นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 4722
ความเห็น: 4

ความคืบหน้า ตัวบ่งชี้การประกันคุณภาพการศึกษารอบ 3 ของ สมศ. 17 ก.ย. 53

คุณภาพการศึกษาไทย เป็นของคนไทย ไม่ใช่เฉพาะของ สมศ. ทุกคนน่าจะมีสิทธิพิจารณามาตรฐาน เพื่อคนไทย

จากข้อมูลล่าสุด การประเมินคุณภาพการศึกษา รอบ 3 มีตัวบ่งชี้จำนวน 20 ตัว แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คื้อ

 กลุ่มที่ 1 เป็นตัวบ่งชี้พื้นฐาน แบ่งเป็น 6 ด้าน คือ

1.1           คุณภาพบัณฑิต

(1)  บัณฑิตปริญญาตรีที่ได้งานทำหรือประกอบอาชีพ ภายใน 1 ปี

(2)  คุณภาพบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษาแห่งชาติ (TQF)

(3)  จำนวนวิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ หรือ ศิลปนิพนธ์ ระดับปริญญาโทที่ตีพิมพ์หรือเผยแพร่ต่อจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด

(4)  จำนวนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่ตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในระดับนานาชาติต่อจำนวนนักศึกษาทั้งหมด

1.2          งานวิจัยและงานสร้างสรรค์

(5)  จำนวนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ที่ได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ต่ออาจารย์ประจำและนักวิจัย

(6)  จำนวนงานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ที่นำไปใช้ปรโยชน์ต่อจำนวนจารย์ประจำและนักวิจัย

(7)  ร้อยละของผลงานวิชาการที่ได้รับการับรองคุณภาพต่อจำนวนอาจารย์ประจำ

1.3 การบริการวิชาการแก่สังคม

(8)  ระดับความสำเร็จของการบริการวิชาการแก่สังคม

(9)  การนำความรู้และประสบการณ์การให้บริการวิขาการมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนหรือการวิจัย

(10)        การเรียนรู้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนหรือองค์กรภายนอก

1.4 การทำนุบำรุงศิลปะและสัฒนธรรม

(11)        การส่งเสริมและสนับสนุนด้านศิลปและวัฒนธรรม

(12)        การพัฒนาสุนทรียภาพทางศิลปะและวัฒนธรรม

1.5 การบริหารและการพัฒนาสถาบัน

(13)        การปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย

(14)        การปฏิบัติตามบทบาทและหน้าที่ของผู้บรืหารสถาบัน

(15)        การพัฒนาคณาจารย์

1.6 การพัฒนาและประกันคุณภาพภายใน

(16)        ผลประเมินการประกันคุณภาพภายในโดยต้นสังกัด

กลุ่มที่ 2 ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์

(17)        การดำเนินการตามปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจของสถาบัน(18)        การพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นของสถาบัน

กลุ่มที่ 3 ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม

(19)        ระดับความสำเร็จของการส่งเสริมลัสืบสานโครงการอันเนื่องมาจจากพระราชดำริ

(20)        การชี้นำและ/หรือแก้ปัญหาสังคม 

ขอบันทึกเป็นความคืบหน้า และดูว่า เมื่อตัวบ่งชี้เหล่านี้ ดี แล้ว การศึกษาของคนไทย ลูกหลานไทย ดีขึ้น น่าเชื่อถือขึ้น ประชาชนกินดี อยู่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น ประเทศไทยพัฒนาขึ้น ????????????????

  แล้วจะนำรายละเอียดแต่ละตัวบ่งชี้มาขยายต่อไป  

คุณภาพการศึกษาไทย เป็นของคนไทย ไม่ใช่เฉพาะของ สมศ. ทุกคนน่าจะมีสิทธิพิจารณามาตรฐาน เพื่อคนไทย

 
หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 17 กันยายน 2553 12:23 แก้ไข: 17 กันยายน 2553 12:24 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
คนไทย [IP: 58.9.16.97]
24 กันยายน 2553 23:14
#60421

คุณภาพการศึกษาไทย เป็นของคนไทย ไม่ใช่ของ สมศ. ในฐานะคนไทยที่เสียภาษีรู้สึกเสียดายเงินภาษีจากบทบาทของ สมศ.ในอดีตที่ประเมินคุณภาพการศึกษาอย่างไม่มีคุณภาพเพราะขาดระบบ และรู้สึกเป็นห่วงแทน สมศ.หากประชาชนรู้ว่าการประเมินคุณภาพการศึกษาของ สมศ.ผิดกฎหมายจนได้รับการทักท้วงเรียกร้องค่าเสียหาย

1. สมศ.สับสนกฏหมายมาหลายปีแล้วที่ไม่เข้าใจ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ ประกอบด้วย ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน และระบบการประกันคุณภาพภายนอก

ระบบการประกันคุณภาพ (Quality Assurance)ตามความหมายของสถาบันระดับโลกที่ทุกชาติยอมรับ ANSI/ISO/ASQC A35342 ให้ความหมายคำว่า"การประกันคุณภาพ"Quality Assurance ดังนี้ "All the planned and systematics activities implemented within the quality system that can be demonstrated to provide confidence that a product or service will fulfill requirements for quality."

Quality system หมายถึง Body of practices หรือระบบแสดงวิธีปฏิบัติ Set of management practices. ซึ่งเป็นระบบที่ชี้ความมุ่งหมาย(Purpose)และแสดงขั้นตอนวิธีปฏิบัติ Procedures อันเป็นตัวประเมินคุณภาพการศึกษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากลและตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ระบบดังกล่าวนี้คือตัวประกันคุณภาพการศึกษาที่ใช้เป็นมาตรฐานในการประเมิน...ในทางปฏิบัติ จะมีการออกแบบระบบประกอบเกณฑ์มาตรฐานการบริหารการศึกษา เช่น สร้างเกณฑ์ยุทธศาสตร์การศึกษา(Strategic planning)ให้เป็นระบบ เป็นต้น

ดังนั้น การประเมินคุณภาพการศึกษาของ สมศ.ต้องใช้"ระบบ"(Quality system)เป็นรากฐานในการประเมิน..มิใช่ใช้ตัวบ่งชี้ 20 ตัว แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามที่ สมศ.มั่ว...ที่ว่ามั่วเพื่อให้สมศ.รู้สึกเจ็บเพื่อหยุดยั้งการประเมินที่ไม่มีระบบ...เพราะการประเมินโดยขาดระบบนอกจากไม่มีคุณภาพแล้ว ยังสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงทำลายคุณภาพการศึกษาทั่วประเทศ...ทำลายเวลาสอนของอาจารย์ทั่วประเทศที่ต้องมาร่วมมั่วด้วย...จนเด็กไม่ได้เรียน..ทำให้เด็กเสียหายเสียเวลาเรียน

2. สมศ.น่าจะรู้ว่าอะไรเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ดีเลิศแล้ว เพราะได้เคยไปเข้าอบรมที่สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติมาแล้ว..และรู้แล้วว่า สกอ. ใช้อะไรเป็นมาตรฐานการศึกษาที่ดีเลิศ ECPE.(Educational Criteria for Performance Excellence)...ถึงแม้สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติและ สกอ.ยังติดขัดที่ปัญหาการออกแบบระบบ(System design)จนไม่สามารถประเมินคุณภาพได้ เพราะต้องใช้"ระบบ"เป็นมาตรฐานในการประเมิน...สมศ.ควรมีมารยาทโดยรอให้มีการออกแบบระบบให้ได้เสียก่อน...มิใช่รีบมั่วประเมินคุณภาพการศึกษาเช่นนี้ ทั้งๆที่ยังไร้ความสามารถในการออกแบบระบบ

ขอวิงวอนให้ สมศ.ยุติการมั่วประเมินคุณภาพโดยขาดระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามบทบัญญัติของกฏหมายการศึกษาแห่งชาติ...เพราะ สมศ.อาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเงินมหาศาลนับร้อยนับพันล้านบาทจากผู้เสียหายหลายฝ่ายจำนวนมากได้ เช่น ผู้ปกครอง รวมทั้งอาจารย์และนักศึกษาที่เสียเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนคนไทยผู้เสียภาษีที่เสียหายด้วย

Ico48
มั่ว [IP: 58.9.14.228]
25 กันยายน 2553 09:44
#60424

สมศ.เคยหน้าแตกมาแล้วยังไม่เข็ด !!

สมศ. เคยหน้าแตกมาแล้วโดยสร้างวิธีปฏิบัติที่ดีมี 9 องค์ประกอบที่ทำขึ้นตามความรู้(สึก)ของพวกด๊อกเตอร์ทางการศึกษา..ที่ขาดคุณสมบัติความรู้เรื่องการประกันคุณภาพตามมาตรฐานสากล.. จึงไม่รู้ว่า"ระบบ"เป็นตัว"ประกันคุณภาพ"...องค์ประกอบทั้ง 9 มิใช่ระบบ...แต่เป็นหลักในการออกแบบระบบ เช่น การบริหารระบบ Quality Management System ต้องมีปณิธานของผู้บริหารระดับสูง (Top Management Commitment).

โครงร่างของระบบต้องมี"วัตถุประสงค์"(Purpose)เป็นหัวข้อแรกของทุกระบบ เพราะหากขาดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย(Aim/Purpose)เรื่องนั้นก็มิใช่ระบบ(Edward Deming)

สมศ. ใช้ปณิธาน และ วัตถุประสงค์ เป็นองค์ประกอบวิธีปฏิบัติที่ดีเพื่อประเมินคุณภาพการศึกษา...หน้าแตกไหม ?

สมศ.หน้าแตกอีกครั้งวันนี้.. เกิดจากความรู้สึกและความดื้อดึงเพราะไม่รู้จริงเรื่อง"ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา" แต่คิดเอาเองว่าตนฉลาดแล้วที่นำเกณฑ์ของ THE มาประกอบเป็นตัวบ่งชี้ในการประเมิน

นั่นคือการนำองค์ประกอบในการประเมินการจัดอันดับมหาวิทยาลัยขององค์กรแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ

Peer review เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาการจัดอันดับมหาวิทยาลัยขององค์กรสื่อมวลชน THE.(The Times Higher Education) ที่ใช้ประเมินอันดับมหาวิทยาลัย โดยที่ยังไม่มีใครรับรองว่า THE มีเกณฑ์มาตรฐานเป็นเลิศเช่นมาตรฐานบอลริจ(Baldrige Criteria)ที่ทั่วโลกรับรอง

เนื่องจาก THE ของอังกฤษยังล้าสมัยเรื่องการประกันคุณภาพเมื่อเทียบกับ ASQ.(American Society for Quality)ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาการบริหาร TQM.ของมาตรฐานบอลริจหรือมาตรฐานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ MBNQA ของรัฐบาลสหรัฐที่ใช้"ระบบ"เป็นตัวประกันคุณภาพ

สมศ.ไปเรียนมาตรฐานบอลริจมาจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติแห่งชาติแล้วน่าจะรู้ว่า อะไรคือเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาที่เป็นเลิศ Education Criteria for Performance Excellence..ถึงเรียนมาแล้วแต่ยังสับสนทำให้ สมศ.ไม่รู้ว่าอะไรคือเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษาที่ดีกว่ากัน..จนวันนี้ สมศ.ยังไม่รู้ว่า"ระบบ"คือตัวประกันคุณภาพการศึกษา...เห็นได้จากตัวบ่งชี้ 20 ตัวทั้ง 3 กลุ่มขาดระบบคุณภาพรองรับ

เมื่อ สมศ.ไม่มีระบบคุณภาพ(Quality system)เป็นมาตรฐานแล้ว...ไปประเมินคุณภาพการศึกษาได้อย่างไร ?

เมื่อ สมศไม่มีระบบคุณภาพแล้ว...สมศ. ใช้อะไรไปประกันคุณภาพการศึกษา ?

Ico48
ครับผม [IP: 58.9.14.228]
25 กันยายน 2553 15:48
#60427

การศึกษาของประเทศไทยต้องการปรับปรุงคุณภาพ(Quality Improvement)จึงควรใช้เกณฑ์ Education Criteria for Performance Excellence(ECPE) เท่านั้น เพราะเกณฑ์ ECPE มีระบบ(Quality system)...มีการวัด/ประเมินระบบ(Measures)...เพื่อการปรับปรุงระบบ(Process Improvement)...อันมีผลเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการศึกษาของชาติ National Education Competitiveness.

ทั้งนี้  เป็นเพราะมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยยังไม่รู้ทิศทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการศึกษา...มีสาเหตุเกิดจากความย่อหย่อนเรื่องการบริหารยุคใหม่ ทำให้อันดับโลกของมหาวิทยาลัยไทยรวนเรไม่สามาถรักษาระดับให้เป็นมาตรฐาน 

1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทยมีอันดับโลกของ THE (Times Higher Education)ในอันดับที่ 160 เมื่อ 4 ปีก่อน..ปีต่อมาอันดับล่วงลงไปอยู่ที่ 223 โดยมีการเปลี่ยนแปลงได้อธิการบดีคนใหม่ซึ่งท่านประกาศว่าจะทำให้จุฬาฯอยู่ในอันดับ 1-50 ของโลกใน 4 ปี

2. การจัดอันดับโลก THE ของจุฬาฯเริ่มดีขึ้นมาติดกลุ่ม 200 อันดับแรกของโลก คือ ในปี 2008 ติดอันดับ 166 และเลื่อนขึ้นไปอยู่อันดับที่ 138 ในปี 2009 ...วันนี้ จุฬาฯไม่ติด 300 อันดับแรกของ THE...อันดับโลกของจุฬาฯรวนเรเป็นเพราะการบริหารไม่มีความมั่นคงเพราะหลักการบริหารที่ทันสมัย(ซึ่งจุฬาฯยังไม่รู้ตัว)สังเกตได้ที่ไม่มีผู้บริหารคณะใดสนใจเรื่องการบริหารคุณภาพสมัยใหม่ของโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาหลักยึดซึ่ง ECPE เป็นมาตรฐานการบริหารคุณภาพที่ทันสมัยและดีเลิศในระดับสากล

การที่ สมศ.นำ Peer Review มาใช้ประกอบเป็นตัวบ่งชี้พื้นฐานของการประกันคุณภาพรอบ 3 นั้น ขอให้ไตร่ตรองด้วยว่า เกณฑ์การประเมินของ THE มิได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารระดับอุดมศึกษาแต่ประการใด อีกทั้งยังขาด"ระบบ"ตามบทบัญญัติ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ  จึงไม่มีระบบให้ปรับปรุงคุณภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการศึกษาของชาติ

จุดอ่อนของ ECPE ของ สกอ.วันนี้คือ ยังไม่สามารถออกแบบระบบ(System design)ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารระบบ(Quality Management System) และ การปรับปรุงระบบ (Process Improvement)ที่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตามความมุ่งหมายของการบริหาร ECPE.และ"ระบบ"ดังกล่าวคือพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542       

 

Ico48
คนำทย [IP: 58.9.16.93]
27 กันยายน 2553 08:41
#60457

เมื่อคุณภาพการศึกษาไทย เป็นของคนไทย ในฐานะคนไทยขอแสดงความเห็นดังนี้

1. หัวใจของการบริหารการศึกษาวันนี้คือ"ระบบ" (Quality System)เพราะระบบเป็นหลักประกันคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานสากลและตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 หมวด 6

2. ระบบข้างต้นยังเป็นหัวใจของการบริหารคุณภาพ TQM.ของมาตรฐานบอลริจ(Baldrige Criteria)ซึ่งเป็นการบริหารต้นแบบของ PMQA ของ ก.พ.ร. และ ECPE.(Education Criteria for Performance Excellence) ของ ส.ก.อ. และ ส.ม.ศ.

3. ทั้ง สมศ. สกอ. และ กพร. ล้วนสับสนไม่รู้จริงความหมายของระบบดังกล่าว ทำให้พากันมั่วในการประเมินคุณภาพการศึกษาและการประเมินผลการปฏิบัติราชการของสถาบันอุดมศึกษาโดยทำคู่มือขึ้นมาเองโดยคู่มือมิได้เป็นระบบคุณภาพ(Quality System)ตามมาตรฐานบอลริจต้นแบบ เพราะระบบต้องสามารถประเมิน(Evaluating Process)ด้วย A.(Approach)- D.(Deployment)- L.(Learning)- I.(Integration) หรือ ระบบตัวนั้นจะมีคุณภาพต้องสามารถใช้ขี้ทางบริหาร A....เป็นตัวแสดงวิธีปฏิบัติงาน D. ...เป็นตัวศึกษาหรือตรวจสอบ L. และ เป็นชี้ทางปรับปรุงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน I....ไม่ง่านเลยใช่ไหม ? กพร.จะมักง่ายทำแค่คู่มือประเมินผลการปฏิบัติราชการของสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่เข้าเกณฑ์ PMQA มิได้ 

4. คู่มือการประมินผลการปฏิบัติราชการของ กพร. และ องค์ประกอบทั้ง 9 ที่ใช้เป็นตัวชี้วัดการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษา(ภายใน)ของ สมศ. มิใช่"ระบบ"ตามมาตรฐานบอลริจต้นแบบ ถ้าเป็นระบบก็เป็นระบบที่เลวมากที่ไม่สามารถใช้ประเมินคุณภาพการศึกษาได้...เมื่อใช้ ADLI เป็น Scoring system.

5. กพร.สับสนและไม่รู้จริงในความหมายของ Good Governance เพราะ Governance หมายถึง"ระบบบริหาร"(The system of management)ตามความหมายที่ระบุในหนังสือ 2009-1010 Baldrige National Quality Program.

6. ความสับสนไม่รู้จริงเรื่อง"ระบบ"ของ กพร. มีหลักฐานเห็นได้ที่แปลคำ Good Governance ว่า "การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี" ที่ถูกต้องคือ "ระบบที่ดี"

7. เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพการศึกษายังสับสนไม่รู้จริงเรื่อง"ระบบ"ซึ่งเป็นหลักประกันคุณภาพการศึกษาและเป็นตัวประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานสากล ดังนั้น สมศ. สกอ. และ ก.พ.ร. จึงควรยุติบทบาทไว้สักระยะหนึ่งจนกว่าจะรู้จริงและรู้ลึกและปฏิบัติได้ในความหมายของ"ระบบ" Quality System มิฉะนั้น อาจถูกฟ้องร้องจากผู้เสียหายได้ เพราะการประเมินที่ไม่ได้มาตรฐานเพราะขาดระบบคุณภาพ(Quality System)เป็นการทำลายคุณภาพการศึกษาของชาติ

8. การรู้ลึกเรื่องระบบหมายถึงต้องรู้วิธีออกแบบระบบที่เป็น Work System เช่น SOP และ Quality Manual รวมทั้งการออกแบบ Work Processes เช่น Job Standard ด้วย

การออกแบบ Work System ต้องอยู่บนรากฐานของ Organizational Profile ของ PMQA(MBNQA) จะมั่วออกคู่มือประเมินโดยอ้าง กฏหมายไทยที่ล้าสมัยไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลกมิได้ เพราะ PMQA เป็นการบริหารตามสากลนิยม

 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.95.131.208
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ