นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1805
ความเห็น: 0

สถานการณ์ไทยในอนาคตเพื่อการเตรียมการจัดการศึกษาและวิจัย

ประเทศไทยจะใส่ใจการวิจัยให้มากขึ้นด้วยการให้ความสำคัญจริง ๆ ดังประเทศต่าง ๆ ดังที่เห็น หากต้องการความเจริญเช่นหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน และลงทุนการพัฒนาคนให้มากกว่านี้ และเชื่อมั่นว่า คนไทยสู้เข้าได้

เมื่อ 4 ต.ค.2553 ได้เข้าฟังการบรรยายในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ สรุปผลความต้องการวิทยาศานตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในภูมิภาคใต้ ซึ่งมีข้อมูลถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูลสำหรับการปรับการจัดการศึกษาและการวิจัย จากการบรรยายของ ดร.ญาดา มุกดาพิทักษ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวีตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) และดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานเครือเจริญโภคภัณฑ์ 

สรุปสถานการณ์ไทย

-        โครงสร้างประชากร มีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จาก 1 ต่อ 6 เป็น 1 ต่อ 3 ช่องว่างมากขึ้นระหว่างคนจน-คนรวย การเข้าถึงการสื่อสารง่ายขึ้น มีโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องต่อคน

-        ด้านสุขภาพ มีการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และ ความดันเพิ่มขึ้น สัดส่วนแพทย์ต่อประชากร 1:7,000 ในชนบท และ 1:900 ในเมือง มีโรคอุบัติใหม่/กลายพันธุ์ เช่น หวัด2009 เด็กเป็นโรคอ้วน และมีเด็กทุโภชนาในชนบท มีปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในอากาศและอาหาร ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น 10 % รวมถึงปัญหาการเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล

-        ด้านสังคมเศรษฐกิจ มีเขตประชาคมการค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะใน อาเซียน จีน อินเดีย มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนและแรงงาน

-        ด้านพลังงาน ไทยยังพึ่งพิงการนำเข้าพลังงานคิดเป็น มากกว่า 10%ของ GDP มีมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท ต้นทุนพลังงงานพืชยังสูง

-        ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ถูกทำลายเพิ่มขึ้น ป่าชายเลนลดลงจาก 2 ล้านไร่เหลือเพียง 1.5 ล้านไร่ ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง แห้งแล้ง ดินเสื่อมโทรมและมีปัญหา ดินเค็ม ดินเปรี๊ยว สภาพอากาศแปรปรวน เกิดภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ดินยุบ ไฟป่า มีปัญหาคุณภาพอากาศ ขยะพิษ การปล่อย  CO2 ความเป็นเมืองขาดการวางแผนภูมิทัศน์

-        ความสามารถการแข่งขันของไทยปี 2553 อยู่อันดับที่ 26 (อันดับ 1 คือสิงคโปร์) ใน 58 ประเทศ โดยมีสมรรถนะทางเศรษฐกิจอยู่อันดับ 6 ประสิทธิภาพภาครัฐอยู่อันดับที่ 18 ประสิทธิภาพทางธุรกิจภคเอกชนอยู่ที่ 20 แต่โครงสร้างพื้นฐานอยู่ที่อันดับ 46

-        ข้อมูลด้านการวิจัยและพัฒนา

ตัวชี้วัด ปี2007

ไทยสิงคโปร์เกาหลีจีน ญี่ปุ่นมาเลเซียเฉลี่ยของโลก
งบวิจัยและพัฒนา(%GDP)0.222.683.211.543.440.721.04
นักวิจัยต่อประชาการ 10,000 คน6.568.555.614.873.44.624.9
งบวิจัยต่อนักวิจัย(บาท)432,9474,572,2204,376,331983,1955,627,1182,504,9693,177,760
จำนวนคอมฯต่อประชากร1,000 คน11179676188710311446
ผู้ใช้อินเทอร์เนตต่อ 1,000 คน209812789232805635561

จะเห็นสภาพพื้นฐานการวิจัยและพัฒนาของไทยยังต้องพัฒนาอีกมากในทุกด้าน สิ่งที่เห็นชัดเจนในมหาวิทยาลัย คือความพร้อมของห้องปฏิบัติการและเครื่องมือการวิจัย ทิศทางและเป้าหมายการวิจัยต้องเน้นที่การวิจัยเพื่อพัฒนา ไม่ใช่แค่การตีพิมพ์เป็นหลัก  

ไทยยังมีข้อได้เปรียบในสถานการณ์โลกในอนาคต คือ การเป็นผู้ผลิตอาหารส่งออก ถึงแม้ในสภาวะการณ์ดังกล่าว ไทยส่งออก กุ้งอันดับหนึ่ง เนื้อไก่ อันดับ 4 แต่ต้องทำการพัฒนาโดยอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ โดยเฉพาะข้าวที่ไทยส่งออกอันดับหนึ่งในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่ มีผลผลิตเฉลี่ยต่ำกว่าหลาย ๆ ประเทศ และเป็นประเทศที่มีข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพเป็นอันดับหนึ่งของโลก จึงยังเป็นโอกาสและต้องพัฒนาเรื่องการจัดการ น้ำ ระบบการผลิต มาตรฐานการผลิต
 ดร.อาชว์ เสนอว่า ประเทศไทยต้องทำแบรนดิ้งสินค้า จะให้เพิ่มมูลค่าสินค้า ขยายตลาด คำว่าว่า แบรนดิ้ง ไม่ใช่แค่ใส่ฉลากสินค้า แต่ต้องศึกษาวิจัยยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้า เป็นมาตรฐานสากล เช่น เกี๊ยวกุ้งสำเร็จรูปของ CP ที่นำเข้าไมโครเวบ ก็สามารถรับประทานได้ ก็ปรับมาเกี๊ยวน้ำ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นว่า มีมูลค่าเพิ่ม สามารถจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ และคงเห็นสินค้าหลายๆ ชนิด แม้แต่ลูกตาลสดน้ำหวาน ปกติถัวยละไม่ถึง 10 บาท เมื่อทำเร็จรูปเป็นถ้วยละ 25 บาท  ประเทศไทย ภาคการเกษตรก็ยังเป็นภาคที่สำคัญ ทั้งเป็นความมั่นคงอาหารสำหรับคนไทย และช่วยชาวโลก และยุคต่อไป ต้องอาศัยวิชาการ เทคโนโลยีมากขึ้น แทนการอาศัยธรรมชาติที่ผ่านมา  
ก็หวังประเทศไทยจะใส่ใจการวิจัยให้มากขึ้นด้วยการให้ความสำคัญจริง ๆ ดังประเทศต่าง ๆ ดังที่เห็น หากต้องการความเจริญเช่นหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน และลงทุนการพัฒนาคนให้มากกว่านี้ และเชื่อมั่นว่า คนไทยสู้เข้าได้ หากได้มีการสนับสนุนด้านความพร้อม เห็นได้ชัดเจนว่า เด็กไทยชนะเลิศโอลิมปิควิชาการอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากนั้น ไม่มีความต่อเนื่องในการพัฒนาสนับสนุนจริงจัง ผลจึงหายไป
 อยากเห็น การพัฒนาคนไทย การพัฒนาการศึกษาไทยอย่างจริง ๆ  ครู อาจารย์ ความพร้อมของอุปกรณ์การศึกษา ไม่ใช่แค่หนังสือตำรา แต่ต้องให้ได้ทำจริง รวมทั้งภาคเอกชนก็ต้องมาสนับสนุนให้มากขึ้น เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้าเรียนรู้ เพื่อพัฒนาต่อยอดต่อไป คนไทยต้องช่วยกันจริง ๆ  

 

หมวดหมู่บันทึก: วิจัย - วิจัยสถาบัน
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 05 ตุลาคม 2553 19:16 แก้ไข: 05 ตุลาคม 2553 19:23 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ