นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1275
ความเห็น: 0

ก้าวอีกขั้นของบัณฑิตเกษตรนักจัดการของคณะทรัพยากรธรรมชาติ

จากภาครัฐ สู่เอกชน และกำลังจะเข้าสู่ชุมชนต่อไป การจะสอนให้ นศ. ตื่นตัว ผู้สอนก็ต้องตื่นตัวก่อน

ตามที่คณะทรัพยากรธรรมชาติ ได้มุ่งเน้นการผลิตเกษตรนักจัดการ ด้วยตระหนักว่า สภาวะการณ์การศึกษาความรู้ สภาพแวดล้อม ปัจจัยการผลิต ความต้องการผลผลิต การใช้ทรัพยากรเพื่อการผลิต การจัดการการผลิต การตลาดได้เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาและรวดเร็ว

 -         ความรู้มีมากมาย ต้องการการเข้าถึงและใช้เป็น และไม่ได้อยู่ที่ผู้สอน

-         สถาพแวดล้อมมีปัญหา โลกร้อน พยากรณ์ยาก ปนเปื้อน

-         ปัจจัยการผลิตเสื่อมโทรม ลดลงตามการเพิ่มประชากร ชุมชน

-      ปัจจัยการผลิตขาดแคลน ราคาสูง แม้แต่แรงงานก็ยังต้องใช้จากต่างชาติ ราคาถูก แต่ด้อยคุณภาพและทักษะ มัปัญหาทางสังคมและสุขภาวะ

-         ความต้องการผลผลิต ที่ปลอดภัย ปลอดสารเคมี ปลอดจุลินทรีย์ จากกระบวนการผลิตที่ไม่เป็นปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

-         การใช้ทรัพยากรการผลิตให้คุ้มค่า ทั้ง  reuse recycle มูลสัตว์ หมักเป็นแก๊ส แล้วนำของหลังการหมักไปเป็นปุ๋ย

-         การจัดการการผลิตที่เป็นและผ่านมาตรฐานการผลิตที่ดีทางการเกษตร (good agricultural practice หรือ GAP)

-         การตลาดที่เปิดเสรีการค้ามากขึ้น ที่ทำให้การส่งสินค้าระหว่างกันมีภาษีเป็น ศูนย์ 

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งต้องปรับกระบวนการผลิตด้วยการจัดการ แต่ต้องมีความรู้วิทยาศาสตร์ด้วย ทำให้คณะต้องเพิ่มทักษะ ให้ความรู้แก่ทั้งนักศึกษา อาจารย์ บุคลากร ในเรื่องของการจัดการ ซึ่งได้ทำอย่างต่อเนื่อง หลากหลายวิธี และหาพันธมิตรร่วมดำเนินการ เช่น สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) ได้จัดทั้งวิทยากร หลักสูตรมาอบรมนักศึกษาแบบสถานการณ์จริง และจะประสานร่วมมือกันเพิ่มขึ้น ทั้งการวิจัย และการตรวจสอบรับรองมาตรฐานการผลิต

ปีนี้ (๒๕๕๒-๕๓) ได้รับความร่วมมือกับบริษัท CP โดยอนุเคราะห์วิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ด้านปฏิบัติ GAP ในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออก โดย ดร. พรศรี เหล่ารุจิสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ สำนักงานที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของ CPF

และการบรรยายเรื่อง การค้าเสรีกับการเตรียมตัวของไทย โดยคุณมนตรี คงตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วม กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ของ CP   จากความรู้จากการบรรยาย พบว่าการดำเนินการผลิตทางการเกษตรนั้น ผู้ผลิตต้องมีความตื่นตัวตลอดเวลาเพื่อติดตามความเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ

-         ความแปรปรวนของสภาพดินฟ้าอากาศ ที่กระทบกับสภาพการผลิต ที่กระทบกับปริมาณผลผลิต เช่น ปีนี้มีหิมะตก น้ำท่วม หลายพื้นที่ ทำให้เกิดความเสียหายกับการผลิตมากมาย คาดว่า ราคาอาหารและสินค้าเกษตรน่าจะสูงขึ้น

-         การเปลี่ยนแปลงของการปรับเปลี่ยน กฏ กติกา การตลาด และการผลิตในตลาดต่าง ๆ    

ทั้งหมดคือ ความต้องการความรู้และทักษะด้านการจัดการ และก็นับว่าโชคดีที่ทุกหน่วยงานมีความเห็นร่วมกันว่า ต้องร่วมมือกันมากขึ้น ทั้งภาครัฐ และเอกชน ทั้งการถ่ายเท ถ่ายทอดความรู้ ระบบการจัดการ เปิดโอกาสให้มีการเรียนรู้ วิจัย ฝึกงาน ปฏิบัติการเรียนรู้ของของอาจารย์ นักวิชาการ และนักศึกษา  

ความก้าวหน้าในขณะนี้คือ จากภาครัฐ สู่เอกชน และกำลังจะเข้าสู่ชุมชนต่อไป  

จากข้อมูล การเปิดเสรีการค้า พบว่า ประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้ากับเกือบทุกประเทศในด้านสินค้าเกษตรและอาหาร และโอกาสการจัดการเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของไทยยังมีอีกมาก หากสามารถจัดการให้ถูกวิธี เช่น ข้าวไทยขณะนี้มีผลผลิตต่อไร่เพียง ๔๐๐ กก.ต่อไร่ ขณะที่ผลผลิตเฉลี่ยของโลกเป็น ๖๕๐ กก. ต่อไร่ และสหรัฐอเมริกา สามารถผลิตสูงสุด ๑,๒๗๐ กก. ต่อไร่  แสดงว่า ข้าวไทยมีโอกาสเพิ่มผลผลิตได้อีกแน่นอน  

การจะสอนให้ นศ. ตื่นตัว ผู้สอนก็ต้องตื่นตัวก่อน คณะจึงได้กระตุ้นด้วยการเชิญภาคเอกชนมาให้ความรู้เพื่อให้รู้เท่าทันสถานการณ์ เพื่อจะได้เตรียมคนรุ่นใหม่ให้มีความพร้อม

การสอนที่ดี คือทำให้ดู ตื่นตัว ติดตาม กระตุ้น ทั้งตนเอง และนักศึกษา  

 

created: 02 Febuary 2010 19:27 Modified: 09 October 2010 17:50 [ Report Abuse ]
ดอกไม้
People Who Like This
 
Facebook
Twitter
Google

Other Posts By This Blogger

ความเห็น

ไม่มีความเห็น

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 18.204.48.40
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ