นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1866
ความเห็น: 14

การประกันการศึกษาไทย หลงแต่ทฤษฎี หลงระบบ บิดเบือนทิศทาง ลดค่าและกีดกันความเป็นไทย ๓

กลับไปสอนลูกหลานกันดีกว่าไหม ???????????? หรือต้องส่งไปให้คนอื่น ประเทศอื่นสอน ???????

จาก ๑ http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/18220?page=1 http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/18228มาต่อ ๓ 

๓. ลดค่าและกีดกันความเป็นไทยในคู่มือประกันคุณภาพทั้ง สกอ. สมศ. ระบุเน้นมาตรฐานความเป็นไทย ส่งเสริมภูมิปัญญาไทย แต่ตัวชี้วัดการเผยแพร่ผลงานวิชาการ การใช้งานของชุมชน มีค่าเพียงเศษเสี้ยว (๐.๑๒๕) ของนานาชาติ และระดับชาติไทย ก็มีค่าเพียงครึ่งเดียว (๐.๕๐) เรียกว่าส่งเสริมให้ค่าความเป็นไทยอย่างไร ??????? ทำไมค่าความเป็นไทยจึงมีน้อยนิด กะปิ มีเป็นอาหารที่มีคุณค่าของคนไทย ต้องเขียนว่า kapi แล้วคนที่รับประทานน้ำสลัดจะนำไปอ้างอิงกับอะไร 

 ทำไมความเป็นไทยจึงน่ารังเกียจและมีค่าน้อยของผุ้คิดระบบนี้ ความเป็นไทย หากไทยไม่ยกย่อง แล้วจะให้ใครมายกย่อง

ผลงานวิจัย ใช้ภาษีคนไทยทำ คนทำก็ใช้เงินเดือน ค่าตอบแทนจากภาษีไทย แต่ทำไมต้องทำให้คนต่างชาติอ่านสะดวก คนไทยอ่านยาก ในฐานะคนไทยผู้เสียภาษีจึงขอให้ส่งเสริมและพัฒนาประเทศไทย (รู้สึกเหมือนส่งส่วยแบบเมืองขึ้น)

 นอกจากนี้ ยังต้องบอกถึงความเยี่ยมยุทธ์ของคู่มือประกันคุณภาพ ที่พยายามจะลดคะแนนการประเมิน หรือภาษาการค้าระหว่างประเทศเรียกว่า มาตรการกีดกันทางการค้า เช่น

-         การบริหารหลักสูตรในสถาบันกลุ่ม ง นอกจากผ่านเกณฑ์พื้นฐาน ยังทีเกณฑ์เฉพาะ ที่ต้องมีหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา มากกว่า ๕๐% แล้วยังต้องมีนักศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว มากกว่า ๓๐%

 -         การบริการวิชาการ ที่ต้องบูรณาการกับทั้งการเรียนการสอน และการวิจัย (เฉพาะทำบริการวิชาการก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องบูรณาการทั้งสองด้าน ด้านใดด้านหนึ่งก็ไม่ได้)

-         ตัวชี้วัดหลาย ๆ ต้องเป็นนานาชาติ ถ้าเป็นระดับชาติไทยได้ไม่เกิน ๔ ยังลดไปถึงภูมิภาค/พื้นถิ่นที่ได้คะแนนลดลง เรียกว่ามีชั้น วรรณะตามระดับ 

-         การประกันคุณภาพ ยังต้องมีการจัดการความรู้ ต้องมีวิจัย (ที่เคยได้คะแนนเต็ม ก็ลดลง)

-         ฯลฯ ยังมีอีกหลาย ๆ ข้อที่เป็นระบบกีดกันขั้นเทพ ที่คนเดินดินทำได้ยาก คงกลัวว่าจะมีผลการประเมินดีเกินไป ยังไม่พอ ผลการประเมิน ข้อใดมีคะแนนเกิน ๕ ก็ได้แค่ ๕ ข้อไหนลักฐานไม่ครบก็ได้คะแนนลดลง แม้ผลจริง ๆ จะดี  

คงต้องเป็นคำถามว่า หากผลการประเมินได้คะแนนต่ำเป็นส่วนใหญ่ แสดงว่าคุณภาพการศึกษาไทยไม่ดี นานาชาติไม่ยอมรับเพราะเกณฑ์ของประเทศไทยประเมินว่าเป็นเช่นนั้น แล้วคุณภาพการศึกษาไทยจะให้ใครยอมรับคุณภาพ ลูกหลานท่าน ลูกหลานไทย จะยืนที่ไหนในโลกนี้ คนที่มีกำลังทรัพย์คงต้องส่งลูกไปเรียนต่างประเทศ เพราะการศึกษาประเทศไทยคุณภาพไม่ดี 

 ประเทศไทยเป็นของคนไทย เรากำลังทำอะไรกับลูกหลานเรา มีอะไรที่เหลือความเป็นไทยไว้ให้ลูกหลาน  สิ่งทำช่วยยกหรือลดมาตรฐาน  ???????

 มัวทำระบบ หลักฐาน แล้วลูกหลานจะเรียนจากใคร คอมพิวเตอร์ หรือโจร ที่มาล่อทั้งสิ่งเสพติดและสิ่งล่ออื่น ๆ 

ตกลงอะไรทำให้การศึกษาไทยคุณภาพไม่ดี ระบบ หรือ สถาบัน

กลับไปสอนลูกหลานกันดีกว่าไหม ???????????? หรือต้องส่งไปให้คนอื่น ประเทศอื่นสอน ???????

สร้าง: 07 มกราคม 2554 19:12 แก้ไข: 08 มกราคม 2554 14:30 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
[IP: 115.87.173.84]
08 มกราคม 2554 00:57
#62784

ผมอ่านข้อเขียนของ ดร.วัลลภแล้วเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่เป็นทางรอดการศึกษาของชาติ

การศึกษาของชาติวันนี้ยังมืดมิดหมดความหวัง...มืดมิดเพราะผู้มีอำนาจปฏิรูปการศึกษาอวิชชาเรื่องระบบการประกันคุณภาพการศึกษาที่เป็นหัวใจของกฏหมายการศึกษาแห่งชาติ 2542

อวิชชาทำให้มืดบอดจึงพากันลองผิดลองถูก ทำสิ่งที่ทำลายการศึกษาของชาติจนย่อยยับเสียหายนับล้านล้านบาท(฿ Trillion)ผลาญเงินงบประมาณของประชาชนในรอบ 10 ปีแรก

ยังสร้างความเสียหายอย่างมหันต์ให้อาจารย์ไม่ได้สอนและนักเรียนนักศึกษาทั่วประเทศไม่ได้เรียน เพราะต้องไปร่วมลองผิดลองถูก  เช่น การประเมินของ สมศ.

เกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาของ สมศ.ทั้งรอบแรกและรอบสองไม่ได้มาตรฐานสากลเมื่อใช้ Principles ของ ISO.9000:2000  เป็นมาตรฐาน

สำหรับระดับอุดมศึกษา สมศ.จงใจสร้างเกณฑ์ 2 มาตรฐาน(Double-standard) เพราะมีเกณฑ์ 7 หมวดของ สกอ.ด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอาย

เกณฑ์การประเมินคุณภาพรอบสามของ สมศ.(2554-2558)ก็ยังไม่ได้มาตรฐานสากลอีกตามเคย...นอกจากอวิชชาเรื่อง QA แล้ว ยังไม่รู้จัก Reflection และ Innovation(เปลี่ยนเพื่อปรับปรุง)

ข้อเขียนของ ดร.วัลลภข้างต้นมีคุณค่าสูงเหมือนเทพเขียน...เพราะสอดคล้องกับคำแนะนำของ อมาตยา เซน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลที่แนะนำประเทศไทยให้มีความดีงามความยุติธรรมโดยรู้จักตำหนิตนเอง (Reflection)

เพราะถ้าไม่สามารถตำหนิ หรือทำ KPI หรือ Measure ตนเอง... ก็ไม่สามารถปรับปรุงหรือปฏิรูปไดๆได้

ผมจึงมองข้อเขียนข้างต้นของ ดร.วัลลภ เป็นแสงสว่างที่นำไปสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาของชาติ

 

 

Ico48
. [IP: 58.9.13.92]
08 มกราคม 2554 07:56
#62786

เกณฑ์มาตรฐานการบริหารระบบ(Quality Management System)หรือการบริหารที่ทำให้การบริหารการศึกษามีคุณภาพ(Quality Management)ตามมาตรฐานสากลคือ 8 Principles ของ ISO 9000:2000

ที่สอดคล้องกับมาตรฐานบอลริจ Baldrige Criteria  (มาตรฐาน PMQA ของ กพร.) ที่เป็นมาตรฐานการบริหารคุณภาพที่ดีที่สุด(Joseph M. Juran)

อัตตาผู้นำที่ทำให้ กพร.สร้าง 2 มาตรฐาน(Double-standard)การประเมินผลการปฏิบัติราชการของสถาบันอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2553

มี 18 ตัวชี้วัดที่ทำให้เสียเวลาอาจารย์ไม่ได้สอน..นักศึกษาไม่ได้เรียน เพราะต้องเสียเวลากับมาตรฐานที่สองของ กพร.ที่เป็นส่วนเกินที่ไร้ค่า

อัตตาผู้นำ(Ego-centered Leader)ทำให้ไม่รู้ว่า ตัวชี้วัดตามมาตรฐาน PMQA ทั้ง 7 หมวดนั้น..เป็นเกณฑ์มาตรฐานการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ดีที่สุดที่ครอบคลุมการบริหารการศึกษาทุกเรื่องไว้แล้วโดยไม่จำเป็นต้องสร้าง 2 มาตรฐานแต่ประการใด

Ico48
TQF [IP: 58.9.13.92]
08 มกราคม 2554 08:54
#62787

วิกฤตการศึกษาของชาติที่สร้างความเสียหายทำให้เสียเวลาอาจารย์ไม่ได้สอน-นักศึกษาไม่ได้เรียนอันทำลายการศึกษาของชาติอีกเรื่องหนึ่ง คือ TQF (Thailand Qualifications Framework)

TQF.ลอกเรียนแบบมาจาก NQF (National Qualifications Framework) ของอังกฤษที่เขาจำเป็นต้องทำ NQF ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นระบบปรับโอนหน่วยกิจ(credit transfer system) เพราะที่ประเทศอังกฤษมีการเปลี่ยนแปลงระดับ(Level)การศึกษาครั้งใหญ่เมื่อปี 2004 (พ.ศ. 2547) กล่าวคือ ระดับ 4 เดิม(old Level 4)แตกให้เป็น ระดับ 4 ระดับ 5 และระดับ 6 ...และระดับ 5 เดิม(old Level 5)แตกเป็นระดับ 7 และระดับ 8

ประเทศไทยมิได้เป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ อีกทั้งไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องระดับ(Level)และไม่จำเป็นต้องทำ credit transfer system..ทำไมต้องบังคับให้สถานศึกษาทั่วประเทศเสียเวลาทำ TQF ด้วย...แม้กระทั่ง สก๊อตแลนด์ที่อยู่ในเครือจักรภพอังกฤษ..เขาก็ไม่ได้ทำ NQF.

ชี้ให้เห็นอันตรายของอัตตาผู้นำ Ego-centered Leader ในกระทรวงศึกษาธิการ

ขอบคุณที่เห็นความจริง แต่เสียดายว่าแสงสว่างนั้นเป็นแค่ฝัน ในความเป็นจริงถูกลากเข้าไปลึกขึ้น ดังที่เห็นกระบวนการจนถึงปัจจุบัน ที่ยังไม่มีใครรู้ตัว
  • ผมเห็นแสงสว่างอีกแบบ แต่ไม่ใช่เพราะเด็กไทยมุดอุโมงค์นี้เข้าไป
  • internet คืออุโมงค์อื่น ที่เป็นทางเลือก
  • ทุกวันนี้ เราใช้ศักยภาพที่แท้จริงของมันน้อยมาก
  • ลองนึกถึงศักยภาพของ web เหล่านี้ที่มาเสริมพลังกันเอง
  1. wikipedia
  2. google
  3. youtube
  4. wolframalpha
  5. khanacademy
  • บิลล์ เกตส์ ออกมาหนุน khanacademy อย่างเต็มตัวว่า เรียนที่นี่ที่เดียว ก็ครบเครื่องแล้ว ไม่ต้องเรียนที่อื่นด้วยซ้ำ แต่ต้องมีฉันทะในการเรียนรู้อย่างลึกซึ้งนะ (หมายเหตุส่วนตัว...ไ่ม่งั้น มันเอาแต่ปลูกผัก เล่นเกมส์อยู่ในเฟซยันเลย)
  • ที่ผมมองเช่นนี้ เพราะอุโมงค์ของเรา อาจยาวกว่าที่คาด
  • ตัวอย่างที่ผมเห็นคือสองเรื่อง
  • เรื่องแรก คือกีดกันเด็กผู้ชายไม่ให้เรียนสูงโดยโครงสร้าง
  • เราจะอธิบายปรากฎการณ์ที่ผู้ชายเรียนสูง ๆ น้อยกว่าผู้หญิงในระดับอัตราส่วน 1:3, 1:4, 1:5 ว่าอย่างไร ทั้งที่โครงสร้างประชากรยัง 1:1 ซึ่งการเบี่ยงเบนนี้ ถ้าทดสอบทางสถิติ p-value จะใกล้ศูนย์อย่างเหลือเชื่อ (แปลว่า ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ)
  • เรื่องที่สอง พื้นฐานไม่แข็งแรง
  • ยกตัวอย่าง สอบเอ็นท์ ได้ยินว่าคณิตศาสตร์มี 30 ข้อ ผมไม่ทราบว่า 4 หรือ 5 ตัวเลือก
  • ถ้า 4 ตัวเลือก ช่วงความเชื่อมั่น 90 % ของการเดาคือ จะทำได้ 4-12 ข้อ (13 % - 40 %)
  • ถ้า 5 ตัวเลือก ช่วงความเชื่อมั่น 90 % ของการเดาคือ จะทำได้ 3-10 ข้อ (10 % - 33.3 %)
  • ปัจจุบัน คณะที่ตั้งเกณฑ์รับนักศึกษาเข้าเรียนที่ต้องใช้คณิตศาสตร์ ตั้งที่ 30 % มีกี่แห่ง ? กลายเป็นว่า เด็กผ่านเกณฑ์นี้ได้ ราวกับเป็นมนุษย์ทองคำ ที่คณะต้องรีบตะครุบตัว ทั้งที่ทางสถิติแล้ว ทำได้ดีกว่าการเดาอย่างไม่ค่อยชัดอย่างมีนัยสำคัญเท่าไหร่เลย
  • อโมงค์ไหน มีค่าความต้านทานการไหลสูง เพราะแคบ และยาวมาก น้ำก็จะไหลไม่ค่อยผ่าน แต่จะเฮโลไปหาอุโมงค์อื่น ที่กว้างกว่า และไม่ยาวเท่า

ป.ล.

ดูข่าวเรื่องบิลล์ เกตตส์ กับ khanacademy ได้ที่

http://money.cnn.com/2010/08/23/technology/sal_khan_academy.fortune/index.htm

หรือใช้คำว่า khanacademy ค้นใน youtube ก็ได้ครับ

 

Ico48
. [IP: 61.90.100.160]
10 มกราคม 2554 01:17
#62817

อุโมงค์ Internet ต้องมีกุญแจจึงจะพบความสว่างได้...มีกุญแจวิเศษ 2 ดอกที่ช่วยให้รอดตาย(Survival)จากถ้ำมืดการศึกษาปัจจุบัน

กุญแจ 2 ดอกนี้ยังช่วยให้พ้นจากความมืดมิดของการปฏิรูปประเทศทุกเรื่อง ทั้งปฏิรูปการเมือง(ปฏิรูประบบราชการ)...ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและตำรวจ...ปฏิรูปสวัสดิการสังคม(ที่มิใช่ประชานิยมหาเสียง)...ปฏิรูปเศรษฐกิจและการวางแผนเศรษฐกิจ....ปฏิรูปการบริหารราชการทุกกระทรวง ฯลฯ

กุญแจวิเศษ 2 ดอกนี้คือ Work Systems และ Work Processes ใน PMQA ของ กพร. นั่นเอง

ปัญหาคือ ยังไม่รู้ว่ากุญแจดังกล่าวมีรูปร่างเป็นอย่างไร จึงไม่สามารถออกแบบหรือผลิตกุญแจทั้ง 2 ดอกได้...ประเทศไทยจึงต้องทนอยู่กับความมืดในอุโมงค์อีกสักระยะหนึ่ง...1 ปี..5 ปี..10 ปี หรือ 100 ปี

จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับภูมิปัญญาและความเข้าใจเรื่องระบบงานและกระบวนการทำงานดังกล่าวของผู้บริหารสูงสุดของชาติ

ขอบคุณทุกความเห็นที่มาร่วมแลกเปลี่ยน แต่ทำให้รู้สึกเป็นห่วงประเทศไทยและอนาคตของคนไทยมากขึ้น ที่ผู้ใหญ่วันนี้ดูแต่ตนเอง ทั้งระบบการเมือง การศึกษา ที่มุ่งแต่การมุ่งสู่อำนาจ ไม่ได้มุ่งสู่การสร้างคนเพื่อให้ประเทศชาติเข้มแข็ง รวมถึงระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่สร้างระบบไว้โชว์ มากกว่ามุ่งการสร้างความรู้ความสามารถของคนไทย
Ico48
. [IP: 115.87.173.195]
11 มกราคม 2554 23:23
#62869

"คุณูปการสำคัญที่มหาวิทยาลัยจะให้กับสังคมเสรีนิยมได้ก็คือ...การรักษาความเป็นอิสระในฐานะสถาบันที่มุ่งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางความคิดอย่างเสรี การวิเคราะห์อย่างถึงรากถึงโคน การทดลอง การระดมแนวคิดและค่านิยมแบบต่างๆ การศึกษาผลลัพธ์ของกระบวนการทางสังคมและความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์เอาไว้"...และหน้าที่ของนักวิชาการที่สำคัญที่สุดมี 2 ข้อคือ 1. การพูดความจริงและ 2. การชี้ให้เห็นการโกหก

Noam Chomsky, MIT

  • แนวคิดของชุมสกี้ โดนใจ
  • ผมมองเพิ่มเติมว่า หน้าที่อย่างที่สามของนักวิชาการคือ "หว่านความเป็นไปไำด้ใหม่ ๆ ที่อาจเป็นพื้นฐานที่ดีให้อนาคต"

เรามักแปลว่า นี่คือการทำวิจัย

ก็อนุโลมว่าใช่ แต่จริง ๆ มันต้องกว้างกว่านั้นมาก ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นนักวิจัยที่คับแคบ ไม่ใช่นักวิชาการ

  • การชี้ให้เห็นสถานการณ์จริงโลกจริง ก็ใช่
  • การชี้ให้เห็นปัญหาในมุมมองใหม่ ๆ ก็ใช่
  • การกระตุกให้ต้องหยุดคิด ก็ใช่
  • การสำรวจเส้นทางใหม่ ๆ ในมิติการจัดการ ก็ใช่

ท่านอาจารย์คุณหมอธาดา ยิบอินซอย ที่ล่วงลับไปแล้ว เป็นตัวอย่างที่ดีของหน้าที่ประเภทที่สามที่ผมกล่าวมา

ท่านช่วยเป็นที่ปรึกษาแนะนำงานวิจัยในมิติที่เกี่ยวข้องกับสังคมและสุขภาพสาธารณะของนักวิจัยจำนวนมาก ท่านก็มองแบบเท้าติดดิน กระตุกให้ผู้ทำวิจัยต้องหยุดคิด

เช่น พอเสนอว่า จะมีการทำ software รองรับ

ท่านก็จะถามว่า "software ของคุณ ใช้ง่ายแบบ A monkey can do รึเปล่า ?"

โห โดนใจครับ เพราะไฮเทค มักมีจุดตายแบบโลเทค นักวิจัยชอบใช้เทคนิคพิศดาร แต่ใช้ยากสุด ๆ เจอแบบนี้ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่หมดเลย

หรือเรื่องวิจัยบางเรื่อง ท่านดูแล้วก็บอกตรง ๆ

"methodology คุณมี flaw เยอะนะ

แต่มันดี เป็นประโยชน์ น่าทำมาก"

หาแบบนี้ได้ที่ไหน ?

คนไทยก็มีความเชื่อที่ปราศจากเหตุผล

1. โชคลางจากของแปลก

2. เชื่อว่า ทฤษฎีต่างชาติถูกต้อง และของไทยไม่ถูกต้อง จึงเห่อคัดลอกมาใช้โดยขาดการคิดว่าตรงกัลลริบทไทยหรือไม่ เช่น กรณี TQF การตีพิมพ์นานาชาติ นี่คือที่มาของ copy & paste ของนักศึกษา เพราะต้นแบบก็ทำมาอย่างนั้น อาศัยอำนาจเหนือจึงมองไม่เห็นความผิดอย่างที่ตำหนินักศึกษาที่ทำเช่นนั้น

อยากให้ทำเพื่อไทย เป็นนานาชาติที่เป็นไทย ไม่ใช่เป็นทาสอย่างที่ทำกัน

ขอบคุณอาจารย์และขอให้กำลังใจครับ ผมอยากจะเขียนถึงการ-ปะ-ติ-ลูบ (เลี่ยงอากู๋...ไม่อยากให้หาเจอ) การเรียนการสอนเช่นกัน รู้สึกผิดที่ผิดทางมาตลอด ...แต่อย่างว่าเรื่องนี้...มีคำเตือนของท่านผู้ใหญ่ (ขอเลี่ยงอีกที) ว่า "อย่าให้คน...บางประเภท มีอำนาจ..."

"อยากให้ทำเพื่อไทย เป็นนานาชาติที่เป็นไทย ไม่ใช่เป็นทาสอย่างที่ทำกัน "

   ยังจำคำพูดของครูชบ  ยอดแก้ว  ที่ว่าจะไม่ไปดูงานต่างประเทศเด็ดขาด  หากยังไม่มีสิ่งดีๆของตัวเองไปบอกเขา

    จุดอ่อนสำหรับการศึกษาของเราเท่าที่สรุปได้เราไม่ได้เรียนรู้จากตัวแบบ  แบบอย่าง ของบรรพบุรุษที่เรามี  แต่เราไปเรียนรู้จากการอ่านคนที่เราไม่รู้จัก  แล้วไปตามแบบตำราที่เขาเขียนซึ่งเราไม่รู้จักรากเหง้าหรือสภาพแวดล้อมของเขา

     สังคมไทยกำลังพ้นทางตันแล้วค่ะหากเราให้ลูกหลานเราดูรายการคนค้นตน  คนดีศรีสังคม  เป็นอยู่คือ   เราจะเห็นคุณความดีที่ทุกคนร่วมสร้าง ซึ่งเป็นความจริงที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย แล้วลงมือทำไปร่วมกับเขา งดงามและมีคุณค่าโดยผ่านชีวิตการฝึกฝนตนเอง   เพียงแต่บุคคลดังกล่าวหาใช่ผู้มีอำนาจไม่  แต่ที่ได้เห็นคืออำนาจของคุณธรรม  คุณงามความดี  ที่เป็น "คนจนที่มหัศจรรย์จริงๆ"  อยู่ได้อย่างไร  กินน้อย  ใช่น้อย  ใช้พลังที่มีทำงานเพื่อการพึ่งตนเองไปพร้อมกับการไม่เบียดเบียนธรรมชาติ

      จากการอ่านมีสุขทุกอริยบทของท่านอาจารย์พุทธทาส  "ความสุขที่แท้จริงได้จากการใช้เงินน้อยที่สุด"

       ช่วยกันทำนะคะโดยต้องสอนลูกเองก็ต้องยอมหากเขาไม่พร้อมที่จะไปเรียนในโรงเรียน  ทุกอย่างคือการเรียนรู้และบทพิสูจน์สำหรับตัวเราและสังคมของเรา

       ก้าวไปพร้อมกันนะคะเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาสำหรับพ่อหลวงและพระแม่องค์ธรรมของเรา  ผู้ซึ่งปกครองเราโดยธรรม   ทำเพียงอค่พอก็ดีแล้วที่เหลือจุนเจือสังคมเพื่ออนุชนรุ่นต่อไปจะได้เห็นเป็นแบบอย่าง

     เรา พากเพียรอยู่อย่างพอดี เพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์   นี้คือทางรอดเดียวที่มองเห็น

      ผู้นำที่เป็นต้นแบบของความเสียสละอันเป็นการนำไปสู่ความ ผาสุกร่วมกัน  คิดว่าปัจจัยเอื้อพร้อม  มอ.เรามีบุญสะสมมาพอแล้วสำหรับการตอบสนองภาระกิจนี้ 

      เป็นพลังและกำลังใจให้กันค่ะ

          ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องผนึกกำลังและความกล้าพอสำหรับการพิสูจน์อุดมการณ์  หรือปณิธานร่วมของเราชาวสงขลานครินทร์  ลงมือทำในขณะที่เรายังมีลมหายใจอยู่เพื่อเป็นบทเรียนสำหรับอนุชนรุ่นต่อไป

         เชื่อมั่นในพลังความเป็นครูศิษย์เพื่อนพีน้องลูกสงขลานครินทร์

                    มงคลทั้งหลายพึงเกิดขึ้น  จิตสูงทั้งปวงพึงรักษา  เจริญในคุณธรรมและสำนึกที่ดีงาม

              อุดมการณ์  กล้าพิสูจน์

 

Ico48
ทิพย์ [IP: 115.87.111.48]
07 กุมภาพันธ์ 2554 23:01
#63491

ประกันคุณภาพที่ไร้คุณภาพ เพราะทุกมหาวิทยาลัยต้องพยายามทำให้เชื่อว่ามีคุณภาพ และตอนนี้ปัญหา TQF อีก

คนในสกอได้ประโยชน์จาก TQF สำหรับการทำงานหลังเกษียน บางมหาวิทยาลัยเอาใจคน สกอ มากจัดให้สอนภาคพิเศษ นำเข้ามาเป็นกรรมการหลักสูตร

TQF สร้างผลงาน หรือผลประโยชน์ กันแน่

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.231.229.89
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ