นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1774
ความเห็น: 6

การอุดมศึกษาไทย red/blue ocean ???? : 3 ปรับแนวทางเป็น white ocean แบบพอดี พอเพียง

อยากเห็นคนไทย ใส่ใจ และให้ความสำคัญจริง ๆ กับอนาคตของลูกหลาน คิด ทำ อย่างพอดี พอเพียง และเป็นต้นแบบที่ดี
 

ที่บันทึกไม่ได้ตั้งใจ บอกว่า คนไทยแย่ ความจริง คนไทยมีความเก่งไม่แพ้ใครในโลก จะเห็นได้จาก มีนักเรียนไทยได้รับรางวัลการแข่งขันทางวิชาการอยู่ตลอดเวลา และมากกว่าอีกหลายๆ ประเทศด้วยซ้ำไป แต่ผู้ได้รับรางวัล ต้องมีการเตรียมความพร้อม เข้าค่ายฝึกฝน ทั้งครูฝึกที่ดี วัสดุ อุปกรณ์ที่พร้อม

นั่นหมายความว่า หากสามารถจัดความพร้อมทั้งผู้สอน อุปกรณ์การเรียน ให้สอดคล้องกับความต้องการของสภาพแรงงาน ความสามารถของผู้เรียน ย่อมสามารถทำให้คุณภาพการศึกษาของไทยดีขึ้น และไม่ใช่เพื่อการแข่งขันกับประเทศอื่น แต่ทำเพื่อการอยู่ร่วมกันของคนไทย ในปัจจุบันและอนาคต พัฒนาคนไทย ลูกหลานไทย ให้พึ่งพาตนเอง พึ่งพากันและกัน ให้อยู่อย่างปัจจบันอย่างมีความสุข และมีอนาคต ที่ต้องลงทุน จัดการด้านการศึกษาให้มากและชัดเจนกว่านิ้ ที่ให้เกิดความพอดี พอเพียง  (ดู http://share.psu.ac.th/blog/fnr-devolop/16981)
 

ประเทศไทย ตั้งอยู่ในที่ที่มีความพร้อมทั้งทรัพยากรและอากาศที่ดี ที่สามารถผลิตอาหารให่แก่ชาวโลกอย่างต่อนื่อง ตลอดมา เพียงแต่กระบวนการบริหารจัดการ ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพื่อความเป็นไทย เพื่อคนไทย  แต่ไปหลงว่า เราไม่เป็นนานาชาติ ทั้งๆ ที่ความเป็นไทยก็คือหนึ่งในนานาชาตินั้น ที่ชาติอื่นก็ต้องการมาชื่นชมความเป็นไทย ทั้งความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ความเป็นไทย มิฉะนั้น คงไม่มีนักท่องเทียวมาเทียวประเทศไทยมากมาย จะเห็นว่า แม้มีวิกฤติของเหตุการณ์ของคนไทย นักท่องเที่ยวยังเห็นว่า กรุงเทพฯ และ เชียงใหม่ยังได้รับการยอมรับเป็นเมืองท่องเที่ยวอันหนึ่งและสองของโลก

             อยากเห็นประเทศไทย ให้ความสำคัญแก่การศึกษา เพื่อพัฒนาคนไทย เพื่อคนไทย แบบคนไทย ตามเป้าหมายและศักยภาพที่แท้จริง โดยเฉพาะความพร้อมด้านผู้สอน และอุปกรณ์การเรียนรู้ โดยน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทาง ไม่ใช่เน้น ที่มหาวิทยาลัยระดับโลก หากไม่สามารถพัฒนาคนไทยให้ดี เหมาะสมได้ จะเป็นระดับโลกได้อย่างไร ถามจริง?? แล้วใครจะเชื่อถือ อยากให้หน่วยงานจัดการ และการประเมินเน้นที่คุณภาพจริง ๆ และช่วยแก้/ส่งเสริมให้มีคุณภาพ ไม่ใช่ลงโทษ หรือไม่รับรอง เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหา ต้องดูว่าขาดความพร้อมอะไร อ่อนตรงไหน จะเข้าไปพัฒนาช่วยเหลืออะไร อย่างไร ให้สามารถทำได้อย่างมีคุณภาพ หากนั่นเป็นสถานศึกษาที่เป็นพัฒนาลูกหลานเรา            

อยากเห็นนักการศึกษำไทย เห็นและพัฒนาคนไทยให้สอดคล้องกับศักยภาพของคนไทย ความต้องการคนทำงาน ไม่ใช่ทำไปตาม ๆ กัน ไม่ใช่ ผลิตวิศวกรกันหมด จนไม่มีช่างเทคนิค ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงต้องมีช่างเทคนิคมากกว่าวิศวกร            

ต้องให้คนไทยให้ค่าและความสำคัญของงานจริง มากว่าชื่อปริญญา

            อยากเห็นคนไทย ใส่ใจ และให้ความสำคัญจริง ๆ กับอนาคตของลูกหลาน คิด ทำ อย่างพอดี พอเพียง และเป็นต้นแบบที่ดี หากต้องการให้ลูกหลานดี มีอนาคต คิด ทำ ด้วยการปรับทิศ จาก red blue เป็น white ocean พอดี พอเพียง เป็นไทย

 

            หรือจะรอให้เราต้องพึ่งเพื่อนบ้าน ทั้งผู้บริหารระดับสูง และแรงงานที่มีจำนวนมากขึ้น ๆ จนไม่มีที่ที่คนไทยจะทำงาน เพราะทำงานสูงก็ไม่ได้ แรงงานก็ไม่มี

 
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 17 สิงหาคม 2553 19:13 แก้ไข: 17 สิงหาคม 2553 19:14 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

  • ผมเชื่อว่า โดยพื้นฐานแล้ว คนโดยปรกติ มีศักยภาพที่จะเก่ง ถ้าจับไปตั้งต้นในเงื่อนไขแวดล้อมตั้งต้นที่ดี
  • ถ้าดูประวัติศาสตร์ของประเทศเพื่อนบ้าน ความรุ่งเรือง ความเสื่อม เป็นผลจากความคิด"ชั่ววูบ"ของสังคม ในบางช่วงเวลาเท่านั้น
  • สิงคโปร์มีความคิดชั่ววูบว่า จะลงทุนการศึกษาอย่างเต็มที่ และอย่างฉลาด เขาสามารถเปลี่ยนจากเกาะสวนมะพร้าว เป็นประเทศที่คนอื่นไม่กล้าดูถูก
  • พม่ามีความคิดชั่ววูบว่า การเมืองแนว"สนับมือ" คงไม่เป็นไร สามารถเปลี่ยนจากประเทศชั้นนำแถวหน้าของเอเชีย ให้เสื่อมทรุดอยู่แถวหลังสุด
  • ฟิลิปปินส์มีความคิดชั่ววูบว่า การเมืองแนว "แจกแหลก-โกงสะบั้น" คงไม่เป็นไร สามารถเปลี่ยนจากประเทศชั้นนำแถวหน้าของเอเชียที่คนไทยต้องขวนขวายไปเรียนต่อ เป็นประเทศที่คนไทยลืมไปเลยเรื่องการไปเรียน
  • หยิบจับประเทศไหนมา ก็จะมีตัวอย่างเต็มไปหมด ทั้งด้านบวก และ ด้านลบ
  • ไทยเอง ตอนหลัง ตั้งต้นด้วยเจตนาดี แต่ตีนไม่ติดดิน รับระบบดี ๆ เขามา ก็ตัดมาแต่ต้น ไม่ติดรากมาด้วย เอามาปักดินบ้านเราแล้วไม่ขึ้น แทนที่จะโทษคนตัดมาปลูก มาโทษดิน โทษคนปลูก
  • เรารับระบบประกันคุณภาพมา เราสามารถข้ามพ้น"กองเอกสาร"แล้วยัง ทั้งกระดาษ หรือทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ?
  • ผมเคยเห็นระบบซอฟท์แวร์ที่ได้เต็มทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องความใช้ง่าย ที่ได้ศูนย์ คือสอบตก แต่คนที่ผลักดัน ก็ภูมิใจว่า มันสุดยอดทำอะไรต่ออะไรก็ได้ แถมเทคโนโลยีที่เขียน ระดับเทพสุด ๆ เธอว์พบเห็น จงชาบู ชาบู ซะดี ๆ
  • แบบนี้ ผมมองว่า "ยังปีนไม่พ้นออกจากหล่มตีนช้าง"
  • ตัดตอนต้นไม้เมืองนอกมาปลูกแบบไม่มีราก เราจะพบโรงงานประเภทที่ได้ ISO หมื่นสี่ที่ส่งกลิ่นเหม็นในระยะห่างเป็นกิโลฯ
  • ตัดตอนต้นไม้เมืองนอกมาปลูกแบบไม่มีรากเราจะพบระบบประกันคุณภาพที่เอาคะแนนเต็มเป็นตัวตั้ง แต่ไม่มีคุณภาพเป็นรากฐาน
  • ปัญหาเริ่มเกิดตอนที่คนดัดจริต หัดอ้อร้อ วิ่งตามคนอื่นโดยไม่ดูตัวเอง
  • กลับคืนสู่ฐานราก คือหันมามองว่า ต้นทุนที่แท้จริงของเรามีอะไรบ้าง ไม่แน่ว่า เราจะสามารถโตได้ดีกว่า
  • เริ่มต้นที่การคิดแบบบ้าน ๆ เป็นคนธรรมดา ๆ ตีนติดดิน ไม่อ้อร้อเกินงาม ความพอดี-พอเพียงก็จะเกิดได้ และการเติบโตที่แท้จริง ก็คงตามมาไ้ด้ไม่ยาก
  • บางที จุดเปลี่ยน อาจเป็นเรื่องของการฉุกคิดชั่ววูบเท่านั้นเอง
ขอบคุณคุณwwibul ที่มาร่วมแสดงความเห็น แต่ทิศทางของไทยเมื่อไรจะวูบดี ๆ ที่วูบมาแค่อนข้างไปในทิศเกิดผลลบกับคนไทย การศึกษาสูง คุณภาพการศึกษาต่ำ เห็นการสร้างความสามารถของคนน้อยกว่าการสร้างวัตถุ เน้นกระบวนการมากกว่าเนื้อแท้ อยากทำให้เหมือนคนอื่นมากกว่าความเป็นไทยเอง อยากเป็นมหาวิทยาลัยโลกทั้ง ๆ ที่พัฒนาคนไทยยังไม่ได้ดี  

ชอบบันทึกนี้ค่ะ....
รวมถึงความเห็นด้านบนด้วย
กลับมาดูตัวเองที่...ฐานราก...

การเติบโตที่แท้จริง...ต้องโตที่ฐานราก...

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสไปเมืองนอกน้อยมาก
และสิ่งที่ได้ยินแล้วเจ็บหัวใจ...ระคนสงสัยเป็นที่สุดกับประโยคที่ว่า...."ก็...อยู่แบบไทยๆ..."
ก็แบบ...พี่ไทยไง"  แม้ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงแต่ก็ประมาณได้ว่ามีความหมายเชิงลบ..แน่ๆ"

ทุกครั้งที่ได้ยินก็จะระคนสงสัยว่า...คนประเทศอื่นดีกว่าคนไทยหรือ...?
คนไทยนี่แย่มากเลย...กระนั้นหรือ?

คนที่พูดคำนั้นน่าจะ ขยายความสักนิดว่าแย่กว่านั่นคือตรงไหน ทำไมคนที่มีโอกาสเห็นสิ่งที่ดีกว่าไม่ช่วยกันพัฒนาประเทศไทยอย่าให้เขาเรียกเราว่า...."พวก...พี่ไทย!"


ยินดีกับคุณเมตตาที่มีดวงตาเห็นธรรม

เสียดายคนที่ต้องทำจำนวนมากมองไม่เห็น และมัวแต่ห่วงแต่งตัวให้เป็นเหมือนคนอื่น ทั้งๆ ที่เราสวยในสายตาคนอื่น อย่างนี้เรียกว่าอาการป่วยใจและป่วยทางความคิด จึงไม่คิดจะแก้ เพราะคิดว่า ตัวเองไม่ป่วย จนกว่าใกล้ตาย หนักไปกว่านั้น ตายแล้วยังไม่รู้ว่าป่วย 

เรื่องนี้ อาจ hit โดนใจใครบ า ง (จริง ๆ จนมองไม่เห็น) คน แต่ไม่  hot พอที่จะปลุกให้ตื่นตัวสำหรับประเทศไทย  

Ico48
Ex Links [IP: 58.9.23.230]
18 สิงหาคม 2553 22:57
#59645

The most important asset of an organization is not people, its technology, or even its highly paid managers. Each can be improtant, but each is simply a tool. Even the most gifted personnel will fail if they operate in a system that is designed to fail.

D. Keith Denton

เมิ่อวันก่อนผมดูทีวีที่นายกรัฐมนตรีออกรายการแล้วรู้สึกชื่นชมมาก..มิไช่ชื่นชมนายกฯ...แต่ชื่นชมเด็กนักเรียนประมาณ 10 คนที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง เหรียญเงินจากการแข่งขันความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่ประเทศเกาหลี

และนึกใจหายเมื่อมองไปในอนาคตเมื่อเด็กเหล่านี้สำเร็จการศึกษาแล้วเข้ารับราชการที่การบริหารไม่มีคุณภาพเพราะขาดระบบที่ดี(Quality system)ตามมาตรฐานสากล

ผมภาวนาให้ประเทศไทยมีระบบที่ดีดังกล่าวก่อนที่เด็กเหล่านี้จะจบการศึกษา...และผมเชื่อมั่นว่า ม.อ.จะมีบทบาทสำคัญในการออกแบบ System design ให้ชาติเราได้

 สวัสดีคุณ Ex Links ที่มาร่วมแสดงความเห็น แต่วันนี้ผู้ที่เห็นระบบการพัฒนาคนไทย ให้พร้อมกับความเป็นไทย มีจำนวนน้อย 

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ