นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 2183
ความเห็น: 5

โครงร่างองค์กร (Organization Profile: OP) ฉบับที่ฉันเข้าใจ ๒

ระบบการทำงาน (P.1 b) ในเอกสารของ ส.ก.อ. คือ ความสัมพันธ์ระดับองค์กร และของ MBNQA = organizational Relationships

 ส่วนแรกของ OP ยังแบ่งเป็นระบบการทำงาน (P.1 b) ในเอกสารของ ส.ก.อ. คือ ความสัมพันธ์ระดับองค์กร และของ MBNQA = organizational Relationships หากดูในเนื้อหาแล้วจะเป็น ระบบการทำงาน ตั้งแต่โครงสร้างบริหาร ว่าแต่ละระดับมีใครทำหน้าที่อะไร ในการวางแผน การดำเนินการ การติดตาม ตรวจสอบ ผลการดำเนินงาน  ซึ่งในคณะ ก็แน่นอน มีกรรมการประจำคณะเป็นองค์คณะรับผิดชอบ มีการรายงานต่อสภามหาวิทยาลัยและการทำข้อตกลงในการสรรหาคณบดี มีรายงานผ่านระบบประกันคุณภาพ การประเมินผู้ใช้บัณฑิต บัณฑิตที่จบใหม่ การประเมินการสอนโดยนักศึกษา และประเมินคณบดีกลางวาระ  ซึ่งเป็นการแสดงว่ามีระบบการติดตาม ปรับปรุง โดยการรับฟังจากผู้มีส่วนร่วมทุกด้าน และตลอดเวลา อย่างกรณีการประเมินคุณภาพภายในประจำปี ต้องมีการรับฟังจากตัวแทนจากทุกกลุ่ม ทั้งระดับคณะ/มหาวิทยาลัย ถึงแม้เวลารายงานสภาฯ เป็นส่วนของมหาวิทยาลัย แต่ก็มีเนื้อหาของทุกคณะ/หน่วยงานทุกครั้ง  

สำหรับ ส่วนการตลาด ควรเป็นการระบุลักษณะการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย/คณะ เช่น คณะทรัพยฯ ผลิตบัณฑิตที่เน้นพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เป็นการบอกว่า ผู้มาเรียนต้องมีความถนัดทางวิทยาศาสตร์ มีการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ ฟิสิคส์ เคมี ชีวะ ที่เข้มข้น ที่สอนโดยคณะวิทยาศาสตร์ รวมถึงการจัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาชีพของคณะก็ใช้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ที่ต่างจากกลุ่มมหาวิทยาลัยราชมงคลที่เน้นการปฏิบัติ เป็นต้น

ความต้องการและคาดหวังของผู้เรียน น่าจะอธิบายว่า ใช้เวลาเรียนเท่าไร ในหลักสูตรแต่ละระดับ จบแล้วทำงานอะไรได้บ้าง ได้ค่าตอบแทนเป็นอย่างไร ศิษย์เก่ามีความเจริญ ก้าวหน้าในอาชีพการงานอย่างไร สามารถไปศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการตอบคำถามว่า ผู้จะมาเรียนต้องถนัดด้านใด ต้องเรียนอะไรบ้าง อย่างไร จบแล้วไปทำอะไร หากยกตัวอย่างศิษย์เก่าให้เห็นเป็นประจักษ์ หรือในสาขาที่ที่มีการสอบในสายวิชาชีพก็น่าจะชัดเจนกว่า การระบุว่า ต้องการจบการศึกษา แล้วมีงานทำ เพราะสาขาส่วนใหญ่ไม่สามารถประกันได้ สิ่งที่ประกันได้แค่ ความรู้ ความสามารถที่สอน และให้มีการอ้างถึงผลการวิจัย การประเมินจากผู้ใช้บัณฑิตที่เป็นจุดเด่นต่าง ๆ  

ส่วนต่อไป ยิ่งเข้าใจยาก หากใช้คำว่า ผู้ส่งมอบ คู่ความร่วมมือ ในทางการศึกษาคงงงไปหมด แต่หากบอกว่า ผู้เข้าเรียนคือผู้จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์จากโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับคณะทรัพยฯ คงเข้าใจดีกว่ามาก ๆ และระบุว่ามีการรับเข้าเรียนทางใดบ้าง

- รับผู้มีผลเรียนดีทั่วประเทศ

- รับผู้สนใจด้านการเกษตรในโครงการ รักเกษตร และรับโดยการคัดเลือกตรงของมหาวิทยาลัยฯ สำหรับนักเรียนในภาคใต้ และภูมิภาคต่าง ๆ ผ่าน มหาวิทยาลัยในเครือข่าย และ

- รับผู้เรียนทั่วประเทศผ่านระบบรับรวม

คณะ/มหาวิทยาลัยมีการแนะนำ แนะแนวสู่ผู้เรียน โรงเรียนวิธีใดบ้าง คู่มือ หนังสือ เว็บ หรืออื่น ๆ 

เมื่อเข้ามาเรียน มีการจัดปฐมนิเทศ ชี้แจงทำความเข้าหลักสูตร การเรียนการสอน สิ่งอำนวยความสะดวก จัดอาจารย์ที่ปรึกษาดูแล

การดำเนินการจัดทำหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน มีความร่วมมือกับหน่วยงานในสายวิชาการ วิชาชีพ ภาครัฐ เอกชนอย่างไร ใครบ้าง รูปแบบใด การฝึกงาน ประสบการณ์ จัดการเรียนสหกิจศึกษา ฯลฯ มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม มาใช้ร่วมกันอย่างไร เช่น การฝึกอบรมผู้สอนในโรงเรียนต่าง ๆ รวมทั้งผู้ประกอบการทั้งภาครับและเอกชน เพื่อรู้ มหาวิทยาลัยทำงานในสภาพแวดล้อมอย่างไร จะเตรียมนักศึกษาเข้าเรียนอย่างไร รวมถึงภาครัฐ เอกชนที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย

มีกิจกรรมเสริมการพัฒนานักศึกษาอะไรบ้าง

มีระบบติดตาม ประเมินการจัดการเรียนการสอน อะไรบ้าง

 
หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 23 กุมภาพันธ์ 2553 17:23 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:52 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Prida [IP: 58.9.23.205]
23 กุมภาพันธ์ 2553 22:29
#54551

OP ตาม P.1 b. ความสำคัญของข้อนี้น่าจะได้แก่ Organization structure และ"ระบบ"Governance system

ข้อนี้หน่วยงานต่างๆที่มีบทบาทสำคัญต่อการบริหาร MBNQA, PMQA และ TQA สอบตกกันถ้วนหน้า เช่น

สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ให้ความหมายคำ Governance ว่า "ธรรมาภิบาล" เหมือนประกาศให้ชาวบ้านรู้ว่าเป็นสถาบันที่มี"ธรรมะ"...แต่ในเรื่องการบริหารชี้ให้เห็นว่ายังไม่รู้จริงเรื่องระบบ

ก.พ.ร. แปลคำ Good Governance ว่า การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี...ออกนอกลู่นอกทาง...ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวทัวร์ป่าก็อยู่ในระดับ"กู่ไม่กลับ"

ส.ก.อ. ก็เฮไปกับเขาด้วยโดยศึกษาด้วยวิธี"ผิดเป็นครู"(Trial and Error)เพราะ ส.ก.อ.ยังไม่เป็นประสาเรื่องการบริหารประเภทนี้ ไปรู้เรื่อง MBNQA มาบ้างจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติเท่านั้นเอง

13 ปีแล้วที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐต้อง"จัดระบบ" แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบละเลงกันจนเละตุ้มเป๊ะ

เพราะทุกหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นล้วนขาดคุณสมบัติ(Disqualified)ยังไม่รู้จริงเรื่องการบริหารคุณภาพ Quality Management เห็นได้ที่ยังออกแบบระบบกันไม่เป็น...แต่มีเส้นแข็ง

Ico48
Prida [IP: 58.9.14.14]
24 กุมภาพันธ์ 2553 06:28
#54552

จากความเห็นข้อ 1 ชี้ให้เห็นจุดอ่อนและความสับสนเรื่อง"ระบบ"ของหน่วยงานสำคัญที่รับผิดชอบปฏิรูปการบริหารของชาติ...ผลงานทศวรรษที่ผ่านมาของหน่วยงานดังกล่าวคือการทำตัวเป็นตาบอดคลำช้าง ลองผิดลองถูกและล้มเหลวมาโดยตลอด...ต้นเหตุของของความล้มเหลว คือ ความไม่เป็นประสาเรื่องระบบการทำงาน

บันทึกของ ดร.วัลลภ ชี้ให้เห็นว่า P.1 b เป็นระบบการทำงานประกอบด้วยโครงสร้างและระบบ...นี่แหละครับคือยาวิเศษแก้โรคภูมิปัญญาบกพร่องเรื่องระบบของ ก.พ.ร. สถาบันเพื่มผลผลิตแห่งชาติ และ ส.ก.อ. ได้เป็นอย่างดี

ปัญหามีอีกว่ารูปแบบระบบการทำงานมีหน้าตาเป็นอย่างไร...Dr.Deming บอกว่า  "Without an aim, there is no system."

ดังนั้น ระบบการทำงานของรัฐบาลสหรัฐทุกเรื่องจะขึ้นต้นด้วยคำว่า Purpose.

ดร.วัลลภเห็นระบบที่เป็นของจริงแล้ว...ระบบตัวเดียวกันทำหน้าที่ได้ถึง 3 ประการพร้อมกัน คือ

- Document what you do

- Do what you documented

- Verify what you are doing it

หมายความว่า ถ้าจัดระบบการทำงานตามที่ ดร.วัลลภ บอกได้ การทำงานจะง่ายมากเพราะมีระบบชี้นำ...และการประเมินผลก็มีประสิทธิภาพสูง เพราะใช้ระบบตัวเดียวกันนี้เป็นเครื่องมือในการประเมิน..ทำให้เห็นจุดอ่อนว่ามีตรงไหนบ้างที่ต้องปรับปรุง(Process Improvement).อันเป็นเป้าหมายของ MBNQA.

ขอบคุณในคำชี้แนะ แสดงว่าต้องจัดระบบขับเคลื่อนการทำงาน
Ico48
Boondet [IP: 58.9.122.213]
30 มีนาคม 2553 05:12
#55820
As a former HR practitioner, I fully agree with Dr. Wallop's  article on human resources development.  I also agree with Dr. Wallop on the importance of the EVALUATION process.  In my experience with the business sectors, they put a lot of efforts on measuring the return on investmentwhich they think is essential for business executives.  Effective HR management processes can bring the bottomline value to the organization.
ขอบคุณคุณ Boondet ที่มาshare ความคิด หากมีอะไรที่สามารถช่วยการจัดระบบบริหารบุคคลที่ส่งสริมการพัฒนาของไทยเรา ยินดีที่จะได้นำมาช่วยกันครับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 100.26.176.182
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ