นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน

Wullop Santipracha
Ico64
ความเคลื่อนไหวล่าสุด
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 16

อ่าน: 4302
ความเห็น: 7

PMQA จาก MBNQA

ผู้นำองค์กรทั้งระดับภาควิชา คณะ มหาวิทยาลัย ต้องดำเนินการให้มีการจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดทิศทางในการทำงานร่วมกันของทุกคนในองค์กร และต้องมุ่งเน้นที่ลูกค้า ไม่ใช่องค์กร
จากการที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้กำหนดเอาระบบบริหารจัดการองค์กรภาครัฐ หรือ PMQA (Public sector Management Quality Award) ซึ่งเป็นระบบรางวัลคุณภาพมาใช้เป็นระบบบริหารมหาวิทยาลัย คณะ/หน่วยงาน และได้มีการบรรยาย สัมมนาให้ความรู้ไปแล้วสองครั้ง เป็นการให้ความรู้ของระบบ และการจัดทำโครงร่างองค์กร หรือ OP (Organization Profile) จากการเข้าร่วมทั้งสองรายการ ก็ยังทำให้มีความเข้าใจไม่ชัดเจน จึงทำให้มาอ่านระบบคุณภาพ MBNQA (Malcolm Baldrige National Quality Award) ซึ่งเป็นระบบต้นแบบของ PMQA ระบบการบริหารจัดการเพื่อรางวัลคุณภาพ เป็นระบบที่เน้นรางวัลของการทำงาน ในการทำองค์กรให้เป็นเลิศและปรับตัวให้สอดค้ลองกับสภาพการณ์ตลอดเวลา ส่วนรางวัลจากหน่วยงานที่มอบให้เป็นเพียงเกียรติที่ประกาศรับรอง ระบบบริหารจัดการดังกล่าว ประกอบด้วย ๗ หมวด ที่เป็นระบบ กับ ๑๑ ค่านิยมร่วม (core values and concepts)
หมวดของระบบ คือ ๑) การนำองค์กร (Leadership) ๒) การวางแผนกลยุทธ (Strategic Planning) ๓) การมุ่งเน้นลูกค้า (Customer Focus) ๔) การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ (Measurement, Analysis, and Knowledge Management) ๕) มุ่งเน้นบุคลากร (Workforce Focus)   ๖) การจัดการกระบวนการ (Process Management) และ ๗) ผลลัพท์ (Results)

ค่านิยมร่วม ๑๑ ประการประกอบด้วย ๑) การนำองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์  ๒) ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นลูกค้า ๓) การเรียนรู้ขององค์กรและของแต่ละบุคคล ๔) ให้ความสำคัญกับพนักงานและคู่ค้า ๔) ความคล่องตัว ๕) การมุ่งเน้นอนาคต ๖) การจัดการเพื่อนวัตกรรม ๗) การจัดการจากข้อมูลจริง ๘) ความรับผิดชอบต่อสังคม ๙) การมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์และการสร้างคุณค่า ๘) การบริหารจัดการที่เป็นระบบ โดย ๗ หมวดนั้นเป็นระบบการบริหาร และ ๑๑ ค่านิยมร่วมเป็น กรอบและแนวทางการดำเนินการ ซึ่งทั้งสองส่วนต้องไปด้วยกัน  

ในระบบ MBNQA ได้อธิบายว่า การดำเนินการใน ๗ หมวดนั้น ยังแบ่งเป็น ๓ กลุ่มที่ต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์ ขับเคลื่อน ตรวจวัด ตรวจสอบกัน และก่อนจะวางระบบ ต้องรู้จักตนเอง นั่นคือโครงร่างองค์กร หรือ OP ที่ต้องรู้จักว่า องค์กรมีหน้าที่อะไร อยู่ในสภาพแวดล้อมและการแข่งขันอะไร อย่างไร มีความพร้อมและศักยภาพอะไรบ้าง มีระบบ วัฒนธรรม ค่านิยมการทำงานอย่างไร เพื่อจะได้นำไปกำหนดเป้าหมายการบริหารจัดการองค์กรให้สอดคล้องกัน ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต โดยมีค่านิยมร่วม ๑๑ ประการเป็นกรอบและแนวทาง คือ การดำเนินการโดยยึดกรอบและแนวทาง ๑๑ ข้อดังกล่าว 

๓ หมวดใน ๗ หมวด MBNQA อธิบายว่า ๓ หมวดแรก คือ การนำองค์กร (หมวด ๑) การวางแผนกลยุทธ (หมวด ๒) และการมุ่งเน้นลูกค้า (หมวด ๓) เป็นส่วนที่นำไปสู่การนำองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์ (ภาพองค์ที่ต้องการเป็นในอนาคต) อันเป็นทำงานของฝ่ายบริหารที่ต้องร่วมกันกำหนดเพื่อวางทิศทางและเป้าหมายขององค์กร ซึ่งในมหาวิทยาลัย หมายถึง หน่วยงานระดับมหาวิทยาลัย คณะ/หน่วยงาน ภาควิชา เป็นต้น ว่าอีก ๕ ปี ๑๐ หรือ ๑๕ ปี จะบริหารจัดการขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางใด อยู่ในตำแหน่งใดของสานงานขององค์กรในสาขาเดียวกัน ที่เป็นที่ยอมรับเข้าใจ ร่วมกันปฏิบัติงาน  ขับเคลื่อนร่วมกัน ด้วยการทำแผนกลยุทธที่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้า สอดคล้องกับหน้าที่และศักยภาพขององค์กรตาม OP และค่านิยมร่วม ๑๑ ประการ

แสดงว่าการกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์ไม่ใช่ การคิดฝัน นั่งคิดระดมสมอง แต่ต้องวิเคราะห์ตามกรอบ ข้อมูลจริง  ต้องวิเคราะห์ภาพในอนาคต สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ความชำนาญ และศักยภาพขององค์กร สถานภาพการแข่งขัน ความได้เปรียบขององค์กร ที่สำคัญต้องขับเคลื่อนในประเด็นที่สำคัญ ๆ ซึ่งระบบ MBNQA ใช้คำว่า KEY เท่านั้น และผู้นำองค์กรทั้งระดับภาควิชา คณะ มหาวิทยาลัย ต้องดำเนินการให้มีการจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดทิศทางในการทำงานร่วมกันของทุกคนในองค์กร และต้องมุ่งเน้นที่ลูกค้า ไม่ใช่องค์กร

 กลุ่มที่ ๒ ประกอบด้วย ๓ หมวด ที่เป็นผลลัพท์ คือ ผลการดำเนินการขององค์กร(หมวด ๗) ผลลัพท์ด้านบุคคลากร (หมวด ๕) และผลลัพท์ด้านกระบวนการทำงาน (หมวด ๖) ซึ่งไม่ได้มองผลที่เป็นผลผลิตเท่านั้น ยังต้องดูความเจริญก้าวหน้า ความเป็นอยู่ของบุคลากร และพัฒนากระบวนการทำงานด้วย 

นอกจากนี้ ระบบและการขับเคลื่อนทั้งหมดต้องมีการวัดผล การวิเคราะห์ผลความเชื่อมโยงผลของการขับเคลื่อน และการจัดเก็บความรู้จากผลการขับเคลื่อนและนำมาใช้ต่อไป ทั้งในองค์กรและเป็นความรู้ไปใช้ทั่วไป ซึ่งจะเห็นว่ามีตำรา ทฤษฎีการบริหารจัดการใหม่ ๆ เกิดจากกระบวนในส่วนนี้ คือหมวด ๔ ของระบบ 

การทำความเข้าใจระบบที่แท้จริง จะทำให้สามารถวางระบบได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ แต่หากทำตามๆ กันไป โดยเฉพาะไม่เข้าใจระบบดีพอ จะทำให้การขับเคลื่อนไม่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล  

ไหน ๆ ก็ศึกษาเพิ่มเติม จึงนำมาบันทึก และต้องการการเติมความรู้ เอาเป็นภาษาง่าย ๆ หน่อย เพราะที่อ่าน ๆ มา เป็นวิชาการจนเข้าใจยาก ซึ่งก็เป็นวัตถุประสงค์หลักของบันทึกนี้     

 
หมวดหมู่บันทึก: ประกันคุณภาพ ตัวชี้วัด ประเมินผล
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 26 มกราคม 2553 18:38 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:49 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
Prida [IP: 58.9.22.158]
31 มกราคม 2553 20:40
#53619

หาก ดร.วัลลพ ขยันเขียนเกี่ยวกับเรื่อง MBNQA มอ.จะเป็นผู้นำของชาติเรื่องการบริหารที่ทันสมัยของโลกที่แท้จริง เพราะขณะนี้ ทั้ง ก.พ.ร. และกระทรวงศึกษาธิการได้มุ่งปฏิรูปการศึกษาไปในทิศทางนี้...ซึ่งถูกต้องที่สุด

MBNQA เป็น"การบริหารระบบ"ได้แก่ Leadership บริหารระบบ Strategy, ระบบ Workforce และ ระบบ Process Management เพื่อให้ได้ผลลัพธ์(Results)มีคุณภาพลูกค้าพอใจ(Customer Focus)...โดยมีการวัด การวิเคราะห์เพื่อประเมินระบบดังกล่าว..เพราะการประเมินคือการปรับปรุงคุณภาพที่ดีที่สุด

ความสำเร็จของการบริหารระบบประเภทนี้ยากยิ่งเปรียบเสมือนเข็นครกขึ้นภูเขาสามร้อยยอด เพราะทุกประเทศมีอุปสรรคติดอยู่ที่เรื่อง"การออกแบบระบบ" ที่ไม่ง่ายเลย..แม้จะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

 การที่รัฐบาลสหรัฐมีระบบที่ดีที่สุดในโลกได้เพราะใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลในการเชิญอาจารย์มหาวิทยาลัยระดับ Top Ten เช่น  Harvard, Princeton, Yale, Penn, MIT, Stanford, Columbia, Chicago, Caltech และ Duke เป็นต้นจำนวนนับ 100 ท่าน ร่วมกับนักบริหารชั้นเยี่ยมภาครัฐรวมทั้งนักบริหารองค์กรเอกชนรวมกันหลายร้อยคนเพื่อทำหน้าที่"ออกแบบระบบการบริหาร"ให้รัฐบาลสหรัฐเมื่อทศวรรษ 1950s - 1960s

ดังนั้น การที่จะทำให้องค์กรของท่านมีระบบดีที่สุดเทียบเท่าของสหรัฐดังกล่าวได้มีวิธีเดียวเท่านั้นคือ การทำ Benchmarking Best Practices. ที่จะทำให้องค์กรของท่านประสบความสำเร็จในการบริหารระบบ MBNQA ได้โดยง่าย

ขอบคุณคุณ Prida ที่มาเป็นกำลังใจ กำลังพยายามทำความเข้าใจ และขยายความ อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อการขับเคลื่อนในส่วนที่รับผิดชอบอย่างเข้าใจก่อน
Ico48
Prida [IP: 58.9.13.154]
03 กุมภาพันธ์ 2553 08:06
#53727

จะส่ง"ระบบ"จำนวนเล็กน้อยที่เป็นฝีมือของอาจารย์มหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐและนักบริหารภาครัฐและภาคเอกชนหลายร้อยคนดังกล่าวข้างต้นและระบบนี้ใช้งานอย่างได้ผลดีมาแล้วหลายทศวรรษให้ ดร.วัลลพ วิเคราะห์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์เป็นการภายในคณะ เพราะหากเผยแพร่สู่ภายนอกและใช้โดยไม่ถูกต้อง...จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

 

ขอบคุณคุณ Prida ในความกรุณา  

ดีใจกับชาวมอ ที่มี อ วัลลภ ได้พยายามให้ข้อสังเกต มีมุมมองเพิ่มเติม เกี่ยวกับ PMQA - ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ตัวแบบเริ่มต้น (MBNQA) แนะนำให้เรียนรู้และสร้างนวัตกรรมในการบริหารองค์กร ไม่เพียงแต่เดินตามหรือเลียนแบบ - ผมขออนุญาตเปิดประเด็นให้ อ.วัลลถ และทุกท่านช่วยคิดกันต่อนะครับ - ประเด็นแรก พวกเราควรจะต้องเข้าใจกันไหมว่า ทำไมตัวแบบตามแนวทาง MBNQA สื่อสารด้วยแผนภูมิที่เป็น Systemic ไม่เหมือนกับตัวแบบรางคุณคุณภาพแห่งชาติของยุโรป ออสเตรเลีย ญึ่ป่น หรือแม้แต่สิงคโปร์ ที่เป็น Systematic มากกว่า - ประเด็นที่ 2 - เราเข้าใจตรงกันหรือยังว่า การเน้นบูรณาการหรือการเชื่อมโยงสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนระบบนี้ - ประเด็นที่ 3 พวกเราทราบหรือไม่ว่า ด้นแบบมีการทบทวน/ปรับแทบทุกปี เพิ่งจะมี มี คศ. 2009-2010 ที่เสนอให้ใช้ควบ 2 ปี เพราะอะไร หากเราไม่ต้องการปรับตามตลอดไปน่าจะทำอย่างไร - ประเด็นที่ 4 กลุ่มลูกค้าของตัวแบบน่าจะจำแนกออกเป็น 2 กลุ่ม เป็นอย่างน้อย กลุ่มแรก ในบ้านเรา เช่น ปตท สผ หรือ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จะมีคุณลักษณะพิเศษแบบหนึ่งซึ่งองค์กรที่รับผิดชอบตั้นแบบจะนำไปใช้ในการทบทวนระบบ กลุ่มที่ 2 เช่น พวกเราที่เหลือส่วนใหญ่ที่ต้องทำเพราะถูกสั่งมา หรือ อยากพัฒนาองค์กร จะมีคุณลักษณะอีกแบบหนึ่ง องค์กรขนาดใหญ่ เช่น มอ ควรจะดำเนินการอย่างไรดีเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาทั้งองค์กร น่าจะใช้วิธีการเดียวกันไม่ได้ - ประเด็นที่ 5 หากตัวแบบเน้นนวัตกรรมที่จะนำไปสู่การธำรงไว้ซึ่ง Sustainable advantage จริง พวกเราควรจะต้องเดินอย่างไร - ผมขออนุญาตชวนคิดแค่นี้ก่อนนะครับ - เป็น problem sharing นะครับ - ชอบพระคุณ อ วัลลภ  อีกครั้งด้วยครับ  

ขอบคุณ อ.Rotchanatch Darnsawasdi ที่มาตั้งประเด็น

เท่าที่พยายามศึกษาระบบ NBMQA เป็นระบบที่พัฒนามามาก ที่ต้องเรียนรู้ให้แตกฉาน จึงสามารถจัดระบบได้ ที่สำคัญบริบทในอเมริกาโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐต่างจากของไทยอย่างสิ้นเชิง ในอเมริกา ฝ่ายบริหารมีบทบาทสำคัญมากในการวางระบบเพราะอาจารย์/บุคลากรมีสัญญาจ้างแต่ละคนที่ใช้ประเมินเฉพาะคน แต่การวางงานอยู่ที่ระบบริหาร แต่ระบบของไทยความพร้อม ความเป็นอิสระของการบริหารเกือบไม่มี แม้แต่เทียบกับ ปตท. หรือโรงพยาบาล ม.อ.

สิ่งที่อยากเห็น คือต้องใช้ให้สอดคล้องกับบริบทของงาน ด้วยการต้องเข้าใจตัวระบบจริง ๆ จึงสามารถปรับให้เข้ากับบริบทได้ หากเพียงทำตามระบบ NBMQA คงเหนื่อยเพราะมีส่วนเกินมาก และมากยิ่งขึ้นถ้าต้องวิ่งตามตลอด แต่ก็ต้องติดตามมาปรับให้องค์กรดีขึ้น ไม่ใช่ระบบดีขึ้น ส่วนนี้สำคัญมาก ๆ

ตามระบบมีหลายส่วนที่เป็นวัฒนธรรมการทำงาน หรือที่เรียกว่าวัฒนธรรมองค์กร ที่ต้องแยกออกจากกลยุทธ์ ซึ่งในอเมริกาจะมีวัฒนธรรมฝังในองค์กรแล้ว จึงเหลือกลยุทธ์ให้ขับเคลื่อน แต่หากเดินตามระบบ NBMQA ก็คงเหนื่อยมาก ๆ ที่จะต้องขับทั้งสองด้าน

จะอธิบายก็อีกยาว เอาเป็นว่าต้องเรียนรู้ระบบให้เข้าใจ แล้วปรับใช้ให้สามารถขับเคลื่อนประสิทธิภาพประสิทธิผลด้านผลผลิตและตัวองค์กร ต้องไม่หลงไปวิ่งตามระบบ เหมือนคุณภาพการศึกษาไทย ที่ประเมินระบบดี และทุ่มเทที่ระบบจนคุณภาพล้มเหลวอย่างที่เป็น ต้องทำให้สาระเรามีคุณค่าที่แท้จริง อย่างทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีคุณค่าในตัวเองจนทุกคนหันมาใช้แทนทุนนิยม

ดังนั้น การใช้ที่ดีดังพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ เข้าใจ เข้าถึง จึงพัฒนา

วิ่งตามคนอื่นเหนื่อย และไม่ได้ผล กินอาหารฝรั่ง หรือจะสู้กินอาหารไทย ไทยต้องเป็นไทย ฝรั่งก็ต้องเป็นฝรั่ง จึงต้องสร้างระบบให้สอดคล้องกับเรา ไม่ต้องวิ่งตามใคร นั่นคือสิ่งที่ต้องทำ และมุ่งคุณภาพการศึกษาจริง ๆ  

Ico48
Sangla [IP: 158.108.121.204]
27 กุมภาพันธ์ 2557 00:22
#96118

รบกวนขอถามคำถามหน่อยนะคับ

1.การทำ MBNQA กับ TQA ทำไมไม่มีการจัดเกณฑ์รางวัล ทำไมถึงต้องรวมทุกองค์กรคับ แล้วมันจะส่งผลข้อดี ข้อเสียต่อองค์กรขนาดเล็กอย่างไรคับ

2.แล้วอะไรคือสิ่งสำคัญลำดับต้นๆที่องค์กรจะได้รับรางวัล MBNQA

ขอบคุณคับ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.227.233.78
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ