ในเด็กยุคใหม่ ที่เกิดจากผู้ใหญ่ทำ

บางท่านอาจบอกว่า ก็ไม่เป็นไร ทำอะไรไม่เป็น ก็หาคนมาทำให้ แล้วแน่ใจหรือว่า คนที่มาคอยรับใช้จะดูแลได้ดี และก็ไม่มีคนดี ๆ มาคอยรับใช้ด้วย หรือหากมีคนดีก็ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง เป็นภาระแก่ลูกหลานที่ต้องหาเงินมาจ้างคนมาเลี้ยงตนเอง เลยไม่แน่ใจว่า ใครเป็นลูกจ้างใคร ที่สำคัญหากคนเลี้ยงไม่พอใจ ไม่มาดูแลรับใช้ก็อาจอดตายได้

ที่สำคัญมากที่สุดอีกอย่าง ทำให้ลูกขาดสุนทรียภาพในได้ทำสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตจริง การหุงข้าว หุงปลา ดูแลตัวเองตามธรรมชาติ และสิ่งที่ขาดไปคือทักษะชีวิตตามธรรมชาติ การคิด การพัฒนา

ตกลงเป็นการเตรียมลูกเพื่อเป็นทาสของคนอื่น เป็นแค่แรงงาน เป็นแค่คนทำงาน เพราะคิด พัฒนาไม่เป็น ก็ทำใด้เพียงทำตามที่เรียนที่ถูกสั่ง เพราะไม่เป็นแม้แต่ตนเอง

คงต้องทำความเข้าใจธรรมชาติ ให้โอกาสลูกได้เรียนรู้ด้วยการชวนลูกมาช่วยกันทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เรียนรู้ตามความอยากรู้ อยากเห็น ให้พัฒนาชีวิต ทักษะตามธรรมชาติ ทำให้มีโอกาสได้สั่ง ได้สอน รับรู้ความสนใจ ตามความถนัด ความชอบนำไปส่งเสริมให้ถูกทิศ ถูกทาง ยังช่วยป้องกันอันตรายเพราะการฝึกอยู่ในสายตาและการดูแลตลอดเวลา ดีกว่าปล่อยไปเล่นของเล่น เล่นเกมส์ ดูทีวี ฯลฯ หรืออยู่ในความดูแลของคนเลี้ยง แน่ใจว่าจะรัก จะเลี้ยงได้ดีเท่าแม่  

วัยทารก-วัยเด็กนี้ถือว่าเป็นวัยที่สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มเรียนรู้ เพราะอาจมีผลไปถึงการพัฒนาสมองในส่วนที่เป็นการคิดวิเคราะห์ด้วย ที่หากไม่พัฒนาแล้ว ก็ไม่สามารถหามาทดแทนได้

ดังนั้น การศึกษาตามธรรมชาติในวัยนี้จึงสำคัญมาก ๆ ต่อชีวิตการเรียนรู้ของมนุษย์ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาที่เป็นจุดเริ่มต้น สำคัญที่สุด คือนิสัยความอยากและสนุกกับการเรียนให้เข้ากับธรรมชาติ และชีวิต

หมวดหมู่บันทึก: การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 22 กุมภาพันธ์ 2554 08:28 แก้ไข: 22 กุมภาพันธ์ 2554 09:14 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ