นโยบายการจัดการความรู้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 1.ให้ใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ผลักดัน คุณภาพคน และกระบวนทำงาน 2.ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน จากหน้างาน 3.ส่งเสริมให้มีเวทีเรียนรู้ร่วมกัน
อ่าน: 1682
ความเห็น: 1

ปีใหม่ ได้เวลาประเมินตนเอง

ต้อง win win win & win คือทั้ง เรา เขา งาน และผลงาน

 วันนี้ วันดีปีใหม่ คิดว่าทุกคนคงอยากได้อะไรดี ๆ ในปีใหม่นี้ แล้วที่ที่ว่า ดี ๆ นะคืออะไร แล้วหากต้องการได้มา จะทำอย่างไร ขอรับพรจากใครก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่ากับขอจากตนเอง ไม่ใช่ด้วยการอธิษฐาน แต่ด้วยกระบวนการประกันคุณภาพด้วยเครื่องมือ PDCA balanced scorecards และ SWOT analysis ที่คนส่วนใหญ่ใน ม.อ. รู้จักกัน  

ณ จุดนี้คงต้องเริ่มด้วย การตรวจสอบการดำเนินชีวิตที่ผ่าน คือ C (check) ด้วยความสมดุลตามระบบ balanced scorecards คือ 

1. เรื่องการเงิน (Finance) ในปีที่ผ่านมา มีการใช้จ่ายเป็นอย่างไรบ้าง เพียงพอ พอดี คุ้มค่า ประกันอนาคต เพิ่มพูน งอกเงยอย่างไร การจัดการการเงินควรแบ่งเป็น สามด้าน คือ (1) การใช้จ่ายในชีวิตอย่างพอเพียงและพอดี ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ (2) แบ่งส่วนหนึ่งเก็บออมไว้เพื่ออนาคตเผื่อมีอะไรที่ฉุกเฉินเกิดขึ้น และ (3) การลงทุน คือแบ่งส่วนหนึ่งไปลงทุนเพื่อเพิ่มเงินตามค่าเงินที่ลด แต่ต้องไม่กระทบ (1) และ (2) การลงทุนมีความเสี่ยง จึงระมัดระวังให้พอเหมาะว่าจะทำอย่างไร  

การจัดการด้านการเงิน น่าจะประเมินการจัดการจากปีที่ผ่านมา ด้วยการใช้ SWOT ว่า ดี เสีย คุ้มค่า อย่างไร มีโอกาสอะไร อย่างไร มีปัญหาอุปสรรค ความเสี่ยงอะไร และจะปรับปรุง ปรับแก้อย่างไรบ้างสำหรับปีต่อไป รวมถึงแนวทางการเพิ่มรายได้ เช่น การกำหนดตำแหน่งชำนาญการ วิชาการ เป็น A(act) หรือปรับแผน และ เป็นแผน P (plan) เพื่อดำเนินการและใช้เป็นตัวกำหนดไว้ประเมินปีต่อไป 

2. ด้านลูกค้า (Customer) ดูว่าได้ทำอะไรให้ลูกค้าพึงพอใจมากน้อยเพียงใด มีบริการใหม่ ๆ เพื่อจูงใจลูกค้าหรือไม่ มีลูกค้ากลุ่มใหม่หรือไม่ ที่เพิ่มขึ้น เปลี่ยนคน  แล้วปีใหม่จะทำอะไรให้ลูกค้าพึงพอใจ ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น  มีการรักษาและเพิ่มภาพพจน์การทำงาน การบริการ และภาพพจน์ตัวเรา ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่งกายดีขึ้น พูดจามีน้ำใจ แก้ไขพฤติกรรมเชิงลบ ทำงานร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุข ความสำเร็จ ด้วยกัน (ย้ำว่าด้วยกัน ไม่ใช่สำเร็จแต่เรา หรือสำเร็จแต่งาน แต่เพื่อนร่วมงานระอา เบื่อหน่าย ไม่เป็นสุข)

ลองประเมินภาพการทำงาน ภาพที่ทำกับเพื่อน ลูกค้า ผู้มารับบริการ ย้อนมาดูที่พฤติกรรมทั้งหมดของตนเอง แล้วดูว่าจะ act อย่างไรในปีต่อไป 

3. ด้านการเจริญและพัฒนากระบวนการทำงาน (Growth and internal process) ดูว่าในปีที่ผ่านมา มีผลิตภัณฑ์ บริการอะไรใหม่ ๆ ที่เป็นประหยัดเวลาการทำงาน ทั้งกระบวนการทำงานใหม่ ๆ ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ที่คุ้มค่า คุ้มทุน ลดเวลาการทำงานแต่ละชิ้น ทั้งส่วนของตนเองและเพื่อนร่วมงาน ที่สำคัญมีอะไรที่สามารถพัฒนางานใหม่ ที่ทำแล้วเพิ่มมูลค่าการทำงาน ลดต้นทุน ลดเวลา ค่าใช่จ่าย เพื่อสร้างมูลค่าการทำงานของเรา มีบริการเชิงรุก บุกไปถึงผู้รับให้สะดวกขึ้น เพื่อจะนำไปปรับการทำงานในปีต่อไป   

4. การพัฒนาตนเอง (Personnel) ดูว่าปีที่ผ่านได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น ได้สร้างความรู้ความชำนาญอะไรบ้าง และจะพัฒนาอะไรในปีต่อไป อะไรที่ขาด อะไรที่ต้องการ มีกระบวนการเติมอย่างไร การหาความรู้ ดูงาน ทำแผนพัฒนางาน หากระบวนการ หาตัวช่วย อย่างไร

 หลายคน ไม่เคยประเมินตนเอง ไม่เคยวางแผน ไม่เคยเรียนรู้เพิ่ม หรือเรียนแล้วไม่สามารถนำกลับมาทำให้เกิดผล หลายคนมีแต่แผนและความตั้งใจ แต่ไม่ให้ใจ ให้เวลา ไม่มุ่งมั่น จึงไม่เป็นจริง  

การทำงาน นอกจากทำงานในหน้าที่ ต้องศึกษาหาความรู้งานในหน้าที่ โดย

  1. ดูจากคนที่ทำงานหน้าที่เดียวกันว่าเขาทำ/ปฏิบัติอย่างไร จึงก้าวหน้า ทำงานดี มีคนชื่นชม รวมถึงเราก็ชื่นชม ซึ่งส่วนนี้สำคัญ พบว่า หลาย ๆ คนเจอคนที่เก่งได้รับการชื่นชม แต่เราคิดว่าไม่ชื่นชม ไม่ศรัทธาก็ทำมองไม่เห็นช่องทางพัฒนาตามเขา ดังนั้น จึงต้องมองคนที่เราชื่นชมและศรัทธา เป็นแม่แบบ
  2. หาความรู้เพิ่มงานในหน้าที่ ในทางทฤษฎี เรื่องประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กระบวนการ เทคนิค เพื่อให้สามารถนำมาพัฒนางานไห้ดีขึ้น หรือมองจากที่อื่น ๆ เช่น การทำบัตรประชาชน การต่อภาษีรถยนต์ การทำหนังสือเดินทาง การบริการที่ดี ๆ แม้แต่คำพูด หน้าตา กริยา มารยาท ว่ามีอะไรน่าชม น่าใช้ ไม่น่าใช้ ไม่น่าชม แล้วย้อนกลับมาดูตนเอง ว่ามีส่วนใดเป็นสิ่งที่น่าจะปรับปรุง ปฏิบัติ ปฏิวัติ ให้ดีขึ้น
  •  พบหลายคนไปรับบริการแล้วที่อื่นมีคำต่อว่า สารพัด แต่ลืมประเมินตัวเอง ก็อาจแย่กว่า หรือดีกว่า
  • หลายคนมีความรู้ แต่ไม่เอามาพัฒนางาน พัฒนาตนเอง แต่เอาไปอวดอ้าง อวดเก่ง ทำให้งานช้าลง เพราะมัวแต่คุยอวด ตำหนิ ติเตียน แก้งานของคนอื่น ลืมแก้งานของตัวเอง  
  • บางคนเข้าประชุมเที่ยวไล่แก้รายงานการประชุมไปครึ่งของเวลาการประชุม
  • บางคนไปแก้ระบบที่ตกลงกันแล้ว ทำให้ทำงานต่อกันไม่ได้ เสียเวลาไปมากมาย เรียกว่าเอาความรู้ไปใช้ไม่เป็น เลยอยู่กับที่ หรือล้าหลัง ไม่มีใครอยากทำงานด้วย  

เป็นตัวอย่างของมูลค่าลด ภาพพจน์ลบ    

      3. ประเมินตัวเองว่า เก่ง ถนัด ด้านใด ไม่เก่ง ไม่ถนัดด้านใด ดูรอบ ๆว่ามีใครเก่ง ถนัดด้านใด จะได้นำความสามารถของแต่ละคนมาทำงานด้วยกัน เป็นการผ่อนแรงซึ่งกันและกัน อย่าลืมว่าซึ่งกันและกัน ไม่ใช่เอางานเราไปให้คนอื่นทำ หากเป็นเช่นนั้นคงไม่มีใครทำงานด้วย ถามตัวเองก็ได้

                 ต้อง win win win & win คือทั้ง เรา เขา งาน และผลงาน

 

4. จัดเครือข่าย และหาตัวช่วย เครือข่ายคือ คนทำงานในสายเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรึกษาหารือ ต้องอย่าลืมเป้าหมาย และไม่เบี่ยงเบนเป้าหมาย ไม่ใช่พอมีเครือข่ายเป็นที่คุยกัน เจ๊าะแจ๊ะ นินทา หาโอกาสเป็นอย่างอื่น  คุยกันเป็นปีไม่มีงานอะไรดีขึ้น

ส่วนตัวช่วยคือคนเก่งในสายงานอื่น ที่สามารถให้คำแนะนำปรึกษา ให้สามารถพัฒนาตนให้เก่งขึ้น ทำงานได้คุ้มค่า คุ้มทุน คุ้มเวลา ค่าใช้จ่าย ประหยัดแรง ให้ระบบทำงานให้ เช่นการทำงานออนไลน์ทั้งหลาย    

ถึงเวลาปรับแผน ทำแผน จัดระบบ จัดสาระ จัดเวลา ให้มีค่า และพัฒนาตน พัฒนางาน โดยใช้วาระใหม่เป็นจุดเริ่มต้น ใช้กระบวนการ PDCA balanced scorecards และ SWOT  เป็นเครื่องมือ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นพรอันประเสริฐ และมีประสิทธิภาพ อันเป็นพรที่เป็นจริง ถ้าทำจริง  

อยากได้พร ที่เป็นจริง ต้องปรับแผน ทำแผน ทำตามแผน รับรองว่าพรจะเป็นจริง

 
หมวดหมู่บันทึก: บริหารทรัพยากรมนุษย์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 01 มกราคม 2553 14:52 แก้ไข: 09 ตุลาคม 2553 17:49 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
ดอกไม้
สมาชิกที่ให้กำลังใจ
 
Facebook
Twitter
Google

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

เชื่อครับว่า พรใดก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เท่ากับพรที่ขอกับตัวเอง

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 3.234.214.179
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
   
ยกเลิก หรือ