นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1742
ความเห็น: 4

โครงร่างองค์กร (Organization Profile: OP) ฉบับที่ฉันเข้าใจ ๓

การที่ ม.อ. จะอยู่รอดและยั่งยืน ต้องทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ สังคม ชุมชน จึงจะได้งบประมาณมาดำเนินการ ด้วยการทำงานด้วยรู้หน้าที่ บทบาทความรับผิดชอบ ไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่ได้รับรางวัลจึงอยู่รอด แต่หากทำได้ดี รางวัลคงได้มา
  OP ส่วนที่สอง เป็นสถานะภาพว่า มหาวิทยาลัยถูกกำหนดบทบาทระดับใด ตามการจัดตั้งและการสนับสนุนงบประมาณ ที่ สกอ. ระบุเป็น สภาวะการณ์ขององค์กร ซึ่งตรงกับ Organizational Situation (P.2) ของ NBMQA  ดูรายละขององค์ประกอบเนื้อหา จะประกอบด้วย บทบาทตามการจัดตั้ง สถานการณ์ และสภาพองค์กร  

อย่างกรณี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ถูกจัดตั้งให้เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อขยายโอกาสการศึกษาในภาคใต้ ทำนองเดียวกับ ม.เชียงใหม่ และ ม.ขอนแก่น เป็นมหาวิทยาลัยที่จัดสอนในเชิงลึกทางวิชาการ ให้มีสาขาครบถ้วนทุกสาขา และหากดูฐานการจัดสรรงบประมาณก็เป็นเดียวกับสองมหาวิทยาลัยดังกล่าว

ดังนั้น สถานะภาพของ ม.อ. จึงเน้นการจัดการเรียนสอน การวิจัยในเชิงลึก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ที่มีการเรียนปฏิบัติการ การทำโครงงาน ที่ใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์จริง ๆ ในระดับสากล

 สำหรับการแข่งขัน หรือจุดเน้นมีทั้งเหมือนกันในหลักการคือ พัฒนารับผิดชอบในพื้นที่แต่ละภูมิภาค และแตกต่างกันไปตามภูมิภาค เช่น ในสาขาการเกษตร

- ม.เชี่ยงใหม่ก็รับผิดชอบการพัฒนาการเกษตรในสภาพอากาศและภูมิประเทศแบบภาคเหนือ เช่น ลำใย ส้ม พืชเมืองหนาว

- ม.ขอนแก่นดูแลการเกษตรแบบสภาพอากาศร้อนแห้งแล้ง

- ส่วน คณะทรัพยากรธรรมชาติ ม.สงขลานครินทร์ รับผิดชอบการเกษตรเขตร้อนชื้น เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ผลในภาคใต้ เป็นต้น ในพื้นที่ภาคใต้ 

ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็มีความชำนาญคนละด้าน อย่างกรณีที่มีการนำปาล์มน้ำมัน ยางพาราไปปลูกในภาคอีสาน คงยากที่ ม.อ. จะไปสร้างความชำนาญการ ก็เป็นหน้าที่ของ ม.ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงแม้จะเป็นพืชเดียวกัน (มันยากเพราะเหตุนี้ แต่หากเปลี่ยนจุดเน้นแทนคำว่า การแข่งขัน หรือความได้เปรียบก็จะง่ายขึ้น  

ที่สำคัญที่สุด ทุกมหาวิทยาลัยไม่ได้แข่งขัน แย่งชิงกัน แต่เป็นการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในแต่ละสภาพพื้นที่ความรับผิดชอบ เพื่อประเทศ เพื่อการเตรียมพร้อมของลูกหลานเรา 

ใน P.2 นี้ ยังระบุถึง ความท้าทายเชิงกลยุทธ์ (Strategic Context) ตามที่กล่าวมา จะเห็นสาระที่ต่างกันในด้านการเกษตร ต่างพืช ต่างสภาพอากาศ และแม้เป็นพืชเดียวกัน ต่างสภาพกันก็มีความท้าทายต่างกัน แต่ที่แน่ ๆ ไม่ได้แข่งขันกันระหว่างสถาบัน แต่เป็นความท้าทายของแต่ละสถาบันในแต่สภาพ และยังต้องทำงานร่วมกันเสียด้วย ดังนั้น ความท้าทายคงต้องอธิบายในเชิงนี้ 

ส่วนสุดท้ายของ P.2 เป็นระบบการปรับปรุงผลการดำเนินการ (Performance improvement System) ซึ่งคงเป็นระบบประกันคุณภาพ PDCA และ ADLI เป็นระบบ และกลไก ขับเคลื่อนติดตาม ปรับปรุง 

ปัญหาด้านข้อมูล หากจะว่าไปอาจไม่สำคัญนักสำหรับบริบทแบบไทย ๆ เพราะไม่ได้มุ่งเน้นการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม หากจะเปรียบเทียบกันจริง ๆ ก็นำข้อมูลมาใช้ยาก เพราะต่างคน ต่างทำข้อมูลของตนเอง อย่างการได้งานทำของบัณฑิตก็สำรวจ ต่างเวลากัน ฐานของนักเรียนที่เข้าเรียนก็ต่างกันในแต่ละสภาพ

ดังนั้น ในส่วนนี้จึงน่าจะลดความสำคัญลง แต่น่าจะมาดูผลการสร้างความรู้ นวัตกรรมทางวิชาการ เช่น มีความรู้พัฒนา แก้ปัญญาในพื้นที่แต่ละพื้นที่ว่า แต่ละมหาวิทยาลัยทำได้ดีเพียงไร         

เนื้อหาแบบนี้ น่าจะสอดคล้องและเข้าใจได้ง่ายขึ้น กับการนำระบบมาใช้กับภาคการศึกษา ที่เป็นการสะท้อนให้เห็นภาพว่า คณะ/มหาวิทยาลัย แนะนำหน่วยงานอย่างไร บอกตัวตนเราอย่างไร มีความเด่นเฉพาะอะไร แต่หากบอกว่า มีอะไรได้เปรียบคู่แข่งขัน คงยากที่จะบอกเพราะการทำงานต้องร่วมมือกัน พึ่งพาอาศัย เรียนรู้ซึ่งกันและกัน  

การแข่งขันทางการศึกษา จึงเป็นการยกระดับตัวเองขึ้นไป หากดูว่าที่ใดมีอะไรดี ๆ และรับผิดชอบในพื้นที่ เช่น คณะทรัพยฯ ก็เน้นเรื่อง ยาง ปาล์มน้ำมัน ไม้ผล แพะ ทรัพยากรในน้ำ การจัดการโรค แมลง ดินปุ๋ย ของพื้นที่ภาคใต้เป็นหลัก รวมถึงพัฒนาชุมชนเกษตรกรในภาคใต้ รวมถึงการนำโอกาสใหม่เข้ามา เช่น ข้าวโพดหวาน และพืชผักต่าง ๆ ที่เป็นทั้งพัฒนาการเกษตรในด้านทรัพยากรและการผลิตอาหารเองในพื้นที่ เป็นต้น   

อย่างไรก็ตาม การถอดแบบ NBMQA มาใช้ก็ยังทำให้เข้ากับระบบไทยได้ยาก เพราะมีบริบทต่างกัน จึงแสดงความเป็นตัวตนของเราสะดวก นี่เป็นการทำด้านเอกสารก็ยังยาก แต่หากลดการทำตาม แต่นำระบบการขับเคลื่อนมาใช้ก็น่าจะได้ประโยชน์ คงต้องเลือกให้พอดีกับตนเอง ให้รางวัลแก่ตนเองและประเทศ โดยไม่ต้องไปรับรางวัลตามระบบ เรียกว่า ทำภาพยนตร์ทำเงินกันโดยให้ประโยชน์กับคนดู แต่ไม่ต้องสร้างภาพยนตร์เพื่อรับรางวัล แต่ไม่ได้เงิน เราจะเลือกแบบใด และแน่นอน หากเป็นทั้งภาพยนตร์ที่ได้ทั้งเงินและรางวัลย่อมดีที่สุด  

แต่สถานการณ์วันนี้ คิดว่าทำให้ได้เงินก่อน คือทำประโยชน์ให้กับการศึกษากันก่อน การทำสถาบันให้ได้รับรางวัล
 

การที่ ม.อ. จะอยู่รอดและยั่งยืน ต้องทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ สังคม ชุมชน จึงจะได้งบประมาณมาดำเนินการ ด้วยการทำงานด้วยรู้หน้าที่ บทบาทความรับผิดชอบ ไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่ได้รับรางวัลจึงอยู่รอด แต่หากทำได้ดี รางวัลคงได้มา     

 
หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 23 กุมภาพันธ์ 2553 17:43 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:52 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Prida [IP: 58.9.14.14]
24 กุมภาพันธ์ 2553 08:37
#54554

OP ของ MBNQA เป็นการบริหารระบบ ดังนั้น ต้องออกแบบระบบให้ได้ก่อนอื่น  หากอออกแบบระบบไม่ได้ก็ไม่มีระบบให้บริหาร...ก็จบกันไปไม่สามารถเริ่มใช้การบริหารระบบได้ เช่น ความล้มเหลวของ ก.พ.ร. ที่พยายามใช้การบริหารระบบ(PMQA) แต่ ก.พ.ร. ออกแบบระบบไม่เป็น..จึงเห็นความน่าสมเพชของการบริหารราชการไทยมากว่า 10 ปี นับจากรัฐธรรมนูญ 2540 ให้รัฐ"จัดระบบ"ในหมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ

OP ตาม P.2 ก็เช่นเดียวกัน การสร้าง Strategic Situation ให้องค์กรก็ต้องหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น Competitive Environment, Strategic Context และ Performance Improvement System เพื่อนำมาประกอบในการออกแบบระบบ(System design)

ส่วนนี้ เป็นการแสดงว่า เราอยู่ตำแหน่งไหน ในสาระอะไร จะไปยังจุดใด มีกระบวนการตรวจติดตามอย่างไร

ขอบคุณในความเห็นของคุณ Prida

Ico48
[IP: 58.9.249.34]
28 กุมภาพันธ์ 2553 21:40
#54718

อ่าน Comments สั้นๆของ ดร.วัลลภแล้วทำให้มีจินตนาการว่า..ถ้าเมืองไทยมีคนรู้ลึก(ที่มิใช่รู้จากการแปล)เรื่องการบริหารระบบ MBNQA 10 คน ดร.วัลลภ น่าจะเป็นผู้นำไม่เกินอันดับ 3

OP เป็นเพียงขั้นพื้นฐานที่แสดงว่าเราอยู่ที่จุดไหนและมีการเตรียมตัวด้วยเครื่องมืออะไรบ้างที่จะก้าว(Making Progress)ไปอย่างมั่นคง โดยมี"ระบบ"(System or set of management practices)เป็นหัวใจสำคัญในการชี้นำวิธีการทำงานและเป็นตัวประเมิน(Assessment)

การประเมินด้วย"ระบบ"เป็นวิธีการเริ่มปรับปรุง(Significant improvement)องค์กรที่ดีที่สุด ที่เป็นเป้าหมายของ MBNQA ตามเจตนารมณ์ของกฏหมาย Public Law 100-107 ผู้ให้กำเนิด MBNQA. อันเป็นวิธีการเพิ่มความสามารถแข่งขันทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

องค์กรสำคัญด้านการบริหาร(และการปฏิรูป)ของไทย เช่น ก.พ.ร. สถาบันเพื่มผลผลิตแห่งชาติ และ ส.ก.อ. ล้วนมีปมด้อยเพราะเห็นว่าตัวเองแก่แล้ว..จึงใช้วิธีเรียนลัด MBNQA ด้วยท่าพลิกแพลงผาดโผนต่างๆที่ไม่ใช่วิธีของ Quality Management ...ที่ถูกต้อง..ต้องเริ่มด้วยการบริหารระบบ...โดยยังไม่มีองค์กรใดเริ่มด้วยการออกแบบระบบที่เป็นการเริ่มที่ถูกต้อง

เช่น การเล่นท่าผาดโผนขององค์กรคนแก่ดังกล่าวโดยเริ่มด้วยการประเมิน  SAR ทั้งๆยังออกแบบระบบกันไม่เป็น.

 

 

Ico48
Not identified [IP: 58.9.122.213]
30 มีนาคม 2553 05:33
#55821
I do not agree with Dr. Prida on what he said there is no one who can do the system design jobs.  Yes, we have a lot of experts on the subject. But the real problems are on the IMPLEMENTATION and EVALUATION processes.

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.24.122.228
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ