นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4800
ความเห็น: 4

ความคืบหน้า ตัวบ่งชี้การประกันคุณภาพการศึกษารอบ 3 ของ สมศ. 17 ก.ย. 53

คุณภาพการศึกษาไทย เป็นของคนไทย ไม่ใช่เฉพาะของ สมศ. ทุกคนน่าจะมีสิทธิพิจารณามาตรฐาน เพื่อคนไทย

จากข้อมูลล่าสุด การประเมินคุณภาพการศึกษา รอบ 3 มีตัวบ่งชี้จำนวน 20 ตัว แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คื้อ

 กลุ่มที่ 1 เป็นตัวบ่งชี้พื้นฐาน แบ่งเป็น 6 ด้าน คือ

1.1           คุณภาพบัณฑิต

(1)  บัณฑิตปริญญาตรีที่ได้งานทำหรือประกอบอาชีพ ภายใน 1 ปี

(2)  คุณภาพบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF)

(3)  จำนวนวิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือ ศิลปนิพนธ์ ระดับปริญญาโทที่ตีพิมพ์หรือเผยแพร่ต่อจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด

(4)  จำนวนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่ตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในระดับนานาชาติต่อจำนวนนักศึกษาทั้งหมด

1.2          งานวิจัยและงานสร้างสรรค์

(5)  จำนวนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ที่ได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ต่ออาจารย์ประจำและนักวิจัย

(6)  จำนวนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ที่นำไปใช้ปรโยชน์ต่อจำนวนจารย์ประจำและนักวิจัย

(7)  ร้อยละของผลงานวิชาการที่ได้รับการับรองคุณภาพต่อจำนวนอาจารย์ประจำ

1.3 การบริการวิชาการแก่สังคม

(8)  ระดับความสำเร็จของการบริการวิชาการแก่สังคม

(9)  การนำความรู้และประสบการณ์การให้บริการวิขาการมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนหรือการวิจัย

(10)        การเรียนรู้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนหรือองค์กรภายนอก

1.4 การทำนุบำรุงศิลปะและสัฒนธรรม

(11)        การส่งเสริมและสนับสนุนด้านศิลปและวัฒนธรรม

(12)        การพัฒนาสุนทรียภาพทางศิลปะและวัฒนธรรม

1.5 การบริหารและการพัฒนาสถาบัน

(13)        การปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย

(14)        การปฏิบัติตามบทบาทและหน้าที่ของผู้บรืหารสถาบัน

(15)        การพัฒนาคณาจารย์

1.6 การพัฒนาและประกันคุณภาพภายใน

(16)        ผลประเมินการประกันคุณภาพภายในโดยต้นสังกัด

กลุ่มที่ 2 ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์

(17)        การดำเนินการตามปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจของสถาบัน(18)        การพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นของสถาบัน

กลุ่มที่ 3 ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม

(19)        ระดับความสำเร็จของการส่งเสริมลัสืบสานโครงการอันเนื่องมาจจากพระราชดำริ

(20)        การชี้นำและ/หรือแก้ปัญหาสังคม 

ขอบันทึกเป็นความคืบหน้า และดูว่า เมื่อตัวบ่งชี้เหล่านี้ ดี แล้ว การศึกษาของคนไทย ลูกหลานไทย ดีขึ้น น่าเชื่อถือขึ้น ประชาชนกินดี อยู่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น ประเทศไทยพัฒนาขึ้น ????????????????

  แล้วจะนำรายละเอียดแต่ละตัวบ่งชี้มาขยายต่อไป  

คุณภาพการศึกษาไทย เป็นของคนไทย ไม่ใช่เฉพาะของ สมศ. ทุกคนน่าจะมีสิทธิพิจารณามาตรฐาน เพื่อคนไทย

 
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

Ico48
คนไทย [IP: 58.9.16.97]
24 September 2010 23:14
#60421

คุณภาพการศึกษาไทย เป็นของคนไทย ไม่ใช่ของ สมศ. ในฐานะคนไทยที่เสียภาษีรู้สึกเสียดายเงินภาษีจากบทบาทของ สมศ.ในอดีตที่ประเมินคุณภาพการศึกษาอย่างไม่มีคุณภาพเพราะขาดระบบ และรู้สึกเป็นห่วงแทน สมศ.หากประชาชนรู้ว่าการประเมินคุณภาพการศึกษาของ สมศ.ผิดกฎหมายจนได้รับการทักท้วงเรียกร้องค่าเสียหาย

1. สมศ.สับสนกฏหมายมาหลายปีแล้วที่ไม่เข้าใจ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน และระบบการประกันคุณภาพภายนอก

ระบบการประกันคุณภาพ (Quality Assurance)ตามความหมายของสถาบันระดับโลกที่ทุกชาติยอมรับ ANSI/ISO/ASQC A35342 ให้ความหมายคำว่า"การประกันคุณภาพ"Quality Assurance ดังนี้ "All the planned and systematics activities implemented within the quality system that can be demonstrated to provide confidence that a product or service will fulfill requirements for quality."

Quality system หมายถึง Body of practices หรือระบบแสดงวิธีปฏิบัติ Set of management practices. ซึ่งเป็นระบบที่ชี้ความมุ่งหมาย(Purpose)และแสดงขั้นตอนวิธีปฏิบัติ Procedures อันเป็นตัวประเมินคุณภาพการศึกษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลและตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ระบบดังกล่าวนี้คือตัวประกันคุณภาพการศึกษาที่ใช้เป็นมาตรฐานในการประเมิน...ในทางปฏิบัติ จะมีการออกแบบระบบประกอบเกณฑ์มาตรฐานการบริหารการศึกษา เช่น สร้างเกณฑ์ยุทธศาสตร์การศึกษา(Strategic planning)ให้เป็นระบบ เป็นต้น

ดังนั้น การประเมินคุณภาพการศึกษาของ สมศ.ต้องใช้"ระบบ"(Quality system)เป็นรากฐานในการประเมิน..มิใช่ใช้ตัวบ่งชี้ 20 ตัว แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามที่ สมศ.มั่ว...ที่ว่ามั่วเพื่อให้สมศ.รู้สึกเจ็บเพื่อหยุดยั้งการประเมินที่ไม่มีระบบ...เพราะการประเมินโดยขาดระบบนอกจากไม่มีคุณภาพแล้ว ยังสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงทำลายคุณภาพการศึกษาทั่วประเทศ...ทำลายเวลาสอนของอาจารย์ทั่วประเทศที่ต้องมาร่วมมั่วด้วย...จนเด็กไม่ได้เรียน..ทำให้เด็กเสียหายเสียเวลาเรียน

2. สมศ.น่าจะรู้ว่าอะไรเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ดีเลิศแล้ว เพราะได้เคยไปเข้าอบรมที่สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติมาแล้ว..และรู้แล้วว่า สกอ. ใช้อะไรเป็นมาตรฐานการศึกษาที่ดีเลิศ ECPE.(Educational Criteria for Performance Excellence)...ถึงแม้สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติและ สกอ.ยังติดขัดที่ปัญหาการออกแบบระบบ(System design)จนไม่สามารถประเมินคุณภาพได้ เพราะต้องใช้"ระบบ"เป็นมาตรฐานในการประเมิน...สมศ.ควรมีมารยาทโดยรอให้มีการออกแบบระบบให้ได้เสียก่อน...มิใช่รีบมั่วประเมินคุณภาพการศึกษาเช่นนี้ ทั้งๆที่ยังไร้ความสามารถในการออกแบบระบบ

ขอวิงวอนให้ สมศ.ยุติการมั่วประเมินคุณภาพโดยขาดระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามบทบัญญัติของกฏหมายการศึกษาแห่งชาติ...เพราะ สมศ.อาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเงินมหาศาลนับร้อยนับพันล้านบาทจากผู้เสียหายหลายฝ่ายจำนวนมากได้ เช่น ผู้ปกครอง รวมทั้งอาจารย์และนักศึกษาที่เสียเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนคนไทยผู้เสียภาษีที่เสียหายด้วย

Ico48
มั่ว [IP: 58.9.14.228]
25 September 2010 09:44
#60424

สมศ.เคยหน้าแตกมาแล้วยังไม่เข็ด !!

สมศ. เคยหน้าแตกมาแล้วโดยสร้างวิธีปฏิบัติที่ดีมี 9 องค์ประกอบที่ทำขึ้นตามความรู้(สึก)ของพวกด๊อกเตอร์ทางการศึกษา..ที่ขาดคุณสมบัติความรู้เรื่องการประกันคุณภาพตามมาตรฐานสากล.. จึงไม่รู้ว่า"ระบบ"เป็นตัว"ประกันคุณภาพ"...องค์ประกอบทั้ง 9 มิใช่ระบบ...แต่เป็นหลักในการออกแบบระบบ เช่น การบริหารระบบ Quality Management System ต้องมีปณิธานของผู้บริหารระดับสูง (Top Management Commitment).

โครงร่างของระบบต้องมี"วัตถุประสงค์"(Purpose)เป็นหัวข้อแรกของทุกระบบ เพราะหากขาดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย(Aim/Purpose)เรื่องนั้นก็มิใช่ระบบ(Edward Deming)

สมศ. ใช้ปณิธาน และ วัตถุประสงค์ เป็นองค์ประกอบวิธีปฏิบัติที่ดีเพื่อประเมินคุณภาพการศึกษา...หน้าแตกไหม ?

สมศ.หน้าแตกอีกครั้งวันนี้.. เกิดจากความรู้สึกและความดื้อดึงเพราะไม่รู้จริงเรื่อง"ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา" แต่คิดเอาเองว่าตนฉลาดแล้วที่นำเกณฑ์ของ THE มาประกอบเป็นตัวบ่งชี้ในการประเมิน

นั่นคือการนำองค์ประกอบในการประเมินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยขององค์กรแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ

Peer review เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาการจัดอันดับมหาวิทยาลัยขององค์กรสื่อมวลชน THE.(The Times Higher Education) ที่ใช้ประเมินอันดับมหาวิทยาลัย โดยที่ยังไม่มีใครรับรองว่า THE มีเกณฑ์มาตรฐานเป็นเลิศเช่นมาตรฐานบอลริจ(Baldrige Criteria)ที่ทั่วโลกรับรอง

เนื่องจาก THE ของอังกฤษยังล้าสมัยเรื่องการประกันคุณภาพเมื่อเทียบกับ ASQ.(American Society for Quality)ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาการบริหาร TQM.ของมาตรฐานบอลริจหรือมาตรฐานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ MBNQA ของรัฐบาลสหรัฐที่ใช้"ระบบ"เป็นตัวประกันคุณภาพ

สมศ.ไปเรียนมาตรฐานบอลริจมาจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติแห่งชาติแล้วน่าจะรู้ว่า อะไรคือเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาที่เป็นเลิศ Education Criteria for Performance Excellence..ถึงเรียนมาแล้วแต่ยังสับสนทำให้ สมศ.ไม่รู้ว่าอะไรคือเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษาที่ดีกว่ากัน..จนวันนี้ สมศ.ยังไม่รู้ว่า"ระบบ"คือตัวประกันคุณภาพการศึกษา...เห็นได้จากตัวบ่งชี้ 20 ตัวทั้ง 3 กลุ่มขาดระบบคุณภาพรองรับ

เมื่อ สมศ.ไม่มีระบบคุณภาพ(Quality system)เป็นมาตรฐานแล้ว...ไปประเมินคุณภาพการศึกษาได้อย่างไร ?

เมื่อ สมศไม่มีระบบคุณภาพแล้ว...สมศ. ใช้อะไรไปประกันคุณภาพการศึกษา ?

Ico48
ครับผม [IP: 58.9.14.228]
25 September 2010 15:48
#60427

การศึกษาของประเทศไทยต้องการปรับปรุงคุณภาพ(Quality Improvement)จึงควรใช้เกณฑ์ Education Criteria for Performance Excellence(ECPE) เท่านั้น เพราะเกณฑ์ ECPE มีระบบ(Quality system)...มีการวัด/ประเมินระบบ(Measures)...เพื่อการปรับปรุงระบบ(Process Improvement)...อันมีผลเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการศึกษาของชาติ National Education Competitiveness.

ทั้งนี้  เป็นเพราะมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยยังไม่รู้ทิศทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการศึกษา...มีสาเหตุเกิดจากความย่อหย่อนเรื่องการบริหารยุคใหม่ ทำให้อันดับโลกของมหาวิทยาลัยไทยรวนเรไม่สามาถรักษาระดับให้เป็นมาตรฐาน 

1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทยมีอันดับโลกของ THE (Times Higher Education)ในอันดับที่ 160 เมื่อ 4 ปีก่อน..ปีต่อมาอันดับล่วงลงไปอยู่ที่ 223 โดยมีการเปลี่ยนแปลงได้อธิการบดีคนใหม่ซึ่งท่านประกาศว่าจะทำให้จุฬาฯอยู่ในอันดับ 1-50 ของโลกใน 4 ปี

2. การจัดอันดับโลก THE ของจุฬาฯเริ่มดีขึ้นมาติดกลุ่ม 200 อันดับแรกของโลก คือ ในปี 2008 ติดอันดับ 166 และเลื่อนขึ้นไปอยู่อันดับที่ 138 ในปี 2009 ...วันนี้ จุฬาฯไม่ติด 300 อันดับแรกของ THE...อันดับโลกของจุฬาฯรวนเรเป็นเพราะการบริหารไม่มีความมั่นคงเพราะหลักการบริหารที่ทันสมัย(ซึ่งจุฬาฯยังไม่รู้ตัว)สังเกตได้ที่ไม่มีผู้บริหารคณะใดสนใจเรื่องการบริหารคุณภาพสมัยใหม่ของโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาหลักยึดซึ่ง ECPE เป็นมาตรฐานการบริหารคุณภาพที่ทันสมัยและดีเลิศในระดับสากล

การที่ สมศ.นำ Peer Review มาใช้ประกอบเป็นตัวบ่งชี้พื้นฐานของการประกันคุณภาพรอบ 3 นั้น ขอให้ไตร่ตรองด้วยว่า เกณฑ์การประเมินของ THE มิได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารระดับอุดมศึกษาแต่ประการใด อีกทั้งยังขาด"ระบบ"ตามบทบัญญัติ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ  จึงไม่มีระบบให้ปรับปรุงคุณภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของชาติ

จุดอ่อนของ ECPE ของ สกอ.วันนี้คือ ยังไม่สามารถออกแบบระบบ(System design)ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารระบบ(Quality Management System) และ การปรับปรุงระบบ (Process Improvement)ที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตามความมุ่งหมายของการบริหาร ECPE.และ"ระบบ"ดังกล่าวคือพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542       

 

Ico48
คนำทย [IP: 58.9.16.93]
27 September 2010 08:41
#60457

เมื่อคุณภาพการศึกษาไทย เป็นของคนไทย ในฐานะคนไทยขอแสดงความเห็นดังนี้

1. หัวใจของการบริหารการศึกษาวันนี้คือ"ระบบ" (Quality System)เพราะระบบเป็นหลักประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานสากลและตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 6

2. ระบบข้างต้นยังเป็นหัวใจของการบริหารคุณภาพ TQM.ของมาตรฐานบอลริจ(Baldrige Criteria)ซึ่งเป็นการบริหารต้นแบบของ PMQA ของ ก.พ.ร. และ ECPE.(Education Criteria for Performance Excellence) ของ ส.ก.อ. และ ส.ม.ศ.

3. ทั้ง สมศ. สกอ. และ กพร. ล้วนสับสนไม่รู้จริงความหมายของระบบดังกล่าว ทำให้พากันมั่วในการประเมินคุณภาพการศึกษาและการประเมินผลการปฏิบัติราชการของสถาบันอุดมศึกษาโดยทำคู่มือขึ้นมาเองโดยคู่มือมิได้เป็นระบบคุณภาพ(Quality System)ตามมาตรฐานบอลริจต้นแบบ เพราะระบบต้องสามารถประเมิน(Evaluating Process)ด้วย A.(Approach)- D.(Deployment)- L.(Learning)- I.(Integration) หรือ ระบบตัวนั้นจะมีคุณภาพต้องสามารถใช้ขี้ทางบริหาร A....เป็นตัวแสดงวิธีปฏิบัติงาน D. ...เป็นตัวศึกษาหรือตรวจสอบ L. และ เป็นชี้ทางปรับปรุงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน I....ไม่ง่านเลยใช่ไหม ? กพร.จะมักง่ายทำแค่คู่มือประเมินผลการปฏิบัติราชการของสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่เข้าเกณฑ์ PMQA มิได้ 

4. คู่มือการประมินผลการปฏิบัติราชการของ กพร. และ องค์ประกอบทั้ง 9 ที่ใช้เป็นตัวชี้วัดการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษา(ภายใน)ของ สมศ. มิใช่"ระบบ"ตามมาตรฐานบอลริจต้นแบบ ถ้าเป็นระบบก็เป็นระบบที่เลวมากที่ไม่สามารถใช้ประเมินคุณภาพการศึกษาได้...เมื่อใช้ ADLI เป็น Scoring system.

5. กพร.สับสนและไม่รู้จริงในความหมายของ Good Governance เพราะ Governance หมายถึง"ระบบบริหาร"(The system of management)ตามความหมายที่ระบุในหนังสือ 2009-1010 Baldrige National Quality Program.

6. ความสับสนไม่รู้จริงเรื่อง"ระบบ"ของ กพร. มีหลักฐานเห็นได้ที่แปลคำ Good Governance ว่า "การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี" ที่ถูกต้องคือ "ระบบที่ดี"

7. เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพการศึกษายังสับสนไม่รู้จริงเรื่อง"ระบบ"ซึ่งเป็นหลักประกันคุณภาพการศึกษาและเป็นตัวประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานสากล ดังนั้น สมศ. สกอ. และ ก.พ.ร. จึงควรยุติบทบาทไว้สักระยะหนึ่งจนกว่าจะรู้จริงและรู้ลึกและปฏิบัติได้ในความหมายของ"ระบบ" Quality System มิฉะนั้น อาจถูกฟ้องร้องจากผู้เสียหายได้ เพราะการประเมินที่ไม่ได้มาตรฐานเพราะขาดระบบคุณภาพ(Quality System)เป็นการทำลายคุณภาพการศึกษาของชาติ

8. การรู้ลึกเรื่องระบบหมายถึงต้องรู้วิธีออกแบบระบบที่เป็น Work System เช่น SOP และ Quality Manual รวมทั้งการออกแบบ Work Processes เช่น Job Standard ด้วย

การออกแบบ Work System ต้องอยู่บนรากฐานของ Organizational Profile ของ PMQA(MBNQA) จะมั่วออกคู่มือประเมินโดยอ้าง กฏหมายไทยที่ล้าสมัยไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกมิได้ เพราะ PMQA เป็นการบริหารตามสากลนิยม

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 34.229.119.29
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ